fbpx

CONTACT US

DOODDOT VIDEOS

#TastingNote | ‘เต่า เผ่าทอง ไดกิ้นส์’ แบรนด์แอมบาสเดอร์ ของ Monkey Shoulder ที่อยากขับเคลื่อนคอมมูนิตี้บาร์เทนเดอร์ไทยให้แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก
date : 15.พฤศจิกายน.2022 tag :

วันนี้ดู๊ดดอทชวน ‘เต่า’ เผ่าทอง ไดกิ้นส์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Monkey Shoulder ในประเทศไทย มาเล่าถึงสิ่งที่พวกเขาพยายามขับเคลื่อนวงการบาร์เทนเดอร์ของประเทศไทยในเวลานี้ โดยคาดหวังว่าวงการจะแข็งแรงจนก่อตัวเป็นคอมมูนิตี้ที่เข้มแข็งและช่วยกันผลักดันให้วงการบาร์เทนไทยเป็นที่รู้จักในระดับโลก

จุดเริ่มต้นในสายอาชีพบาร์เทนเดอร์ของเต่า เผ่าทอง เริ่มจากการเดินตามรอยคุณแม่ที่อยู่ในสายงานโรงแรมอยู่แล้ว “ตอนนั้นไม่รู้จักอาชีพบาร์เทนเดอร์เลยด้วยซ้ำ ก่อนเรียนจบผมต้องฝึกงานก็พยายามหาตำแหน่งที่ตัวเองอยากทำเช่น การจัดการ หรือเซลล์ แต่ไปที่ไหนก็ไม่มีตำแหน่งนี้เลย มีแต่บาร์เทนเดอร์เท่านั้นที่ว่างจึงตัดสินใจลองฝึกงาน”

หลังจากคลุกคลีได้ไม่นานเขาก็เริ่มรู้ตัวว่าอาชีพนี้น่าสนใจกว่าที่คิด “อาชีพบาร์เทนเดอร์ในสายตาคนข้างนอกจะคิดว่าต้องทำแต่เครื่องดื่ม แต่พอเข้ามาจริงๆ การทำเครื่องดื่มเป็นแค่ส่วนหนึ่งของอาชีพนี้เท่านั้น”

เต่ายอมรับว่าความน่าสนใจของอาชีพนี้คือได้เจอลูกค้าไม่ซ้ำหน้า ได้คุย ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งตรงกับคาแรคเตอร์ตัวเองที่ชอบคุยกับผู้คน “ผมมองว่าตรงนี้เป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจของอาชีพนี้ ต้องบอกก่อนว่าคอมมูนิตี้ของบาร์เทนเดอร์น่ารักมาก อย่างตอนแรกที่เข้ามาทำ ผมไม่มีชื่อในสายอาชีพนี้เลย แต่ผมก็ถามความรู้จากรุ่นพี่ ซึ่งทุกคนก็ตอบด้วยความยินดี ไม่มีใครปิดกั้นความรู้ มีแต่อยากแบ่งปันเพื่อให้วงการดีขึ้น”

Scottish Lemonade

สไตล์ & ดีไซน์

สไตล์เครื่องดื่มของผมจะเป็นโมเดิร์นที่มาพร้อมกับความต้องการของลูกค้า หรือที่เรียกว่า Custom Drink ยกตัวอย่าง เคยมีลูกค้าอยากได้เครื่องดื่มที่มีกลิ่นอายของรถสปอร์ต ผมดีไซน์เครื่องดื่มแก้วนั้นให้เป็นสีแดง มีรสชาติขมอมหวาน เปรียบเหมือนรถสปอร์ตที่มีความแรงแต่ภายในยังนุ่มนวล ซึ่งการ Custom Drink ถือเป็นสไตล์ของผม เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของผมทุกแก้ว ผมไม่ใช่แค่ทำ ดื่ม จบ แต่ผมทำจะใส่เรื่องราว ความเป็นมา กระบวนการคิด ตรงนี้คนดื่มสามารถรับรู้ได้

ในขณะเดียวกันเวลาผมไปเป็นบาร์เทนเดอร์ให้กับแบรนด์ ไอเดียของผมจะเริ่มจาก’ คนดื่ม’ สิ่งแรกที่ผมทำการบ้านเลยคือ ‘ลูกค้าคือใคร’ และ ‘มีประสบการณ์การมากน้อยแค่ไหน’ ตรงนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการดีไซน์ครับ อย่างผมไปทำบาร์เทนเดอร์ที่จังหวัดภูเก็ต แล้วลูกค้าไม่มีประสบการณ์มากนัก ผมก็จะคิดค็อกเทลที่ไม่ซับซ้อนและสามารถสื่อสารได้ง่าย อย่างในแก้วมีส้ม พีช เลม่อน เมื่อลูกค้าดื่มไปแล้วต้องสัมผัสได้เลยว่าในแก้วนั้นมีรสชาติอะไรอยู่บ้าง

