fbpx

CONTACT US

#Visit : “Truefitt & Hill” ไปเยือนบาร์เบอร์ช็อปอันเก่าแก่ที่สุดของโลก ส่งตรงจากเกาะอังกฤษให้คนไทยได้สัมผัสถึง ‘gentleman grooming’ ที่แท้จริง
date : 2.กันยายน.2015 tag :

Truefitt & Hill visit dooddot 10

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เห็นได้ชัดว่าผู้ชายไทยมีความตื่นตัวในเรื่องของกรูมมิ่ง หรือการดูแลตัวเองมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไปถ้าพวกเราจะเห็นเหล่าสุภาพบุรุษรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจในเรื่องของการดูแลผิวหน้า การแต่งตัว และการดูแลผม ตั้งแต่การตัดผม และการเลือกทรงผมที่เหมาะกับคาแรคเตอร์ของตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ อาจจะถือเป็นเรื่องเชยเสียด้วยซ้ำ ถ้าหากยุคนี้ผู้ชายที่หันมาใส่ใจดูแลตัวเองยังถูกมองว่าไม่แมน เพราะถ้าคุณอยากดูดี มีสไตล์ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย พวกเราก็ควรจะเริ่มให้ความสำคัญกับ “การดูแลตัวเอง” เป็นขั้นพื้นฐานก่อนเป็นอันดับแรก

ด้วยความตื่นตัวในเรื่องของการดูแลตัวเองของผู้ชายไทยในปัจจุบันนี้เอง จึงเกิดปรากฏการณ์การเปิดร้าน “Gentlemen’s Barber” หรือบาร์เบอร์ช็อปที่เพิ่มขึ้นในกรุงเทพฯ แน่นอนว่าเราไม่ได้หมายถึงพวกร้านตัดผมซาลอนทั่วไป อย่าเพิ่งเข้าใจผิด เพราะเรากำลังพูดถึงร้านที่เชี่ยวชาญเฉพาะการตัดผมผู้ชาย บาร์เบอร์ช็อปสไตล์คลาสสิคแบบดั้งเดิม ที่แอบมองเข้าไปในร้านกี่ทีก็รู้สึกว่าโคตรหล่อ ด้วยเก้าอี้ตัดผมหนังสีเข้ม ที่ตั้งอยู่เรียงเป็นแถวหน้ากระจกบานใหญ่ ภายในหอมหวลไปด้วยกลิ่นโคโลญอาฟเตอร์เชฟ และความเก๋าของช่างตัดผมแต่ละคนในชุดยูนิฟอร์ม ที่ทุกท่วงท่าอิริยาบถของพวกเขากำลังบอกพวกเราว่า ‘we mean business’ เราไม่เล่น เราเอาจริง เราทำให้คุณดูดีได้ ถ้าอยากหล่ออย่างที่สุภาพบุรุษควรจะเป็น ก็อย่ารอช้าที่จะเข้ามา

สำหรับคอลัมน์ Dooddot Visit ในครั้งนี้ เราจึงไม่รอช้าที่จะขอแวะเข้าไปเยี่ยมร้านบาร์เบอร์ช็อประดับท็อป อย่าง “Truefitt & Hill” ที่สาขา The Emporium บาร์เบอร์ช็อปที่ส่งตรงมาจากประเทศอังกฤษอันเก่าแก่ที่สุดของโลก โดยเราได้นั่งพูดคุยกับคุณ ศกร ทวีสิน Managing Director ผู้นำเอา Truefitt & Hill มาสู่ประเทศไทย ถึงความเป็นมาของร้านตัดผมแห่งนี้ รวมถึงเกร็ดน่าสนใจในการดูแลตัวเองฉบับ gentleman ที่คุณผู้ชายทุกคนควรรู้ รับรองว่าพอคุณได้อ่านคอลัมน์นี้ รวมกับการได้ชมภาพของร้านที่เราได้นำมาฝากกัน คุณจะต้องรู้สึกอยากดูดีเป็น gentlemen ขึ้น ไม่มากก็น้อยแน่นอน

Truefitt & Hill visit dooddot 2

Truefitt & Hill visit dooddot 3

คุณศกร ทวีสิน Managing Director

เรื่องราวของร้าน Truefitt & Hill มีความเป็นมาอย่างไรบ้าง?

