fbpx

CONTACT US

#CityGuide : “The Garage Burger & Grill” อิ่มอร่อยไปกับเบอร์เกอร์สไตล์อเมริกันในบรรยากาศโรงรถ retro
date : 10.ธันวาคม.2014 tag :

ถ้าให้นึกถึงร้านออริจินอลอเมริกันเบอร์เกอร์ในกรุงเทพฯ คุณจะนึกถึงร้านอะไร? ถ้านึกไม่ออก Chillax ในครั้งนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับร้าน “The Garage Burger & Grill” ที่ตึก All Seasons Place ซึ่งอัดแน่นไปด้วยความเจ็ตเซตของศูนย์รวมธุรกิจการค้าที่สำคัญบนทำเลใจกลางย่านธุรกิจของเมืองกรุงเทพฯ จำได้ว่าตอนที่ไปถึงรู้สึกตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน เพราะการมาทานเบอร์เกอร์ในบรรยากาศที่เรียกได้ว่า metropolitan ขนาดนี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับเรา กวาดตามองไปรอบๆอาคารสูงเสียดฟ้าทั้งหลายสักพัก ก็ต้องสะดุดตากับห้องกระจกที่มีป้ายไฟของร้านดังกล่าวอยู่ลิบๆ เห็นอย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เพราะนั่นหมายถึงเราได้มาถึงที่หมายเป็นที่เรียบร้อย

null

null

“The Garage Burger & Grill” คือร้านสไตล์เบอร์เกอร์อเมริกันที่อยู่บนชั้น 2 ของตึก All Seasons Place  โดยมีเจ้าของคือคุณ ปู – สหจักร บุญธนกิจ นักแสดงไทยรุ่นเก๋า ที่เคยมีผลงานภาพยนตร์ฮอลลีวูดมาแล้ว อาทิ “The Lady”, “Elephant White” และ “Only God Forgives” ซึ่งร้านนี้เปิดมาได้ 13 ปีแล้ว หลายปีไม่ใช่เล่น ชักอยากรู้แล้วสิ ว่าทำไมคุณปูถึงตัดสินใจมาเปิดร้านที่นี่ แล้วยิ่งการตกแต่งร้านที่เรียกได้ว่าดูจัดจ้าน น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลย เพราะทั้งร้านถูกตกแต่งให้เป็นสไตล์โรงรถแบบเรโทรสมชื่อ โดยเฉพาะเก้าอี้โซนติดผนังที่ทำจากเบาะรถ และป้ายทะเบียนรถที่ติดอยู่เต็มร้าน เราเลยถือโอกาสถามคุณปู ถึงแรงบันดาลใจในการตกแต่งร้าน รวมถึงไอเดียในการเปิดร้านเบอร์เกอร์ที่นี่ ซึ่งเขาได้เล่าว่า “พอพี่กลับมาจากอเมริกา พี่ก็อยากที่จะทำอะไรอย่างหนึ่ง คือรู้ตัวว่าชอบทำอาหารอยู่แล้ว แต่จะมาทำอาหารไทยก็รู้สึกว่าไม่ถนัด อาหารอิตาเลียนหรือฝรั่งเศสพี่ก็ทำไม่เป็น เลยตัดสินใจเปิดร้านอาหารเบอร์เกอร์สไตล์อเมริกันแบบที่ตัวเองถนัดดีกว่า เพราะสมัยอยู่นิวยอร์กพี่ก็ทำเบอร์เกอร์กริลล์ข้างหลังบ้านอยู่เป็นประจำ เลยรู้สึกว่า yes! ไอเดียนี้แหละใช่เลย แถมตอนนั้นในไทยเองก็ยังไม่มีเบอร์เกอร์เยอะเหมือนทุกวันนี้ ถ้าคนจะกินเบอร์เกอร์ก็ต้องไปกินในโรงแรม หรือไม่ก็ร้านฟาสต์ฟู้ด พี่เลยใช้เวลาคิดและเทสต์กับเพื่อนๆอยู่ประมาณสองเดือน ถึงตัดสินใจใช้คอนเซ็ปต์ใหม่ในการทำร้านเบอร์เกอร์ โดยมีสไตล์เป็นแบบมานั่งกินสังสรรค์กันเหมือนอยู่ใน backyard สบายๆ  ส่วนเหตุผลที่เอาชื่อ Garage ก็เพราะว่าโรงรถแบบที่อเมริกาจะมีของเล่นเยอะ ทุกบ้านจะมีที่จอดรถแต่จะชอบโยนของใช้กระจุกกระจิกเข้าไปเก็บแทน ร้าน Garage Burger ที่นี่ก็เลยเป็นเหมือนโรงรถ เป็นแหล่งแฮงเอาท์ของพี่ ซึ่งมีทุกอย่าง…ลูกค้ามาที่นี่ก็จะมีเบอร์เกอร์ให้ทาน นั่งชิลล์ หรือดูทีวีก็ได้ Here is like my baby. เพราะอย่างการตกแต่งร้านพี่ก็ทำเองหมด ของตกแต่งบางไอเท็มอย่างปั๊มนำมันพี่ก็สร้างขึ้นมาเอง รูปวาดพอร์ทเทรตบนฝาผนังก็เป็นฝีมือของพี่ แต่พวกป้ายทะเบียนรถนี่ 50% เป็นของลูกค้าชาวอเมริกันนะ พวกเขาเห็นพี่ติดๆก็เลยเอามาฝาก (หัวเราะ) ซึ่งทั้งหมดแทบจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลยตลอด 13 ปี ที่ผ่านมา และที่เลือกทำเลตรงนี้สำหรับการเปิดร้าน ก็เพราะว่าที่นี่เป็นแหล่งของคนต่างชาติ ซึ่งอยู่ใกล้ทั้งสถานทูตอเมริกา รวมถึงสถานทูตอื่นๆ  ในช่วงสามปีแรก 80% ของลูกค้าจึงเป็นฝรั่งเสียส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันลูกค้าคนไทยเยอะมาก เพราะเบอร์เกอร์ได้กลายเป็นอาหารที่คนไทยคุ้นเคยไปแล้ว…”

