fbpx

CONTACT US

#TRAVEL — The Aurora Hunting! ออกล่าแสงเหนือต้อนรับหน้าหนาวใน 5 เมืองอุณหภูมิติดลบที่ต้องไปโดนสักครั้งในชีวิต
date : 20.กุมภาพันธ์.2018 tag :

northern-lights-hunting-travel-winter-dooddot-00

หลังจากที่มีข่าวจากหลายสำนัก ซึ่งน่าจะทำให้หลายๆ คนที่ฝันอยากจะไปดู Aurora หรือ แสงเหนือ มีหนาวๆ ร้อนๆ กันบ้าง เพราะแสงนี้อาจจะจางลง หรือหาดูได้ยากขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้วกลุ่มแสงสีสวยบนฟ้านี้จะมีรอบหมุนเวียนประมาณ 11 ปีตาม Solar Cycle ซึ่งคาดกันว่าจะค่อยๆลดความชัดของแสงรวมไปถึงความถี่ที่เกิดขึ้นน้อยลงหลังปี 2016 และกลับมาชัดเจนอีกครั้งประมาณช่วงปี 2024–2026

สำหรับใครที่วางแผนจะไปเห็นแสงนี้สักครั้ง แน่นอนว่าต้องนึกถึงประเทศแถบสแกนดิเนเวียอย่าง Norway, Iceland, Finland, Sweden รวมไปถึง Alaska  อย่างแน่นอน วันนี้เราจะมาแนะนำเมืองต่างๆ ที่มีแสงเหนือปรากฎ ว่ามีที่ไหนบ้างที่น่าสนใจ

northern-lights-hunting-travel-winter-dooddot-01

[ Tromso – Norway ]
Tromso เป็นเมืองที่นิยมที่สุดสำหรับนักล่าแสงเหนือและพระอาทิตย์เที่ยงคืน เนื่องจากเป็นเมืองใหญ่ทางเหนือของประเทศจึงเดินทางเชื่อมต่อง่าย แถมที่พักก็หาไม่ยาก นอกจากนั้นแล้ว เมืองนี้ยังมีโอกาสมองเห็นแสงเหนือได้สูงมากๆ โดยบางปีมีโอกาสเห็นถึง 250 คืนต่อปีเลยทีเดียว นอกจาก Tromso แล้ว ยังมีเมืองอื่นๆ ทางตอนเหนือของ Norway อย่าง Hammerfest, Alta, Svolvaer, Svalbard และ Lofoten โดยส่วนใหญ่เป็นเมืองชายฝั่ง หรือหมู่เกาะทางตอนเหนือของ Norway ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะมาดูแสงเหนือแล้ว ยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ อย่างเช่น ดูสัตว์ป่า หรือนั่งเรือเที่ยวแถบชายฝั่งได้อีกด้วย

* ช่วงเวลาที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือของที่นี่คือช่วงเดือนตุลาคม–มีนาคม (ดีที่สุดในช่วง ธันวาคม–มกราคม)

northern-lights-hunting-travel-winter-dooddot-02

[ Fairbanks – Alaska, USA ]
Fairbanks เมืองที่ใหญ่ที่สุดใน Alaska ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับนักล่าแสงเหนือในทวีปอเมริกาเหนือ โดยโอกาสในการเห็นที่นี่มีไม่แพ้ Tromso ของ Norway เลย ซึ่งก็คือ 250 คืนต่อปีเช่นกัน สำหรับคนที่กลัวว่าจะเผลอหลับเวลารอชมแสง ว่ากันว่าคนที่มาพักในโรงแรมเมืองนี้สามารถแจ้งพนักงานให้โทรศัพท์หาเมื่อพบแสงเหนือบนท้องฟ้าได้อีกด้วย นอกจากเมืองนี้แล้วยังมีอีกเมืองในทวิปอเมริกาเหนือที่ได้รับความนิยม นั่นคือเมือง Yellowknife ใน Canada ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็นเมืองหลวงของแสงเหนือเลยทีเดียว โดยถ้าใครมีโอกาสมา อย่าลืมออกมานอกเมืองแล้วมาลองพักที่ Aurora Village ที่นี่มีแคมป์ที่ทำที่พักแบบเต้นท์อินเดียแดง ซึ่งมีบริการเก้าอี้อุ่นๆ ให้คุณชมแสงเหนือพร้อมไกด์อีกด้วย เป็นความรู้สึกของการดูแสงเหนืออีกแบบที่หาไม่ได้ในที่อื่นๆ อีกแล้ว