Truefitt & Hill เป็นแบรนด์ของบาร์เบอร์ช็อป ที่ได้รับการบันทึกว่าเป็นบาร์เบอร์ช็อปที่เก่าแก่ที่สุดในโลก รับรองโดย Guinness World Record ร้านแรกอยู่ที่ London Acre ที่ลอนดอน เป็นถนนที่อยู่ใกล้ๆกับ Covent Garden เปิดเมื่อปี ค.ศ. 1805 หลังจากนั้นก็มีย้ายร้านมาทั้งหมดประมาณ 5-6 ครั้งได้ มีย้ายไปอยู่ที่ Burlington Arcade เมื่อปี 1826 เสร็จแล้วก็ย้ายไปอยู่ที่ Old Bond Street ในปี 1880 ส่วนทุกวันนี้ตัวร้านอยู่ที่ St. James

ปีนี้เราจะฉลองครบรอบ 210 ปี ในเดือนตุลาคม Truefitt & Hill ถือเป็นแบรนด์ของบาร์เบอร์ช็อปแบรนด์เดียว ที่ได้รับการรับรองจาก The Duke of Edinburgh จริงๆแล้วบาร์เบอร์ช็อปของที่อังกฤษมันไม่ใช่เรื่องใหม่ มีทำกันมาตั้งนานแล้ว เมืองไทยก็เหมือนกัน เพียงแต่ว่าช่วงยุคประมาณปี 80s-90s กระแสของร้านซาลอนเขามาแรง พวกผู้ชายเลยเริ่มหันมาทำผมที่ไม่ได้เป็นทรง traditional เยอะขึ้น ทีนี้เราก็เลยต้องการอะไรที่มันมากกว่าการตัดผมด้วยปัตตาเลี่ยน หรือว่าแค่ตัด สระ แล้วก็ไป เราต้องการอะไรที่มัน sophisticate มากขึ้น ซึ่งร้านซาลอนพวกนั้นเราพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นแค่แฟชั่น แต่สิ่งที่มันยั่งยืนจริงๆคือความเป็น ‘gentleman’ ความเป็นผู้ชายที่ mature (มีความเป็นผู้ใหญ่) มีความนิ่งแล้ว และมีความเป็น masculine จริงๆ

ด้วยความที่เราเคยมีประสบการณ์ทำงานในศูนย์การค้ามาก่อนกว่า 10 ปี ก็เลยเห็นความเป็นไปของตรงนี้ขึ้นมา ก็คิดว่า เออ…เวลามันน่าจะใช่ละ เราก็เลยไปทำรีเสิร์ชมา ไปลองตัดผมมา ก็พูดได้ว่าไปมาทั่วโลกเลย ไปมาทุกแบรนด์ ทั้งที่อเมริกา ที่อังกฤษ ที่ยุโรป และที่ญี่ปุ่น สุดท้ายแล้วก็มาเจอแบรนด์นี้ เราก็ได้พูดคุยกับทางเจ้าของ ได้เห็นถึงคอนเซ็ปต์ และความตั้งใจของเขา ได้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของแบรนด์ เราเห็นแล้วเราชอบ เราเป็นคนที่เคยทำแบรนด์มาแล้วด้วย เราเลยเชื่อว่าทุกอย่างมันคือมาร์เกตติ้ง มันต้องมีเรื่องราว มันต้องมี story โปรดักส์มันต้องมีคาแรคเตอร์ของมัน ไม่ใช่ว่าแค่เปิดร้านบาร์เบอร์จากไหนก็ไม่รู้ มาถึงก็ตัดๆผมไป วันนี้เราเลยไม่ได้ทำแค่บาร์เบอร์ช็อปอย่างเดียว เรามี men’s grooming products ขายด้วย ทั้งโคโลญ อุปกรณ์โกนหนวด และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งของพวกนี้ราคาค่อนข้างแพง แต่เราว่าถ้าผู้ชายคนนึงซื้อมีดโกนหนวดอันนึง อย่างเฉพาะตัวด้ามราคา 5,000-10,000 บาทเนี่ย สามารถใช้ได้เป็นสิบๆปีเลยแค่ต้องเปลี่ยนใบมีดอย่างเดียว คือถามว่ามันแพงหรือเปล่า มันแพง แต่ว่าในแง่ของผู้ชายมันคือความนิ่ง มันคือความยั่งยืน มันคือความคงทน เราจึงอยากนำเสนอตรงนี้ให้กับผู้ชายไทย

ในประเทศไทยมีเปิดมากี่สาขาแล้ว?

