fbpx

CONTACT US

#StyleGuide : “The Keys to Streetwear” รวมกฎเหล็กในการแต่งตัว Streetwear ที่คุณผู้ชายทุกคนควรรู้
date : 6.สิงหาคม.2015 tag :

the-keys-to-streetwear-dooddot-00

“Streetwear” คำที่เรียกการแต่งกายรูปแบบหนึ่งที่เราเชื่อว่าใครหลายๆคนจะต้องได้ยินอยู่เป็นประจำ และเป็นคำที่มีผู้คนมากมายพยายามที่จะให้ความหมายกับมัน…แต่ความเป็นจริงแล้วคำว่า streetwear ที่ว่านี้มีความหมายว่าอะไรกันแน่? ถ้าอยู่ดีๆมีคนมาถามคุณว่า “สตรีทแวร์มีความหมายว่าอะไร?” คุณจะตอบเขาว่ายังไง?

คำว่า “Streetwear” ตามความหมายของ Steven Vogel จากหนังสือ Streetwear ที่ตีพิมพ์ในปี 2007 ก็คือ “Street” (ท้องถนน) + “Wear” (การสวมใส่) + “Culture” (วัฒนธรรม) เป็นคำที่คนทั่วไปใช้อธิบายการเลือกเสื้อผ้าที่เป็นไปตามวิถีชีวิต (Lifestyle) ที่เกิดจากความคิดที่เป็นอิสระ ซึ่งความเป็นอิสระนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของคำว่า Streetwear ที่สะท้อนให้เห็นความเป็น urban หรือวัฒนธรรมคนเมือง ซึ่งยังเชื่อมโยงไปยัง subculture อื่นๆในเมืองอีกด้วย คำว่า Streetwear นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากนิวยอร์ก ในยุค 1980 ที่มีอิทธิพลมาจากกลุ่มเด็กสเก็ตบอร์ด พั้งค์ เรกเก้ ฮาร์ดคอร์ ฮิป ฮอป คลับแด๊นซ์ กราฟิตี้ รวมไปถึงพวกเทรนด์สปอร์ตแวร์ และงานศิลปะต่างๆใจกลางเมือง เพราะฉะนั้นมันจึงถือเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรม Street Culture ด้วยเช่นกัน

หลายคนมักเข้าใจว่า “Streetwear” ก็คือแฟชั่นการแต่งตัวที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน แต่อันที่จริงแล้วใช่ว่าทุกอย่างที่เราสวมใส่บนท้องถนนจะเป็น Streetwear ไปเสียทั้งหมด เพราะ Streetwear มีแบบและฟอร์มของตัวมันเอง เรียกได้ว่ายากต่อการให้ความจำกัดความ ถ้าย้อนกลับไปดูในช่วงแรกๆ การแต่งกายแบบ Streetwear นั้นเกิดขึ้นโดยความคิดที่ว่าทำด้วยตัวเอง “Do it yourself“ เสื้อผ้าที่ถูกเลือกใส่จึงเน้นให้เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต โดยใช้หลักของการเลือกเสื้อผ้าที่ไม่แพงมากนัก และสามารถเลือกหาได้ไม่ยาก อย่างเช่นตามร้าน thrift shop หรือร้านขายเสื้อผ้ามือสองเป็นต้น ส่วนถ้ากลับมาที่ปัจจุบัน Streetwear ที่แล้วแต่ว่าใครจะให้ความจำกัดความมันว่าอะไร ก็ได้มีการแพร่หลายมากขึ้น และมีการแทรกซึมเข้าไปยังโลกแห่งแฟชั่นระดับ high-end อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ได้เริ่มต้นมาจาก Riccardo Tisci ดีไซเนอร์ผู้กุมบังเหียนให้แก่ห้องเสื้อระดับโลกอย่าง Givenchy และ Lucas Ossendrijver แห่ง Lanvin ซึ่งทั้งสองมักใส่องค์ประกอบของความเป็นสตรีทสไตล์ไว้ในคอลเล็คชั่นเสื้อผ้าของแต่ละฤดูกาล แต่นอกจากนี้ความเป็นสตรีทก็มักถูกนำมาใช้โดยดีไซเนอร์ และแบรนด์เลือดใหม่ (ซึ่งส่วนใหญ่มาจากนิวยอร์ก) อีกจำนวนไม่น้อยด้วยเช่นกัน อาทิ Public School, Tim Coppens, Todd Snyder และ Alexander Wang ซึ่งดูเหมือนพวกเขาจะพยายามบอกให้พวกเรารู้เป็นนัยๆว่า “นี่คือสิ่งที่เด็กคูลทุกคนเขาใส่นะ รู้ยัง?”