* ช่วงเวลาที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือที่นี่คือในช่วงเดือนสิงหาคม–พฤษภาคม โดยมีโอกาสเห็น Aurora หลากหลายสีเช่น เขียว เหลือง และม่วง

northern-lights-hunting-travel-winter-dooddot-03

[ Reykjavik – Iceland ]
เมืองหลวงของ Iceland นี้ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาดูแสงเหนือแต่มีงบประมาณที่จำกัด เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่นี่ถูกกว่าที่อื่นๆ แถมยังเดินทางง่าย นอกจากจะมาล่าแสงเหนือแล้วนักท่องเที่ยวที่มา Reykjavik ยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อีกเช่น แช่น้ำร้อนที่ Blue Lagoon, เล่นสกี, ชิมอาหาร Icelandic หรือไปตามรอย location ของ Game of Thrones ก็ได้

* ช่วงเวลาที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือของที่นี่คือช่วงเดือนตุลาคม–มีนาคม

northern-lights-hunting-travel-winter-dooddot-04

[ Kiruna – Sweden ]
Kiruna คือเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของสวีเดน ซึ่งมีชื่อเสียงมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาดูแสงเหนือ และพระอาทิตย์เที่ยงคืน นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้เมืองนี้เป็นที่นิยมของนักท่องก็คือ Ice Hotel สาขาแรกที่เปิดในปี 1990 โดยโรงแรมตั้งอยู่ในเมือง Jukkasjärvi ซึ่งห่างจาก Kiruna เพียง 17 กิโลเมตรเท่านั้น ทำให้พื้นที่บริเวณ Kiruna ได้รับความนิยมเพราะนอกจากจะได้ชมแสงเหนือแล้วยังสามารถหากิจกรรมอื่นๆ ทำระหว่างทริปได้อีกด้วย

* ช่วงเวลาที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือของที่นี่คือช่วงเดือนกันยายน–มีนาคม

northern-lights-hunting-travel-winter-dooddot-05

[ Kangerlussuaq – Greenland ]
ปิดท้ายด้วย Greenland เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยอยู่ทางเหนือสุดของโลก ที่นี่นั้นมีมลภาวะทางแสงสำหรับการดู Aurora น้อยมาก ทำให้เป็นอีกที่หนึ่งที่เพอร์เฟ็กต์มากๆในการชมแสงเหนือ สำหรับนักท่องที่ชอบการผจญภัยนั้นแนะนำให้ลองนั่ง Dog Sled หรือรถสุนัขลากเลื่อนหิมะดู เพราะที่นี่มีค่าเฉลี่ยฟ้าเปิดถึง 300 คืนต่อปี ทำให้การนั่งรถเลื่อนหิมะดูแสงเหนือที่นี่น่าจะประสบการณ์ที่สุดยอดมากๆ

* ช่วงเวลาที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือของที่นี่คือช่วงเดือนตุลาคม–เมษายน

—————

Good To Know : Northern/Southern Lights หรือ Aurora คือรูปแบบของแสงสีชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้าทางตอนเหนือหรือตอนใต้ของโลก ซึ่งเกิดจากลมสุริยะที่มากระทบกับโลก โดยขั้วแม่เหล็กโลกนั้นจะดึงดูดอนุภาคอิเล็กตรอนบางส่วนเข้ามาหาในชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งเมื่ออนุภาคอิเล็กตรอนกระทบกับอะตอม หรือโมเลกุลของแก๊สที่ล่องลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศของโลก จะทำให้เกิดแสงสวยงามเสมือนกับละอองสีที่พลิ้วบนแผ่นฟ้าในยามค่ำคืน

Hunting Period : ช่วงเดือนพฤศจิกายน–มีนาคม (ระยะเวลาอาจแตกต่างตามแต่ละเมือง)

Advice : ควรหลีกเลี่ยง Light Pollution หรือสถานที่ที่มีไฟมาก โดยแนะนำว่าควรออกไปชมแสงนอกเมืองเพื่อจะได้เห็นแสงได้ชัดเจนที่สุด

สามารถเช็คพยากรณ์การปรากฎของ Aurora ได้ที่ www.gi.alaska.edu/AuroraForecast/Europe/20151122

RECOMMENDED CONTENT

21.กันยายน.2020

beabadoobee หนึ่งในศิลปินหญิงที่มาแรงที่สุดในปี 2020 ด้วยยอดสตรีมมากกว่า 900 ล้านครั้ง และเพลงติดหูอย่าง ‘Coffee’ ที่ภายหลังนำท่อนฮุกในเพลงนี้มาฟีตในเพลง ‘deathbed (coffee for your head)’ ของ Powfu และประสบความสำเร็จอย่างมากมายจนมียอดสตรีมมิ่งเป็นอันดับที่ 6 ของฤดูร้อนนี้