ที่ Emporium นี่สาขาที่สองครับ สาขาแรกอยู่ที่ Central Embassy

อะไรคือร้านแบบ Gentlemen’s Barber? มันแตกต่างจากร้านตัดผมชายทั่วไปอย่างไรบ้าง?

มันคือความแตกต่างระหว่างร้านบาร์เบอร์ช็อปกับร้านซาลอนทั่วๆไป คือซาลอนจะทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่บาร์เบอร์ช็อปจะทำให้ผู้ชายอย่างเดียว มันคือความเป็นส่วนตัว คือมาถึงปุ๊ป คุณมาสระผม คุณจะหลับ คุณจะกรน คุณจะนั่งอ่านหนังสือโป๊ หรือคุณจะคุยเรื่องทะลึ่งกับชั่งก็ได้ มันคือความเป็นส่วนตัวของผู้ชายจริงๆ ปกติร้านเราถ้าเลยเคาน์เตอร์เข้าไปแล้ว เราจะไม่ให้ผู้หญิงเข้านะ เพราะมันเป็นพื้นที่ของผู้ชายโดยเฉพาะ

นี่คือ tradition ของบาร์เบอร์ช็อปของต่างประเทศ?

จริงๆมันก็ใช่ครับ แต่ว่าวัฒนธรรมของบาร์เบอร์ช็อปเนี่ย จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้มาจากของเมืองนอกซะเลยทีเดียว เพราะจริงๆบาร์เบอร์ช็อปในเมืองไทยมันมีมาตั้งนานเป็นร้อยๆปีเหมือนกัน แต่ว่าเราไม่ได้มีแบรนด์ เราไม่ได้มีการสร้างคัลเจอร์ เราไม่ได้มีการสร้างเรื่องของฝีมือ เรื่องของ ‘know-how’ ไว้ จนกระทั่งวันนึง อยู่ดีๆมันก็หายไป แล้วคนก็หันไปทำร้านซาลอนกันหมด บาร์เบอร์ช็อปนี่จริงๆแล้วมันคือความไม่เก่า มันคือเรื่องของสไตล์เรา

Truefitt & Hill visit dooddot 4

Truefitt & Hill visit dooddot 5

ความแตกต่าง หรือจุดเด่นของ Truefitt & Hill คืออะไร?

เรื่องแรกเลยคงเป็นคาแรคเตอร์ของแบรนด์ คือพอคุณเข้ามาในร้านของเรา คุณจะสัมผัสได้ถึงความเป็นอังกฤษ สัมผัสได้ถึงการต้อนรับและการบริการต่างๆ อย่างการทำงานของเรา เราเอาความเป็นอังกฤษมาผสมผสานเข้ากับจุดแข็งของความเป็นไทย ซึ่งเรามีขั้นตอนการทำงานที่ค่อนข้างเป๊ะ อย่างเช่นการโกนหนวดของเราใช้เวลาครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ถ้าเป็นร้านคนไทยสมัยก่อน 5-10 นาทีก็เสร็จแล้ว แต่เราต้องการบวกความเป็น service mind ความเป็นมืออาชีพ และความสุภาพอ่อนน้อมของคนไทยเข้าไปด้วย ซึ่งเราคิดว่าเป็นการผสมกันที่ดี

Service ของที่ร้านมีอะไรบ้าง?

