fbpx

CONTACT US

DOODDOT VIDEOS

ครั้งแรก! ของผู้ชายกับแป้งพัฟแบบ for men มาพร้อมหนุ่ม 4 สไตล์ ที่จะมาตอบคำถามว่าใช้แล้ว แมน หรือไม่แมน!
date : 1.ธันวาคม.2015 tag :

srichand for men 4 Style Dooddot 01

เมื่อเห็นพัฟทรงกลม นุ่มนิ่มปุกปุย หลายคนอาจหวนนึกไปถึงสาวน้อยหน้ามนที่บรรจงตบแป้งฝุ่นลงบนแก้มจนฟุ้งกระจาย แต่จะมีใครสงสัยหรือไม่ว่า…พวกเธอเหล่านั้นใช้ “พัฟ” ไปเพื่ออะไร? ทำไมแป้งฝุ่นจึงต้องใช้พัฟทา? และผู้ชาย…ใช้พัฟทาแป้งได้บ้างหรือไม่?

การคาดเดาเหตุผลไปเองดูจะไม่ใช่วิสัยของคนในยุคเสรีที่ไม่เคยหยุดตั้งคำถามและค้นหาคำตอบ เราจึงหอบตลับแป้งที่มีพัฟพร้อมสรรพไปหาชายหนุ่ม 4 คน 4 สไตล์ เพื่อไถ่ถามถึงข้อสงสัยภายในใจ…

srichand for men 4 Style Dooddot 02

srichand for men 4 Style Dooddot 03

srichand for men 4 Style Dooddot 04

srichand for men 4 Style Dooddot 05

เมื่อชายหนุ่มทั้ง 4 คน มาอยู่ตรงหน้า จะรออะไรอีกล่ะครับ ซัดกันเลยดีกว่า…

srichand for men 4 Style Dooddot 06

จารุภัทร์ มังคลสุต (ภัทร), 25 ปี
อาชีพ: เจ้าหน้าที่รัฐ (ฝ่ายประชาสัมพันธ์)
คติประจำใจ: ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะแย่กว่าไหม

ครีมบำรุง ครีมกันแดด คอนซีลเลอร์ แป้งพัฟ ผมเซ็ทเรียบร้อย เสื้อผ้ารีดเนี้ยบ และรองเท้าหนังขัดมัน คือตัวตนของภัทรที่อาจเห็นได้ทุกวัน เนื่องด้วยอาชีพที่ต้องติดต่อกับผู้คน บุคลิกภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ ภัทรให้ความเห็นว่า เพราะไม่มีใครสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าคนคนหนึ่งมีนิสัยอย่างไร รูปลักษณ์ภายนอกจึงถูกนำพิจารณาก่อนเป็นอันดับแรก

ดังนั้น เมื่อตลับแป้งพัฟส่งถึงมือชายหนุ่ม จึงไม่น่าแปลกใจที่ภัทรจะหยิบจับอย่างไม่เคอะเขิน พัฟทรงกลมที่ใส่มาพร้อมในตลับถูกใช้งานอย่างชำนาญและดูเป็นธรรมชาติ ก่อนจะให้ความเห็นว่า “ตลับแป้งใช้งานค่อนข้างยาก”, “น่าจะมีกระจกให้ด้วย” และ “พัฟนุ่มดี”

“จริงๆ ผมก็รู้สึกตุ๊ดนะที่ใช้แป้งพัฟ… แต่เราก็ไม่ได้เที่ยวไปบอกใคร เราต้องการผลลัพธ์ที่ทำให้หน้าดูเนียน สะอาดเรียบร้อย แต่ไม่ใช่ทาจนหน้าขาว”

“…เอาอย่างนี้ดีกว่า จะตุ๊ดไม่ตุ๊ดมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์เหมือนกันนะ สมมติว่าคุณจะไปแคสติ้งเป็นนายแบบ การทาแป้งมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย ถ้าเดินเข้าไปในห้องน้ำจะเห็นผู้ชายแท้ๆ ยืนตีแป้งกันเต็มไปหมด…”

“การที่จะบอกว่าใครแมนไม่แมน ผมว่ามันเป็นเรื่องที่อยู่ข้างใน ความกล้าหาญที่จะปกป้องคนอื่นต่างหาก ถึงจะเรียกว่าแมน”

srichand for men 4 Style Dooddot 07

อภิชาญ เฉลิมชัยนุวงศ์ (ออฟ), 22 ปี
อาชีพ: เออี
คติประจำใจ: ถ้าเหนื่อยนัก ก็พักไปก่อน

