ติดตามอัพเดท
จากเรา DOODDOT

กรุณาใส่อีเมลเราไว้ เพื่อติดตามอัพเดท
ข่าวสารและกิจกรรมใหม่ๆจากเรา

SHARE

2200 Views
date :12.มกราคม.2018
tag :
#BIGMONEY — บ้าน vs. รถ ซื้ออะไรก่อนดี?

เมื่อเราทำงานมาได้ซักระยะ เราอาจมีเงินเก็บก้อนหนึ่ง หรือมีเงินเหลือในแต่ละเดือนหลังจากหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่างๆ ออกไปหมดแล้ว เงินก้อนนี้ถ้าเรายังไม่คิดจะนำไปเก็บออม หรือแม้แต่เก็บออมแล้วเงินมันก็ยังเหลือ ทีนี้ ‘กิเลส’ ก็เข้ามาครอบงำ ทำให้เกิดอยากซื้อบ้าน หรือรถยนต์คันใหม่สักคัน แต่ว่า บ้าน vs. รถ ซื้ออะไรก่อนดีนะ? ลองมาฟังความเห็นจากเราประกอบการตัดสินใจดูนะ

สำหรับคนที่คิดจะซื้อรถยนต์ก่อน
— ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า รถยนต์ เป็นสินทรัพย์ที่เสื่อมราคาลงไปตามกาลเวลา หมายความว่า ทันทีที่คุณถอยรถยนต์คันใหม่ออกจากโชว์รูม มูลค่าของรถยนต์จะลดลงทันที และคงมีน้อยคนมากๆ ที่จะซื้อรถยนต์ด้วยเงินสด ดังนั้นคุณจะต้องมีภาระผูกพันกับการผ่อนค่างวดรถยนต์ไปอย่างน้อย 5–6 ปี และในแต่ละวันจะต้องจ่ายค่าน้ำมันรถ แต่ละปีต้องจ่ายค่าบำรุงรักษารถยนต์ และค่าต่อประกันภัยรถยนต์อีกด้วย

เมื่อเข้าใจดังนี้แล้ว ค่อยมันตัดสินใจกันอีกทีว่าเราควรคิดซื้อรถยนต์ก่อนซื้อบ้านหรือไม่ สำหรับคนที่คิดจะซื้อรถ ควรมีเหตุผลมารองรับดังนี้

♦ ที่ทำงานเดินทางไกลมาก และห่างไกลรถไฟฟ้า หรือเดินทางไม่สะดวก
ด้วยเหตุผลนี้ถ้าเราคิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานในกรณีที่เราไม่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง แล้วพบว่ามันแพงกว่าการขับรถไปเอง แบบนี้การซื้อรถยนต์ก็สมเหตุสมผล

♦ งานที่เราทำมีความจำเป็นต้องใช้รถ
ยกตัวอย่างเช่น งานเซลล์ขายสินค้าที่ต้องออกไปพบปะลูกค้า ถ้าไม่มีรถคงไม่สะดวกแน่ หรืองานที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไปตรวจเยี่ยมสาขาตามที่เจ้านายสั่ง แบบนี้ก็ต้องใช้รถ ถ้าบริษัทไหนออกรถให้เรา หรือมีรถให้ใช้ก็สบายไป แต่ถ้าไม่มี ก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะต้องถอยรถคันใหม่

ต้องใช้รถขนของ
กรณีที่เราไม่ได้ทำงานประจำ แต่ทำธุรกิจส่วนตัว และต้องใช้รถขนของ แบบนี้ก็มีเหตุผลเช่นกัน ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็ถอยรถมาใช้ดีกว่า ขนของได้เยอะ และได้ทุกเวลา ทุกที่ที่เราต้องการแบบนี้ดีกว่ากันเยอะ

♦ เราอยากได้จริงๆ
สำหรับกรณีที่เราอยากได้จริงๆ คงไม่ต้องหาเหตุผลอะไรมารองรับ ถ้าเราไม่เดือดร้อน มีเงินดาวน์โดยไม่ต้องกู้ยืมใคร และมีเงินผ่อนค่างวดโดยไม่เดือดร้อนค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ก็ถอยรถคันใหม่ดีกว่า คุณไม่ได้ไปทำความผิดร้ายแรงอะไร แต่ก็รับผิดชอบให้ตลอดรอดฝั่งด้วยนะ เพราะการที่รถถูกยึดคงจะดูไม่จืดทีเดียว


