fbpx

CONTACT US

#icon: มากกว่าภาพลักษณ์คือการกระทำ บทบาทแฟมินิสท์ของ Emma Watson เด็กสาวที่แค่โนบราก็ถูกนิยามว่า “Bad Feminism”
date : 8.มีนาคม.2017 tag :

emma-2

กลายเป็นประเด็นใหญ่ต้อนรับวันสตรีสากลเลยกับการโชว์น่าอกของ Emma Watson ในการถ่ายแบบให้นิตยรสาร Vanity Fair ที่ทำให้เธอถูกนิยามว่าเป็น “Bad Feminism” จนเรางงว่าเดี๋ยวนะ! สิ่งที่เอ็มม่าทำมันแย่กับภาพลักษณ์แฟมินิสต์ยังไง ซึ่งแน่นอนว่าเอ็มม่าออกมาโต้ตอบอย่างชาญฉลาดว่า “ แฟมินิสต์เกี่ยวกับการให้ทางเลือกกับผู้หญิง มันไม่ใช่เครื่องมือที่จะเอาไปตีตราว่าสิ่งที่ผู้หญิงเป็น มันเป็นเรื่องของอิสระ เป็นเรื่องของเสรีภาพ เป็นเรื่องของความเท่าเทียม ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าหน้าอกของฉันไปส่งผลอะไรก็สิ่งเหล่านี้” สมกับการเป็นทูตของ UN Women เพราะสิ่งที่เอ็มม่าพูดเป็นพื้นฐานอันสำคัญที่สุดไม่เพียงแค่ของแฟมินิสต์แต่คือพื้นฐานเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของทุกคน วันนี้เราจะมาทบทวนบทบาท Feminism ของเอ็มม่าว่าเธอไม่ได้ถูกตั้งฉายาขึ้นมาลอยๆ

emma-1

Emma Watson ได้กลายเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่และกลายเป็นเสียงเพื่อแทนเด็กสาวทั่วโลก เมื่อปี 2014 เธอได้รับเลือกให้เป็นทูตมิตรภาพให้กับองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) ซึ่งเอ็มม่าเปรียบเสมือนการให้อำนาจแก่เด็กสาว นอกจากนี้เธอยังเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ริเริ่มโครงการ HeForShe ที่รณรงค์ให้ผู้ชายส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมทางเพศด้วย ซึ่งก่อนรับตำแหน่งทูตมิตรภาพเอ็มม่าก็ได้เกี่ยวข้องในกับการส่งเสริมเรื่องให้การศึกษาแก่เด็กผู้หญิงมาหลายปี เธอเคยเดินทางไปยังบังกาลาเทศและสาธารณรัฐแซมเบียเพื่อผลักดันเรื่องมนุษยธรรม เธอทำงานเพื่อโปรโมท Fair Trade เครื่องแต่งกายออแกนิกส์ และเป็นแอมบาสดอร์ขององค์กรการกุศล Camfed international ที่เคลื่อนไหวเกี่ยวกับการให้การศึกษาแก่เด็กสาวในชนบทของแอฟริกา

emma-7

เห็นได้ชัดว่าการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ของเอ็มม่า วัตสันนั้นเกี่ยวการเรื่องการศึกษา ซึ่งเธอก็ทำได้ดีกับการเป็น “ภาพลักษณ์” ที่ดีให้กับเรื่องนี้ ตั้งแต่บทของเฮอร์ไมโอนี่ที่เป็นเด็กสาวคงแก่เรียน จนมาถึงชีวิตจริงที่เธอจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยบราวน์ด้านวรรณคดีอังกฤษ ทำให้ภาพของเอ็มม่าออกมาตอกย้ำว่าการศึกษาเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญอยู่เสมอและเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการศึกษาเป็นพื้นฐานที่สุดของความเท่าเทียม ซึ่งนี้คือหัวใจหลักของ Feminism

ยิ่งการเป็นบุคคลสาธารณะยิ่งทำให้ทุกการกระทำขอเอ็มม่า วัตสันถูกจับตา แต่ก็เป็นข้อดีเพราะเธอสามารถทำให้เรื่องการเมือง เรื่องมนุษยธรรมที่ถูกมองเป็นเรื่องน่าเบื่อสามารถเข้าไปอยู่ใน Pop Culture ได้ ขณะเดียวกันเธอก็ถูกคาดหวังว่าเธอจะต้องเป็นเด็กสาวเฮอร์ไมโอนี่ที่เป็นที่รัก เธอจะต้องเป็นทูตสันวไมตรีที่ยิ้มแล้วมีสายตาแบบนางฟ้าแม่ทูนหัว ทั้งๆที่ประเด็นของ Feminism มันไปไกลมากกว่าการมานั่งกำหนดว่าผู้หญิงที่ดีต้องแต่ตัวแบบไหน ต้องวางตัวอย่างไร แต่เขากำลังพูดการถึง “สิทธิในการมีความชอบธรรมในร่างกายของตน” (Body Integrity) ไปจนถึง “สิทธิในการตัดสินใจเรื่องส่วนบุคคล” (Autonomy) กันแล้ว

emma-3

แนวทางการขับเคลื่อนของกลุ่มสตรีนิมยมนั้นมามากมายและเป็นแนวคิดซับซ้อนมากๆ กลุ่มหนึ่ง ในยุคปัจจุบันที่การเมืองแฝงมาในรูปแบบของอำนาจแฝง (อำนาจตรงคือพวกสิทธิการเลือกตั้ง สิทธิตามกฎหมาย) แนวทางที่เอ็มม่าใช้ ไม่ใช่การออกมาพูดว่าผู้ชายต้องลุกให้ผู้หญิงนั่งบนรถเมล์ หรือผู้หญิงต้องแต่งตัวในเรียบร้อยเป็นกุลสตรี แต่มันคือการมุ่งไปที่พื้นทางที่สุดคือการให้สิทธิทำ สิทธิที่จะเป็น สิทธิที่เธอจะเลือกแม้กระทั่งเรื่องที่จะสวมบราหรือโนบรา

RECOMMENDED CONTENT

21.ตุลาคม.2022

เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนชาวไทย ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค จึงนำ “เสียง” หรือความคิดเห็นจากประชาชนภาคธุรกิจ มีส่วนร่วมในการส่งเสียงผ่านการสำรวจของ ‘Business of the People Poll’ ร่วมออกแบบและขับเคลื่อนโดย สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในจัดทำการสำรวจผ่านตัวแทนผู้ประกอบการไทยจำนวน 451 ตัวอย่าง โดยมุ่งเน้นหัวข้อไปที่ ‘ปัจจัย, ความท้าทาย, โอกาส และคำแนะนำ ในการเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต’ เพื่อที่จะทราบถึงความเข้าใจ ข้อเท็จจริง และแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากผู้ที่มีบทบาทจริงในภาคธุรกิจของประเทศไทย