New York Sour

ชอบวิสกี้แบบไหน

ถ้าให้เลือกวิสกี้สักตัวผมเลือก Monkey Shoulder ครับ เพราะว่ามีรสชาติที่คนดื่มสามารถสัมผัสได้ง่าย มีกลิ่นส้ม ขิง วนิลา และอบเชย สามารถดื่มได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการดื่มแบบ ‘Neat’ การดื่มเพียว ไม่ใส่น้ำแข็งแบบสกอตแลนด์, ‘On the Rock’ การดื่มแบบใส่กับน้ำแข็งก้อนใหญ่ แล้วน้ำแข็งค่อยๆ ละลาย รสชาติของวิสกี้ก็ค่อยๆ พัฒนาไปอีกขั้น, ‘Drop Water’ หยดน้ำลงไปสัก 1 – 2 หยด จะทำให้จับรสชาติได้ดีขึ้น และ การดื่มแบบ ‘ค็อกเทล’ ที่ให้เราสามารถดีไซน์รสชาติได้หลากหลาย ผมว่า Monkey Shoulder ตอบโจทย์ได้ทุกความรู้สึกครับ

แต่ถ้าให้แนะนำสำหรับคนดื่มที่บ้าน Monkey Shoulder จะมีเพอร์เฟคเสิร์ฟอยู่ชื่อว่า ‘Ginger Monkey’ โดยใช้ส่วนผสมที่หาได้ง่ายๆ อย่างวิสกี้ Monkey Shoulder ผสมกับ Dry Ginger Ale (ชเวปส์กระป๋องสีแดง) ปิดท้ายด้วยส้มสักหนึ่งซีก แค่นี้คุณก็จะได้เครื่องดื่มดีๆ ไว้ดื่มที่บ้านแล้วครับ

ขับเคลื่อนวงการ

ขณะเดียวกันก็มีขับเคลื่อนแฟชั่นไปในตัว ผมยอมรับเลยว่ามีอะไรสนุกกว่าที่คาดไว้เยอะมาก ได้เจอความท้าทายตลอดเวลา ไม่ว่าจะการไปเป็นพาร์ทเนอร์กับบาร์ชั้นนำเพื่อนำเสนอเมนูเครื่องดื่มหรือประสบการณ์การดื่มใหม่ๆ ให้กับชาวไทย หรือการร่วมมือกับบาร์เทนเดอร์ชาวต่างชาติเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ ความรู้ แชร์เทคนิค ระหว่างกัน ซึ่งสำหรับผมแล้วถือเป็นทั้งความสนุกและความท้าทายทั้งสำหรับตัวเอง และสำหรับบาร์เทนเดอร์รุ่นใหม่ ที่ต้องพัฒนาฝืมือตนเองอยู่ตลอดเวลา

นอกเหนือจากการเป็นส่วนหนึ่งที่พยายามผลักดันวงการ นำเสนอความตื่นเต้นและสนุกสนานให้กับชาวไทยแล้ว ผมเองในฐานะตัวแทนของ Monkey Shoulder อยากให้เห็นความตั้งใจของแบรนด์ที่อยากสนับสนุนบาร์เทนเดอร์รุ่นใหม่ ทั้งในด้านการประกอบอาชีพ และส่งเสริมความเป็นกลุ่มก้อนของเหล่าเพื่อนร่วมอาชีพ

เป็นแบรนด์ที่ไม่ได้นึกถึงการทำเครื่องดื่มอย่างเดียว แต่เราแคร์ความรู้สึกของบาร์เทนเดอร์ เราเลยจัดกิจกรรมที่พาเหล่าบาร์เทนเดอร์ไปสนุกมากกว่า เช่นพาไปเล่นโกคาร์ท, เพ้นท์บอล หรือพาไปเล่นเกมส์ต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ในชีวิตประจำวันแทบจะไม่ได้สัมผัสความรู้สึกนี้เลย คือเราแคร์ความรู้สึกของทุกคนในอาชีพนี้ ทุกครั้งที่เราจัดกิจกรรมจะมีบาร์เทนเดอร์เข้าร่วมเยอะมาก ทำให้ทุกคนได้เจอกัน ได้พูดคุยกัน สุดท้ายเราจะมีคอมมูนิตี้ที่แข็งแรง ที่เราสามารถมาแชร์ความรู้ ให้คำปรึกษาซึ่งกันและกัน ซึ่งตรงนี้แหละผมว่าช่วยกันผลักดันให้พวกเราสามารถนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ ให้กับนักดื่มชาวไทย รวมถึงก้าวไปสู่จุดที่เป็นที่รู้จักในระดับโลกได้