ในเรื่องของบาร์เบอร์ช็อป ก็จะมีการตัดผม ‘The Royal Haircut’ (45 นาที ราคา 1,100 บาท) โกนหนวด แต่งหนวด ‘Shave and Shape’ (45 นาที ราคา 1,500 บาท) เล็มหนวด ‘Beard Trim’ (20 นาที ราคา 500 บาท) นวดหน้า ‘Face Massage’ (20 นาที ราคา 900 บาท) นวดหัว ‘Head Spa’ (20 นาที ราคา 900 บาท) นวดมือ ‘Hand Massage’ (30 นาที ราคา 400 บาท) โกนหัว ‘Head Shave’ (30 นาที ราคา 1,000 บาท) ตัดผมเด็ก ‘Kids Haircut’ (30 นาที ราคา 700 บาท) มีการแว๊กซ์ต่างๆ อย่างการแว๊กซ์ขนจมูก แว๊กซ์หู และแว๊กซ์คิ้ว ‘Facial Hair Grooming’ (20 นาที ราคาอย่างละ 300 บาท) มีการทำเล็บ เล็บมือ เล็บเท้า ‘SPA Manicure/Pedicure’ (Manicure 30 นาที ราคา 550 บาท / Pedicure 60 นาที ราคา 1,100 บาท) แคะหู ‘Ears Cleaning’ (ราคา 600 บาท) และย้อมสีผม ‘Hair Coloring’ (60 นาที ราคา 2,000 บาท) ซึ่งแต่ละเซอร์วิสก็จะใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะเรามีขั้นตอนของเรา ยกตัวอย่างเช่นการตัดผม บางคนบอกว่าตัดผมแป๊ปๆก็เสร็จแล้ว ตัด สระ ตัด สระ เสร็จกลับบ้าน โอเค ถูกต้อง แต่จริงๆแล้วมันมีรายละเอียดของมัน ร้านเราตัดผมแค่คนเดียว ใช้ผ้าหมดไปประมาณสี่ผืน มีทั้งผ้าลองต้นคอ ผ้าลองสระ ซึ่งนั่นคือความเนี้ยบของเรา

Truefitt & Hill visit dooddot 1

Truefitt & Hill visit dooddot 6

Truefitt & Hill visit dooddot 7

มีการคัดเลือกช่างตัดผมแต่ละคนอย่างไร ต้องผ่านการฝึกฝนมามากน้อยขนาดไหน?

แน่นอน ข้อแรกคือต้องตัดเป็น แต่ว่าจะตัดเก่งไม่เก่ง อันนั้นก็ต้องอยู่ที่ฝีมือและประสบการณ์ ตัดเป็นก่อน เสร็จแล้วก็เอาพวกเขามาฝึกกับขั้นตอนการทำงานของ Truefitt & Hill อย่างเช่น ต้องเรียนรู้การใช้ผ้า การพับผ้า การกางผ้า การสระผม การใช้เก้าอี้ เป็นต้น

โปรดักส์ต่างๆที่จำหน่ายในร้านนี้เป็นของ Truefitt & Hill หมดเลยหรือเปล่า?

ใช่ครับ มีทั้งครีมโกนหนวด โคโลญ สบู่ หรืออย่างแปรงสำหรับป้ายครีมโกนหนวดของเราก็จะใช้ขนของตัว badger เป็นสัตว์คล้ายๆกับตัวชะมดบ้านเรา ของยี่ห้อ Truefitt ก็จะใช้ขน ‘Silvertip Badger’ แบบคุณภาพดีที่สุด เป็นขนจากส่วนของหน้าอก ถ้าจับดูขนมันจะไม่นิ่มเหมือนพวกแปรงบลัชออน ของเราจะค่อนข้างแข็ง แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีความนุ่มอยู่ในตัวเหมือนกัน ส่วนโคโลญของเราก็จะมีหลายกลิ่น กลิ่นออกผู้ชายๆหน่อย ได้กลิ่นแล้วอาจจะนึกถึงพวกกลิ่นโคโลญที่คุณพ่อพวกเราชอบฉีดสมัยตอนเราเด็กๆ ซึ่งกลิ่นพวกนี้มันคือความเนี้ยบที่ออกมาจริงๆ มันไม่ใช่กลิ่นโคโลญที่ฉีดๆแล้วแป๊ปเดียวก็หายไป ซึ่งคุณภาพของโคโลญเราจะสูงกว่า หรืออย่างมีดโกนหนวด ปกติที่คนทั่วไปใช้กันก็จะอยู่ที่ประมาณ 300-400 บาท แต่ของเราราคาจะอยู่ที่สี่พัน ห้าพัน หรือเป็นหมื่นก็มี ราคาอาจจะสูงจริง แต่แน่นอนคือคุณภาพที่ได้ก็ต้องสูงกว่า อย่างแปรงโกนหนวดถ้าใช้อย่างถูกต้อง ก็สามารถใช้ไปได้เลย 30-40 ปี ก็ยังไม่พัง คือเราเชื่อว่ามันถึงเวลาแล้วที่ผู้ชายไทยทุกคนควรใส่ใจดูแลรูปลักษณ์ของตัวเอง คุณตื่นเช้ามาคุณควรจะ appreciate ชีวิตตัวเอง ไม่ใช่ว่าตื่นมาปุ๊ป ใช้แต่ของราคาถูก โกนๆ ทาๆ ให้เสร็จๆแล้วออกจากบ้าน คือเราต้องการความละเอียด ความเนี้ยบ การใช้เวลากับมัน การเพิ่ม detail รายละเอียดของชีวิตเข้าไป

ร้านนี้ต้องทำการนัดอย่างเดียว หรือว่ารับ walk-in ด้วย?