แล้วถ้าอย่างนั้นหน้าตาของการแต่งตัวแบบ Streetwear นี่มันต้องเป็นยังไงกันแน่ล่ะ? เอาเป็นว่าวันนี้เรามีไกด์คร่าวๆ ในการแต่งตัวแบบ Streetwear ให้หนุ่มๆได้ลองอ่านกันสนุกๆ (สาวๆจะอ่านด้วยก็ได้นะ รับรองว่ามีประโยชน์) ไปดูกันเลยดีกว่า ว่าถ้าเกิดวันไหนคุณอยากลุกขึ้นมาแต่งตัว Streetwear แบบจัดเต็ม กฎที่คุณควรรู้ในการแต่งตัวแบบสไตล์ที่ว่านั้นต้องมีอะไรบ้าง

the-keys-to-streetwear-dooddot-01

the-keys-to-streetwear-dooddot-02

1. Wear It Oversized

ต้องขอโทษหนุ่มๆทุกคนที่อุตส่าห์ใช้เวลาเข้ายิมเป็นชั่วโมงๆ เพื่อให้ได้หน้าท้องซิกแพค และเอวรูปตัววีอันสวยงาม เพื่อที่จะได้โชว์หุ่นสุดลีนในเสื้อยืดแบบ slim-fit ด้วยนะคะ เพราะว่าเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของการแต่งตัวแบบ streetwear ก็คือจะเน้นไปที่เสื้อผ้าแบบ baggy ใหญ่ๆ โคร่งๆ ไม่เน้นรูปทรง แต่สำหรับหนุ่มๆคนอื่นที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องหุ่นของตัวเองอะไรขนาดนั้น หรือกำลังมองหาวิธีการใส่เสื้อผ้าที่ช่วยอำพรางจุดด้อยของหุ่นตัวเองแบบมีสไตล์หน่อยละก็ จัดไปเลย พวกเสื้อยืด สเว็ตเตอร์ หรือแจ็คเก็ตที่มีขนาดใหญ่กว่าไซส์ของคุณหนึ่งเบอร์ (หรือจะหาพวกเสื้อผ้าที่ถูกออกแบบให้ดู oversize ก็ได้) ส่วนวิธีการมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้า oversize ให้ดูลงตัวก็คือ ให้ใส่พวกไอเท็มท่อนบนแบบมีเลเยอร์ อย่างเช่นเสื้อเชิ้ตตัวโคร่ง ใส่ทับเสื้อยืดข้างใน เสร็จแล้วจับคู่ท่อนล่างกับกางเกงขาสั้นแบบ knee-length ที่อาจจะมีความพอดีตัวขึ้นมานิดนึง ไม่ดูหลวมโคร่งเท่ากับท่อนบน อ้อ แล้วทุกครั้งที่ใส่เสื้อเชิ้ต ก็อย่าลืมปลดกระดุมสักเม็ด หรือจะปลดกระดุมทุกเม็ดเลยก็ได้ เพื่อให้ลุคโดยรวมดูเบา สบาย