ท่าทางเก้ๆ กังๆ ยามจับพัฟ ทำให้เรารู้ว่าออฟไม่ใช่หนุ่มสายสำอาง แม้จะทำอาชีพเป็นเออีที่ต้องพบปะลูกค้าบ่อยครั้ง แต่การดูแลตัวเองของออฟนั้นไม่ซับซ้อน

ล้างหน้า ทาครีมบำรุงของแม่นิดหน่อย และพักผ่อนให้ผิวหน้าไม่โทรมหรือเป็นสิว คือ 3 สเต็ปง่ายๆ ที่ออฟใช้ดูแลตัวเอง ส่วนเรื่องการแต่งตัว ปกติออฟจะสวมเสื้อผ้าอย่างง่ายๆ เช่น เสื้อยืด กางเกงยีนส์ แต่หากต้องพบลูกค้า เสื้อเชิ้ตรีดเรียบและกางเกงสแล็คจะถือว่าเป็นยูนิฟอร์ม

“สำหรับงานเออี หน้าตา บุคคลิกภาพเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถือว่าเป็น First Impression แต่ความสามารถในการขายงานก็สำคัญไม่แพ้กัน เผลอๆ อาจจะสำคัญกว่า…”

“โชคดีที่ผมเป็นคนผิวแห้ง เลยไม่มีปัญหาหน้ามัน แต่ถ้าเจอเพื่อนหน้ามันๆ เดินมาแบบสะท้อนแสงได้ ก็ต้องมีทักบ้างแหละ เพราะบางทีหน้ามันก็ทำให้ดูสกปรกเหมือนกันนะ”

คิดว่าผู้ชายใช้แป้งพัฟดูไม่แมนไหม?

“ผมเฉยๆ นะ ไม่ได้คิดอะไร ผมมองว่าแป้งพัฟก็คือเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ทำให้หน้าเนียน ทำให้หน้าไม่มัน ในเมื่อเขาออกแบบพัฟมาคู่กับแป้ง มันก็ต้องใช้พัฟสิ ถ้ามากระป๋องเปล่าๆ ผมถึงจะใช้มือทา”

“สำหรับผม การจะบอกว่าใครแมนไม่แมนต้องดูที่การกระทำ การช่วยเหลือคนอื่น ดูแค่ลักษณะภายนอกมันบอกอะไรไม่ได้หรอก”

srichand for men 4 Style Dooddot 08

เสริมเกียรติ ธนวเสถียร (โจ้), 29 ปี
อาชีพ: กราฟิกดีไซเนอร์
คติประจำใจ: เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เช้า

ผมปรกหน้า ไว้หนวดเครา และเสื้อคลุมแบบนายทหาร…เป็นการยากที่จะนึกภาพถึงหนุ่มคนนี้ใช้แป้งพัฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีเคอะเขินหลังจากเขาลองทาแป้ง วนๆ ถูๆ อยู่สองสามที โจ้ก็เก็บพัฟเข้าที่เดิม

“ปกติเราจะคุ้นเคยกับภาพที่แม่หรือแฟนใช้แป้งพัฟ พอให้ผู้ชายมาใช้มันเลยดูผิดธรรมชาติ” โจ้บอกตามตรง

“ผมไม่ค่อยโฟกัสเรื่องผิวหน้าสักเท่าไหร่ เน้นไปที่การแต่งกายมากกว่า ผมไม่ค่อยสนแล้วว่าผู้หญิงเขาจะมีสเป็คยังไง เพราะตั้งแต่มีแฟน ผู้หญิงคนอื่นๆ ก็ดูเหมือนๆ กันไปหมด”

ถ้าอย่างนั้นความดูดียังจำเป็นสำหรับคุณไหม?

“ก็ยังจำเป็นนะ อย่างผมไว้หนวดก็ต้องดูแลให้สะอาด ไม่ใช่ปล่อยให้สกปรก เดินข้างกันแล้วดูเหมือนโจรป่า”

เมื่อถามถึงความแมน โจ้ตอบอย่างไม่ลังเลว่า “ความเสียสละ การละทิ้งผลประโยชน์เพื่อคนอื่นโดยไม่คำนึงถึงความลำบากส่วนตัวนี่แหละแมนที่สุด”