สำหรับคนที่คิดจะซื้อบ้านก่อน
— เรื่องบ้านนั้นเป็นเรื่องของการลงทุนระยะยาวอย่างหนึ่ง หลายคนซื้อบ้านทำเลไม่ค่อยดี แต่ทิ้งไว้หลายๆ ปี ทำเลมันพัฒนาตัวเอง ทำให้ที่ดินแถบนั้นราคาสูงขึ้น ราคาขายบ้านก็สูงขึ้นตามไปด้วย หรือแม้แต่การซื้อคอนโดมิเนียมถ้าทำเลดีติดสถานีรถไฟฟ้า โอกาสที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นมีสูงมากๆ ไม่เหมือนรถยนต์ที่มีแต่จะลดราคาลงตามกาลเวลาที่ล่วงเลยไป การซื้อบ้านซักหลังจึงเป็นเรื่องดีอย่างไม่ต้องสงสัย

ข้อเสียของการซื้อบ้าน
ถ้าเราไม่มีความสามารถในการผ่อนค่างวดในระยะยาว การซื้อครั้งนั้นอาจเป็นการซื้อที่ไม่ดี หรือเวลาที่เราเอาเงินก้อนใหญ่ไปดาวน์บ้าน ทำให้เงินก้อนนั้นถูกจมอยู่กับสินทรัพย์ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่เราซื้อไว้ แม้เราจะใช้บ้านเพื่ออยู่อาศัย แต่ก็ไม่ก่อให้เกิดรายได้แต่อย่างใด ในขณะที่หากเรามีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์เพื่อติดต่อค้าขายสร้างกระแสเงินสดก็อาจจะขาดโอกาส เนื่องจากเงินหมดไปกับการดาวน์บ้าน ผ่อนบ้านเสียแล้ว ดังนั้นการซื้อบ้านก็ไม่ใช่ข้อดีเสมอไป

♦ จะซื้อบ้าน หรือ ซื้อรถยนต์ ให้ดูความจำเป็น
เราต้องคำนึงถึง ‘ความจำเป็น’ เป็นหลักยึดเอาไว้ก่อนจะตัดสินใจซื้อสินทรัพย์ก้อนใหญ่ ที่มาพร้อมกับหนี้สินก้อนใหญ่ ถ้าเราไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ หน้าที่การงานของเราต้องทำงานอยู่กับที่ อยู่กับ office แบบนี้การซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้าเดินทางไปทำงานได้สะดวกสบายถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด แต่ถ้างานเราต้องติดต่อลูกค้า หรือต้องเดินทางไปๆ มาๆ แบบนี้เราควรต้องซื้อรถยนต์ เพราะรถยนต์คันที่เราซื้อเราได้ใช้สร้างงาน สร้างเงินให้กับตัวเราเอง… ดังนั้นจงเลือกตามความเหมาะสม และความจำเป็นจะดีที่สุด

—————

เรื่อง : นายแว่นธรรมดา

Advertising

Relate Video

หลายสื่อยกให้ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เป็น ‘นัก […]

date :28.ธันวาคม.2017
Recommended Articles

เชื่อว่าความบันเทิงที่หลายๆ คนชื่นชอบ และมักทำกันในทุกๆ เย็นย่ำหลังเลิกงาน หรือไม่ก็ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นั่นก็คือ การดูโทรทัศน์ ซึ่งเดี๋ยวนี้โทรทัศน์ก็ไปไกลมากกว่าที่เราคาดคิด จากที่เมื่อก่อนเรายังนั่งดูจอตู้ รอลุ้นสัญญาณคมชัดกันอยู่เลย ตอนนี้มาถึงยุคของ OLED TV แล้ว

28.มีนาคม.2018

อะไรที่มีผลต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวันของเราบ้าง? ถ้าไม่ใช่เรื่องกิน เที่ยว ช้อปปิ้ง เรื่องเงิน เรื่องงาน หรือแม้แต่เรื่องที่อยู่อาศัย ก็คงเป็น “เวลา” นี่แหละ ที่มีผลกับชีวิตเรามากจริงๆ

7.มีนาคม.2018

Advertising

Related Articles