the-keys-to-streetwear-dooddot-03

the-keys-to-streetwear-dooddot-04

2. Wear Your Logo With Pride

ในโลกของวงการไฮแฟชั่น อย่างน้อยก็นับตั้งแต่ช่วงปลายยุค 1990 การใส่เสื้อผ้าที่มีตราโลโก้แปะหราแบบชัดแจ๋ว นั้นถือว่าเป็นอะไรที่อย่าทำเด็ดขาด เพราะมันทั้งดู show off ขี้อวด อีกทั้งยังดูไม่ค่อยมีรสนิยมอีกต่างหาก แต่ถ้าพูดถึงการแต่งตัวแบบ streetwear แล้วละก็ ตราโลโก้นั้นสามารถสื่อได้มากกว่าแค่ว่าคุณได้จ่ายเงินไปเท่าไหร่สำหรับเสื้อตัวนั้นๆ เพราะมันถือเป็นสัญลักษณ์ของความมีเกียรติ และการบ่งบอกให้ทุกคนรู้ว่าคุณชื่นชอบ และชื่นชมแบรนด์นั้นๆมากขนาดไหน เพราะฉะนั้นการที่คุณใส่เสื้อผ้าที่มีตราโลโก้จากแบรนด์โปรดติดอยู่อย่างชัดเจนสำหรับการแต่งตัวแบบ streetwear นั้นไม่ใช่เรื่องผิดเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด หมวกแก๊ป สเว็ตเชิ้ต หรือบอมเบอร์แจ็คเก็ตก็ใส่ไปเถอะ เพียงแต่ว่าอย่าใส่มันพร้อมกันทีเดียวตั้งแต่หัวจรดเท้า เลือกมาสัก 1-2 ไอเท็มกำลังพอดี และถ้าอยากให้ทุกคนหันมาเหลียวมองการแต่งตัวของคุณนะ ลองหาเสื้อ หรือแจ็คเก็ตรุ่นหายาก หรือรุ่นพิเศษหน่อยของแบรนด์ดังๆมาใส่ แบบที่แน่ใจได้ว่าถ้าคุณใส่แล้ว ไม่มีทางไปเหมือนคนอื่นแน่นอน

the-keys-to-streetwear-dooddot-05

the-keys-to-streetwear-dooddot-06

3. Make a Statement

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า Streetwear นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ subculture หลากหลายรูปแบบ ทั้งของพวกสเก็ตบอร์ด พั้งค์ และพวกไม่นิยมตามกระแสอีกมากมาย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่เสื้อผ้า streetwear ส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยสโลแกน คำพูดแปลกๆ หรือประโยคที่มีความหมายอะไรแอบแฝง อย่างเช่นคำว่า “CHAOS” ของ MCQ หรือ “The legend of No.1 was born” ของ Neighborhood แต่ปัญหาคือ พวกเราจะรวมร่างไอเท็มเสื้อผ้าเหล่านี้บนตัวยังไง ไม่ให้แต่งออกมาแล้วดูเหมือนเด็กมีปัญหา หรือพวกเด็กขวางโลกไม่มีใครอยากคบ? ถ้าอย่างนั้นขอเชิญทุกคนดูภาพทางด้านบนกันก่อน สำหรับมือใหม่หัดแต่ง streetwear ตัวอย่างนี้อาจดูขั้นเทพไปนิด แต่หนุ่มในภาพเขาได้ทำการบาลานซ์ทุกอย่างบนตัวได้ออกมาเป๊ะมากๆ โดยการเพิ่มกลิ่นอายของความหรูเข้าไปหน่อย ด้วยการหยิบเบลเซอร์ตัวโคร่ง และกางเกงสแล็คในโทนสีเทา (ที่ส่วนใหญ่นิยมใส่ไปทำงาน หรือตามงานสำคัญต่างๆ) ดูมีราคา แมทช์คู่กับสนีกเกอร์ หมวกแก๊ป และเสื้อยืดที่ดูโดดเด่นด้วยแถบคำพูดเท่ๆ ทุกอย่างบนตัวเขาดูขัดแย้งกันก็จริง แต่โดยรวมแล้วมันกลับดูเป็นลุคที่ดูโคตรจะ streetwear แบบมีชั้นเชิงเอามากๆ สำหรับข้อนี้คุณอาจต้องลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆก่อนจนกว่าคุณจะหาบาลานซ์ที่ใช่อย่างแบบข้างบน