Walk-in ก็ได้ครับ แต่แนะนำว่าให้นัดดีกว่า เพราะร้านเราปกติคิวค่อนข้างแน่น วันนึงนี่มีประมาณ 20-30 คิวได้

เทรนด์ทรงผมผู้ชายที่กำลังมาแรงในตอนนี้?

ผมขอไม่เรียกมันว่าเทรนด์ดีกว่า เพราะบาร์เบอร์ช็อปมันเป็นคัลเจอร์ มันเป็นวัฒนธรรม มันคือความยั่งยืน มันไม่ใช่เทรนด์ ถ้าถามว่าทรงที่ตัดๆกันอยู่ทุกวันนี้ ก็ตัดกันมาเป็นร้อยๆปีแล้วนะ ด้วยความที่เราเป็นเจ้าของร้านบาร์เบอร์ช็อป เราไม่ตามแฟชั่น ผมบอกเลยผู้ชายมีทรงผมอยู่แค่ 4-5 ทรงผมเท่านั้นแหละ เพียงแต่ว่าในทรงผมพวกนี้ เราปรับเปลี่ยน adjust มันให้เข้ากับคาแรคเตอร์ของแต่ละคนยังไง หลักๆมันมีอยู่ไม่เท่าไหร่หรอก มันคือความเนี้ยบมากกว่า มันคือความสั้น ความมีระเบียบของผม ของหนวด อะไรต่างๆนาๆ มันไม่ใช่เทรนด์เลย มันคือสไตล์

แล้วอย่างทรง Undercut หรือทรง Old School ที่กำลังมาแรงมากตอนนี้ ซึ่งบางคนก็เรียกทรงเหล่านี้ว่าเป็นทรงฮิปสเตอร์ คุณศกรมีความเห็นกับมันว่าอย่างไร? 

อันนั้นเราก็ไม่ค่อยแน่ใจนะ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ 80-90% ของเรา ไม่ได้เป็นคนที่ตามแฟชั่น คือถามว่ามันกำลังมาหรือเปล่า มันกำลัง ‘กลับมา’ มากกว่า เพราะจริงๆทรงผมพวกนี้มันอยู่มานานมากแล้ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเลยคือ เราว่ามันถึงเวลาอิ่มตัวแล้วในการที่กลุ่มบริโภคผู้ชายจะสนใจแต่หนังสือโป๊ ปืน รถ อย่างสมัยก่อน ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จในสมัยนี้ ที่ผ่านการเรียนรู้ชีวิตมา ผ่านการใช้แบรนด์มา ผ่านทุกอย่างมาแล้วเนี่ย ก็จะเริ่มหาตัวเองเจอแล้วกลับมาสู่ความเป็น gentleman จริงๆ จะสังเกตได้ว่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เวลาผู้ชายใส่เสื้อจะต้องมียี่ห้อใหญ่ๆแปะอยู่ตัวเบ้อเริ่มเลย หรือถ้าเห็นทรงผม เห็นคัตติ้ง เห็นการแต่งตัว ก็รู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้เป็นผู้ชายแบบ Prada นะ เป็นผู้ชายแบบ Louis Vuitton นะ หรือเป็นผู้ชายแบบ Moschino นะ อะไรก็ว่าไป แต่ทุกวันนี้มันกลับกันแล้ว ถ้าอยากจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้ใส่เสื้อยี่ห้ออะไร ต้องไปเปิดของเขาดูข้างใน คือความโอเว่อร์แบรนด์มันหายไปหมดแล้ว ตอนนี้ผู้ชายต้องมีความ humble (ความถ่อมตัว เรียบง่าย) แบบนั้นมันคือความเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ มันคือความเนี้ยบ ไม่ใช่ว่ามาถึงร้านปุ๊ป มาทำสีผมเลย ซึ่งทุกวันนี้เห็นน้อยมาก มันอาจจะโอเคสมัยตอนเราเป็นวัยรุ่น แต่พอเราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เราก็ต้องการความเป็น long term ความเป็นไลฟ์สไตล์ที่เป็นแบบ gentleman จริงๆ

Truefitt & Hill visit dooddot 8

Truefitt & Hill visit dooddot 9

ที่คุณศกรบอกว่าทรงผมผู้ชายจริงๆมีอยู่ 4-5 แบบ มีแบบอะไรบ้าง?