Monkey Shoulder
Ultimate Bartender Championship 2022

ส่วนหนึ่งที่ผลักดันวงการก็คือการแข่งขัน อย่างอีเว้นต์ที่น่าตื่นเต้นล่าสุดที่ Monkey Shoulder ได้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้บาร์เทนเดอร์ชาวไทยได้มาประลองฝีมือกันในเวทีการประกวดมาตรฐานระดับโลก ซึ่งตัวเขาเองได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันด้วยการเป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินเพื่อเฟ้นหาบาร์เทนเดอร์รุ่นใหม่ไฟแรง กับ Monkey Shoulder’s Ultimate Bartender Championship 2022 หรือ UBC ซึ่งเป็นเวทีการแข่งขันระดับโลกสำหรับเหล่าบาร์เทนเดอร์ที่จะได้แสดงฝีมือโชว์สกิลผสมเครื่องดื่ม โดยมี 6 บททดสอบที่ท้าท้ายทุกทักษะ

Old Fashioned

1. ความสนุกเริ่มต้นขึ้นด้วยโจทย์แรกซึ่งเป็นแบบทดสอบสั้นๆ เกี่ยวกับการประลองความรู้ในวงการบาร์เทนเดอร์

2. Pouring Challenge ที่จะได้เห็นผู้เข้าแข่งขันผสมเครื่องดื่มห้าแก้วโดยใช้เวลาให้น้อยที่สุด

3. Nosing Challenge บาร์เทนเดอร์จะได้รับโจทย์ให้แยกกลิ่นทั้ง 5 กลิ่นในเวลา 3 นาที โดยใช้เพียงแค่ความจำและทักษะในการดมกลิ่นเพียงเท่านั้น

4. Table Service Challenge ที่ผู้เข้าแข่งขันมีหน้าที่ในการเสิร์ฟออเดอร์ให้เร็วที่สุด โดยต้องไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้น

5. Perfect Serve Challenge ให้บาร์เทนเดอร์ผสมและเสิร์ฟค็อกเทล Monkey Shoulder สองตัว ได้แก่ Rob Roy และ Ginger Monkey ให้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุด ซึ่งการตัดสินจะพิจารณาจากความเร็ว ความสมดุล รสชาติ และที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือการเสิร์ฟความสุขให้ลูกค้าประทับใจมากที่สุด #madeformixing

6. ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนสูงสุดเพียง 3 คนจากการแข่งขันในบททดสอบทั้งหมดนี้ที่ผ่านเข้าสู่การแข่งขันในรอบสุดท้ายกับการแข่งขัน Round Building ซึ่งประกอบด้วยรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ โดยผู้เข้ารอบสุดท้ายจะต้องแข่งกับเวลาในการทำเครื่องดื่ม 6 แก้วในรอบรองชนะเลิศ และ 10 แก้วในรอบชิงชนะเลิศ

การคัดเลือกผู้ชนะเป็นไปตามมาตรฐานขั้นสูงสุดของคณะกรรมการตัดสินเท่านั้น โดยจะมีการถามคณะกรรมการว่า จะจ่ายเงินซื้อเครื่องดื่มนี้หรือไม่ โดยให้พิจารณาจากความถูกต้องของส่วนผสมและวิธีการทำ ความเร็ว และรสชาติ

ผู้ชนะในปีนี้ก็คือ ‘อ๋อง’ ธนโชติ โลหะนิมิต บาร์เทนเดอร์รุ่นใหม่ไฟแรงจาก Find the Locker Room หลังฝ่า 6 ด่านโจทย์สุดมันในการแข่งขันสุดท้าทายเพื่อเฟ้นหาบาร์เทนเดอร์ตัวแทนประเทศไทย

เต่าปิดท้ายว่า Monkey Shoulder ยังวางแผนที่จะนำเสนอกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายในอนาคตอันใกล้ ให้ทั้งเหล่าบาร์เทนเดอร์ และชาวไทย ได้ติดตามกัน อย่าลืมไปติดตามอินสตาแกรมได้ที่ @makeitmonkey.th รับรองสนุกแน่นอน!

Monkey Shoulder

ติดตามพวกเขาได้ที่
IG: Makeitmonkey.th

RECOMMENDED CONTENT

18.เมษายน.2019

Toro y Moi (โตโร อี มัว) หรือ Chaz Bear (เมื่อก่อนเรารู้จักเขาในชื่อ Chaz Bundick) คือศิลปินที่มีสไตล์ดนตรีหลากหลายในทุกอัลบั้มที่ออกมา เพราะได้อิทธิพลการฟังดนตรีหลากหลายแนวตั้งแต่เด็ก ๆ เขาเป็นที่รู้จักจากผลงานสไตล์ chillwave/ bedroom pop