“แต่ส่วนใหญ่เวลาผมถูกชมว่าแมน มักเป็นเรื่องของการใช้กำลังนะ เช่น ยกตู้ในออฟฟิศ ก็จะมีคนชมว่าแมน…โธ่ จะแมนอะไร ก็เรื่องแค่เนี้ย (หัวเราะ)”

srichand for men 4 Style Dooddot 09

วชิรวิชญ์ กิติชาติพรพัฒน์ (อัง), 30 ปี
อาชีพ: คนทำคอนเทนท์
คติประจำใจ: ชีวิตก็เหมือนฟ้าฝน เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้นไป

ชายหนุ่มท่าทางสุภาพเรียบร้อย สวมแว่นตาสมกับเป็นหนอนหนังสือ ดูมีโลกส่วนตัวสูง รับตลับแป้งจากเราไปด้วยท่าทีพินิจพิจารณา แล้วคว่ำกระปุกลงเพื่อให้แป้งเกาะพัฟ ก่อนจะใช้พัฟทาจนทั่วหน้า โดยไม่มีอาการขวยเขินใดๆ

“ผมไม่ค่อยสนใจความคิดคนอื่นเท่าไหร่นะ ไม่ใช่ว่าปฏิเสธสังคม แต่ถ้าผมมองแล้วว่ามันมีเหตุผล ผมก็จะทำสิ่งนั้น” อังอธิบาย

“อย่างการใช้พัฟทาหน้า ถ้ามันช่วยให้แป้งสามารถแสดงประสิทธิภาพได้สูงสุด เช่น หน้าเนียนขึ้น ไม่วอก ไม่เป็นปื้น ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ผมก็จะใช้…จะไปยืนตบแป้งตรงบีทีเอส ในห้างสรรพค้า ผมไม่ซีเรียส…”

“มันก็เหมือนกับคนดื่มกาแฟนั่นแหละ บางคนเลือกดื่มกาแฟ 3 in 1 ฉีกซอง-เทน้ำร้อน-จบ แต่บางคนต้องดื่มกาแฟดริป เพราะมันดึงรสชาติและความหอมของกาแฟออกมาได้ดีที่สุด…”

“การใช้พัฟทาแป้งแทนการใช้มือก็เหมือนการดื่มกาแฟดริปนั่นแหละ มันคือความพิถีพิถันในการใช้ชีวิต…”

ไม่กลัวว่าคนเห็นว่าใช้แป้งพัฟแล้วจะดูไม่แมนเหรอ?

“ผมว่า แมนไม่แมนมันดูที่วิธีการแก้ปัญหา การไม่ผลักภาระไปให้คนอื่น ความแมนมันอยู่ที่ใจ”

srichand for men 4 Style Dooddot 10

แม้ว่า “ครั้งแรก” ของผู้ชายทั้ง 4 กับแป้งพัฟ จะไม่ใช่ความประทับใจ 100 เปอร์เซนต์ แต่ที่เรารู้แน่ๆ 100 เปอร์เซนต์จากการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ คือ “ความแมน” ไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอก

การกระทำ ความกล้าหาญ ความเสียสละ และวิธีการแก้ปัญหาของผู้ชายต่างหาก ที่สะท้อนถึง “ความเป็นลูกผู้ชาย”

ว่ากันว่า คนเราจะถูกดึงดูดความสนใจด้วยรูปลักษณ์ภายนอก แต่จะดำเนินความสัมพันธ์กันด้วยความรู้สึกที่ดีจากภายใน ฉะนั้น จะดีกว่าหรือไม่หากจะเพิ่ม “แต้มต่อ” ให้กับตัวเองด้วยการเสริมภาพลักษณ์ที่ดูดี?

ศรีจันทร์…หน้าไม่มัน ใครว่าไม่แมน

Srichand For Men
Facebook: https://www.facebook.com/srichandformen/?fref=ts

RECOMMENDED CONTENT

30.พฤษภาคม.2019

ย้อนรอยสู่จุดกำเนิดแห่งดนตรีเทคโนกับผลงาน Black to Techno โดยผู้กำกับฯ หญิงชาวอังกฤษ - ไนจีเรียน Jenn Nkiru ผู้จะพาเราไปสัมผัสวัฒนธรรมดนตรีเทคโนจากจุดกำเนิดที่เมืองดีทรอยท์ สหรัฐอเมริกา จากดนตรีกระแสรองสู่ความนิยมสุดขีดช่วงปลายยุค 1980s นำไปสู่ดนตรีที่สะท้อนต่อสู้เพื่อบทบาทในสังคมและเสรีภาพของกลุ่มคนผิวสีในดีทรอยท์