the-keys-to-streetwear-dooddot-07

the-keys-to-streetwear-dooddot-08

4. Sweatpants

ดูเหมือนว่าหนึ่งใน essential item ของการแต่งตัว streetwear ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเจ้ากางเกง sweatpants แต่เราขอไม่พูดถึงแบบที่ใส่ไปยิม หรือใส่วิ่งอะไรพวกนั้นนะ เพราะถ้าจะแต่งออกมาให้ดูหล่อ ฮิป ทั้งที เราขอแนะนำเป็นพวก sweatpants แบบ high-end ที่มีเรื่องของรูปทรงและดีไซน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่นในรูปทางด้านบน รู้หรือไม่ว่าแค่คุณเลือกใส่ sweatpants ที่มีการตัดเย็บอย่างดี มีขอบอีลาสติกที่ดูแน่นหนา และการพับขากางเกงขึ้นมาหน่อย มันก็สามารถดูเหมือนกางเกงชิโน่เท่ๆสักตัวได้เลยนะ ยิ่งพอนำมาแมทช์กับเสื้อยืดตัวหลวมๆหน่อย และรองเท้าสนีกเกอร์สีขาวสะอาด มันก็จะช่วยเพิ่ม swagger สบายๆ คูลๆ ให้กับลุคของขึ้นมาทันที หรือถ้าอยากจะแมทช์คู่กับเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งๆหน่อยก็ได้เหมือนกัน สำหรับลุคนี้ less is more คือสิ่งสำคัญ

the-keys-to-streetwear-dooddot-09

the-keys-to-streetwear-dooddot-10

5. Wear a Cap With Your Blazer

หมวกเบสบอลก็ถือเป็นอีกหนึ่ง streetwear essential ที่ถึงแม้สมัยก่อนจะไม่ค่อยได้รับการต้อนรับที่ดีเท่าไหร่ในโลกของวงการแฟชั่นระดับ high-end แต่ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าตามรันเวย์ระดับโลกใหญ่ๆได้มีการอ้าแขนต้อนรับการใส่หมวกแก๊ปกันมากขึ้น (ต้องยกความดีความชอบให้กับ Lucas Ossendrijver แห่งแบรนด์ Lanvin ที่สามารถทำให้หมวกแก๊ปเป็นไอเท็มระดับ high-end ได้) ดังนั้นเวลานี้จึงถือเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะประกาศให้หนุ่มๆทุกคนรู้ว่า การหยิบหมวกแก๊ปมาใส่คู่กับแจ็คเก็ตแบบสั่งตัดอย่างดีนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป โอเค มันอาจจะยังดูไม่ค่อยเหมาะกับแจ็คเก็ตเนื้อผ้าสักหลาด (tweed) หรือแบบที่ดูเป็นผู้ดี๊ผู้ดีอะไรทำนองนั้น แต่มันก็สามารถทำให้ลุคเบลเซอร์ธรรมดาๆดูเปรี้ยวขึ้นมาทันทีได้เหมือนกัน เอาเป็นว่าถ้าคุณอยากมีหมวกแก๊ปไว้เป็นส่วนหนึ่งของชุดของคุณ จงแน่ใจว่ามันสามารถเป็นส่วนหนึ่งของชุคลำลอง แคชวลๆ ที่ประกอบด้วย กางเกงยีนส์ กางเกงชิโน่ และแน่นอนรองเท้าผ้าใบได้อย่างดูไม่เคอะเขิน แล้วก็อย่าเพิ่งคิดไปไกลถึงขั้นใส่หมวกแก๊ปคู่กับชุดสูทสามชิ้น เพราะของบางอย่างมันถูกสร้างมาเพื่อให้เป็นลุคทางการโดยเฉพาะของมันอยู่แล้ว