null

“Buffalo Wings”

null

“Poppin’ Peppers”

null

null

“Heart Stompin’ Burger” 

คงจะมีหลายคนที่เห็นด้วยกับคุณปูเรื่องการกินเบอร์เกอร์ของคนไทยปัจจุบัน ซึ่งได้กลายเป็นอาหารยอดฮิตอันดับต้นๆของคนไทยรุ่นใหม่ไปแล้ว เราคนนึงล่ะ ที่โปรดปรานการกินเบอร์เกอร์เป็นที่สุด มาร้านนี้เราเลยขอประเดิมด้วยการสั่งของทานเล่นอย่าง “Buffalo Wings” (175 บาท) ปีกไก่ทอด เสิร์ฟพร้อมบลูชีส เมนูยอดฮิตจากอเมริกา กับไก่ทอดที่ถูกคลุกเคล้าด้วยซอสบาร์บีคิวให้รสเผ็ดนิดๆออกเปรี้ยวหน่อยๆ ตัดรสกันได้ดีกับน้ำจิ้มบลูชีส และ “Poppin’ Peppers” (150 บาท) พริกหนุ่มทอด ยัดไส้ชีส ที่กัดเข้าไปคำแรกนี่สัมผัสได้ถึงความเผ็ดร้อนของพริกทันที น่าจะเป็นอะไรที่ถูกลิ้นคนไทยได้ไม่ยาก ต่อด้วย “Heart Stompin’ Burger” (325 บาท) เบอร์เกอร์หมู (หรือจะสั่งเป็นเนื้อหรือไก่ก็ได้) ที่อัดแน่นไปด้วยเบคอน ไข่ดาว แฮม หัวหอม และน้ำเกรวี่จากเห็ด หั่นคำแรกรสชาติที่เตะลิ้นมากที่สุดคือน้ำเกรวี่เห็ดที่ออกรสหวานๆหน่อย ปกติเป็นคนไม่ชอบทานอาหารรสหวาน แต่ต้องบอกว่ารสชาติของน้ำเกรวี่อันนี้เข้ากันได้ดีมากๆกับไข่ดาวที่สุกและเนื้อหมูของเบอร์เกอร์ ยิ่งมีรสเค็มๆของเบคอนกับแฮมผสมอยู่ด้วย ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ เป็นเบอร์เกอร์ที่ juicy ทานแล้วรู้สึกเต็มอิ่มดีจริงๆ “Italian Stallion” (220 บาท) สปาเก็ตตี้ลูกชิ้นเนื้อ รสชาติเหมือนสปาเก็ตตี้โบลองเนส ถ้าใครชอบทานอะไรที่เป็นเนื้อๆน่าจะชอบจานนี้ เพราะมีลูกชิ้นเนื้อก้อนโตถึง 4 ก้อนให้ด้วยกัน “Chef’s Salad” (225 บาท) สลัดจานโตที่อุดมไปด้วยมะเขือเทศ ไข่ต้ม แฮม แครอท แตงกวา และผักกาดหอม รสชาติของน้ำสลัดจะออกเบาๆเปรี้ยวหน่อยๆ วัตถุดิบทุกอย่างสด และกรอบ ทานแกล้มกับเมนูหนักๆอย่างเบอร์เกอร์ แล้วตัดความเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ปิดท้ายด้วยของหวาน “Mango Cream Pie” (100 บาท) ที่ขอบอกว่าอร่อยโดนใจเรามากๆ ความหวานเย็นของมะม่วงบวกกับเนื้อครีมและเท็กซ์เจอร์ของแคร็กเกอร์ชั้นล่างสุดเข้ากันได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ตักเข้าปากคำแรกจะรู้สึกเย็นๆมันๆนุ่มลิ้นไปหมด เป็นเมนูใหม่ที่ไม่เคยลองที่ไหนมาก่อน ต้องบอกเลยว่าทุกคนที่จะมาร้านนี้พลาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะหลังจากทานเมนูนี้ตบท้ายทุกอย่างแล้ว มื้ออาหารของคุณจะสมบูรณ์ขึ้นมาทันที