ถ้าเบสิคเลยเนี่ย ผมขอพูดแบบโดยรวมแล้วกันนะครับ มันคือความเนี้ยบ ไม่ว่าจะสั้นหรือจะยาว จะแสกผมข้างไหน หรือแม้กระทั่งทรงสกินเฮ้ด ที่ไถจนสั้นกุดทั้งหัวเลยเนี่ย คือต่อให้เหลือสั้นๆก็ตาม มาร้านเรา เราก็ต้องทำให้มันดูเนี้ยบให้ได้ ไม่มีการขึ้นเป็นกระหย่อมกระแหย่ม เพราะฉะนั้นความเนี้ยบ ความมีระเบียบสำคัญที่สุด

Grooming ที่ดีของผู้ชายต้องมีอะไรบ้าง? Useful tips ในการดูแลตัวเองที่ผู้ชายทุกคนควรทำเป็นอันดับแรกเลยคืออะไร?

ผมว่ามันก็ขึ้นอยู่กับ first appearance ของแต่ละคนที่เขาต้องการ แต่ถ้าทั่วๆไปเลย เราก็ควรต้องเริ่มจากข้างบนก่อน นั่นก็คือใบหน้ากับทรงผม ทรงผมต้องเนี้ยบ ต้องตัดเป็นระเบียบ ไม่มีปล่อยรุงรัง อยากมีหนวดก็ต้องเล็มให้เรียบร้อย ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็แล้วแต่จริงๆ เพราะว่าอย่างร้านเราเวลามีผู้ชายมาตัดผม พวกผู้หญิงก็จะมานั่งรอข้างนอก เราก็คุยกับพวกเธอหลายๆคน ซึ่งส่วนใหญ่ก็บอกกันว่าเวลามองผู้ชาย จะมองที่รองเท้าก่อนเป็นอันดับแรก รองเท้าเรียบร้อยมั้ย เงามั้ย ถุงเท้าเป็นยังไง บางคนก็บอกว่าชอบผู้ชายแต่งตัวเนี้ยบๆ ไม่ชอบคนที่ใส่กางเกงยีนส์ขาดๆ คือมันแล้วแต่จริงๆ เพียงแต่ว่าเราจะทำยังไงที่จะคอนโทรลคาแรคเตอร์ของเราให้ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องรู้ก่อนว่าเราคือใคร เราคือผู้ชายแบบไหน หาตัวเองให้เจอก่อน แล้วเราก็แต่งตัว ดูแลรูปลักษณ์ภายนอกของเราให้แมทช์ตามนั้น 

Movement หรือแพลนต่อไปของ Truefitt & Hill?

ตอนนี้เรากำลังศึกษาการทำเรื่องของ men’s grooming ที่ลึกล้ำมากขึ้น อย่างเช่นพวกครีมบำรุงผิว และโปรดักส์สำหรับการดูแลตัวเองของผู้ชายอื่นๆที่ลึกมากขึ้น ซึ่งอีกสัก 2-3 ปี น่าจะได้เห็นกันครับ

Truefitt & Hill visit dooddot 11

Truefitt & Hill Bangkok
Website: http://www.truefittandhill.co.uk/blogs/info/15931213-bangkok-store-opening-2014
Facebook: https://www.facebook.com/truefittandhillbkk
Tel. 
+666 1162 4663

Writer: Thip S. Selley
Photographer: Kongkarn Sujirasinghakul

RECOMMENDED CONTENT

6.มีนาคม.2020

นิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่นประกาศเปิดตัวนิตยสาร LifeWear (ไลฟ์แวร์) เล่มที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “Livable Cities” หรือ เมืองน่าอยู่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตในเมือง พร้อมเน้นย้ำถึงปรัชญา LifeWear ของยูนิโคล่ นิตยสาร LifeWear เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในเดือนสิงหาคม ปี 2562