the-keys-to-streetwear-dooddot-11

the-keys-to-streetwear-dooddot-12

6. Camouflage

เสื้อผ้าสีหรือลวดลายทหาร อย่างลายคาโม่ ก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่คุณต้องมีติดตู้ไว้หากคิดจะแต่งตัวแนว streetwear ถ้าคุณอยากเพิ่มกลิ่นอายความเป็น streetwear เข้าไปในชุดประจำวันของคุณ แต่นึกไม่ออกว่าควรหยิบอะไรมาเติมแต่งดี ขอบอกเลยว่าสิ่งแรกที่คุณควรนึกถึงก็คือแจ็คเก็ต เสื้อ หรือแอ็คเซสเซอรี่ส์ที่เป็นลายคาโม่ ซึ่งมีให้เลือกซื้อกันตามท้องตลาดทั่วไป ไปจนถึงพวกแบรนด์เนมสุดหรูมากมาย อาทิ Valentino, Givenchy และ Saint Laurent แนะนำว่าทุกครั้งที่ใส่ลายคาโม่ คุณควรเน้นไปที่ไอเท็มใดไอเท็มหนึ่งให้โดดเด่นไปเลย อย่างเช่นแจ็คเก็ต เสื้อเชิ้ต หรือกางเกง ไม่ควรใส่ให้ดูลายพร้อยทั้งตัว หรือถ้าอยากจะคอมพลีทลุคเรียบๆมินิมอลให้ดูเต็มอิ่ม หรือสะดุดตามากขึ้น คุณจะเลือกสะพายกระเป๋าเป้ลายคาโม่ หรือใส่หมวกแก๊ปลายคาโม่ก็ได้ 

the-keys-to-streetwear-dooddot-13

the-keys-to-streetwear-dooddot-14

7. Keep Your White Sneakers White

ถึงแม้ว่ารองเท้ามักจะเป็นตัวที่ทำให้ชุดของเรา “เกิด” หรือไม่ก็ “ดับ” ได้ง่ายๆ (เป็นเรื่องที่เห็นแทบจะทุกวัน บางคนท่อนบนนี่อย่างหล่อ สวย มาเลยนะ แต่พอเหลือบไปเห็นรองเท้าเท่านั้นแหละ จบข่าว!) แต่สำหรับในโลกแห่ง streetwear รองเท้าคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของที่สุดของที่สุดในการแต่งกายของคุณ! มันคือตัวพระเอกที่คุณห้ามมองข้ามอย่างเด็ดขาด เพราะฉะนั้นนอกจากคุณควรเลือกรองเท้าที่ใส่แล้วจะทำให้คุณดูมีอิมแพ็คโคตรๆแล้ว คุณยังจำเป็นที่จะต้องหมั่นดูแลทะนุถนอมมันอยู่ตลอดเวลาด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นเวลาคุณจะเลือกรองเท้าสนีกเกอร์ให้เข้ากับชุดของคุณ ควรเลือกคู่ที่มีสีที่ contrast กับชุด เพื่อให้ลุคโดยรวมดูแล้วสะดุดตา stand out มากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใส่กางเกงยีนส์สีเรียบๆ สนีกเกอร์ที่คุณใส่ก็อาจจะเป็นแบบที่มีลายแพ็ทเทินหรือลายปริ้นท์ ส่วนกางเกงชิโน่สีเบจก็จะดูเข้ากันได้ดีกับสนีกเกอร์สีจัดจ้านๆ อย่างเช่นสีแดงหรือสีเขียว ส่วนถ้าคุณชอบแต่งตัวแบบ all-black ก็จัดไปเลยสิคะ กับรองเท้าสนีกเกอร์สีขาวล้วน อย่างของ adidas แต่…มันจะเวิร์คก็ต่อเมื่อคุณหมั่นทำความสะอาดมันทุกครั้งหลังการใส่ ด้วยการเช็ดเบาๆด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นหมาดๆ เพื่อคงความขาวสะอาดของรองเท้าแบรนด์สามแถบ อย่าปล่อยให้สนีกเกอร์สีขาวของคุณเปื้อนเป็นคราบดำๆเชียว ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆก็จริง แต่มันสามารถทำให้ความคูลของคุณลดลงได้ไม่น้อยเลยนะ

Writer: Thip S. Selley
Credit: Mr. Porter

RECOMMENDED CONTENT

17.เมษายน.2020

“Gimme Love” ซิงเกิลใหม่จาก Joji ต่อจากซิงเกิล “Run” ที่ปล่อยออกมาให้ฟังไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และ “Sanctuary” ที่โกยยอดขายไปแล้ว RIAA Gold เมื่อกลางปี 2019 โดยทั้งสามซิงเกิลนี้เป็นการเปิดตัวอัลบั้มใหม่ชุดที่สอง