null

null

“Mango Cream Pie”

โดยรวมแล้ว Heart Stompin’ Burger กับ Mango Cream Pie ประทับใจเรามากที่สุด เบอร์เกอร์เป็นเนื้อเป็นหนัง น้ำเกรวี่อร่อย (อันนี้สำคัญ) ขนมปังไม่ร่วน  เน้นเยอะและใหญ่ ถ้าจะมาทานต้องบอกก่อนว่าวันนั้นคุณควรเก็บท้องรอเอาไว้เลย ส่วนเมนูของหวาน ก็อย่างที่บอกว่า รสชาติของมะม่วงเข้ากับเนื้อครีมได้อย่างลงตัวมากๆ ปกติไม่ได้เป็นคนติดของหวานอะไรเท่าไหร่ แต่ Mango Cream Pie ของที่นี่เขาเจ๋งจริงๆ คิดแล้วก็อยากกลับไปทานอีก สำหรับใครที่อยากมาดินเนอร์พิเศษกินเบอร์เกอร์สไตล์อเมริกันกับกลุ่มเพื่อน หรือครอบครัวในวันว่างในบรรยากาศที่เป็นกันเอง และการตกแต่งร้านที่ไม่เหมือนใคร ร้าน The Garage Burger & Grill แห่งนี้พร้อมต้อนรับคุณเสมอ

null

ตั้งอยู่ที่: ชั้น 2 ตึก All Seasons Place, ถนนวิทยุ (BTS เพลินจิต)
เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา: 11:00 น. – 22:00 น.
Facebook: https://www.facebook.com/pages/The-Garage-Burger-Grill/523601937747771

Writer: Thip S. Selley
Photographer: Pakkawat Tanghom

RECOMMENDED CONTENT

14.มิถุนายน.2019

ทรู ดิจิทัล พาร์ค เปิดบ้านให้เราเข้าไปเยี่ยมชม Work Space ที่เชื่อในแนวคิด Open Innovation ซึ่งสนับสนุนการทำงานในโลกยุคใหม่ที่ไม่ต้องมีออฟฟิศประจำ แต่ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างอิสระใน Sharing Space ที่มีหลากหลายองค์กรอยู่ร่วมกัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดบทสนทนา เกิดการแลกเปลี่ยนไอเดียใหม่ๆ ช่วยสร้างคอมมิวนิตี้ของคนทำงานเข้าด้วยกัน