fbpx

CONTACT US

#CAMPAIGN — เต้นรำไปกับ FKA twigs ในภาพยนตร์โฆษณาใหม่ของ Apple Homepod กำกับโดย Spike Jonze
date : 7.มีนาคม.2018 tag :

ในเมืองที่แสนน่าเบื่อและคับคั่งไปด้วยผู้คน หญิงสาวคนหนึ่งในชุดทำงานดูท่าทางหมดอาลัยตายอยากกับชีวิตกำลังเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน ในมือเธอถือถุงของพะรุงพะรัง ไหนจะฝนตกอีก จะมีนาทีไหนที่อยากกลับบ้านที่สุด คงไม่มีเท่ากับนาทีนี้อีกแล้ว

‘Welcome Home’

“Excuse me, sorry… excuse me, sorry” เธอเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา ขอให้คนในลิฟท์ช่วยหลบหลีกให้เธอหนีพ้นจากความวุ่นวายไม่สบายใจนี้เสียที …เธอเข้ามาในห้อง วางข้าวของ ก่อนหันหน้าไปอีกทางและพูดว่า

“Hey Siri, play me something I’d like”

“OK” Apple Homepod ในเสียงหญิงสาวขานรับ จากนั้นเพลง ‘Til It’s Over‘ ของ Anderson .Paak ก็ดังขึ้น

เธอ (รับบทโดย FKA twigs) เอนหลังลงบนโซฟา มองเครื่องดื่มแก้วนั้นอย่างเลื่อนลอยและปล่อยใจไปกับเพลง หลังจากนั้น Home ที่เธออาศัยอยู่ก็เปลี่ยนแปลงไป…

นี่คือภาพยนตร์โฆษณาตัวล่าสุดของ Homepod ลำโพงอัจฉริยะสินค้าล่าสุดของ Apple กำกับโดย Spike Jonze ผู้กำกับที่เคยกำกับภาพยนตร์อาร์ตไดเร็กชั่นสุดจี๊ดอย่าง Her (2013) และเมื่อปีที่แล้ว เขายังเคยกำกับภาพยนตร์โฆษณาให้กับน้ำหอมกลิ่นใหม่ของแบรนด์ KENZO ด้วยการให้นักแสดงสาว Margaret Qualley ในชุดเดรสสีเขียว หลบลี้หนีความหน้าเบื่อ ออกมาเต้นรำอย่างเริงร่าไปมานอกห้องจัดเลี้ยงมาแล้ว

เราไม่ค่อยแปลกใจสักเท่าไหร่กับฝีมือการเต้นของ FKA twigs เพราะก่อนที่เธอจะผันตัวมาเป็นนักร้องนั้น ตัวเธอเองก็เคยเป็นนักเต้นมาก่อน หากจะถามหาความแปลกใจ สำหรับเราคือการหาทางไปใหม่เรื่อยๆ ของห้องที่หญิงสาวผู้นี้กำลังเต้นรำอย่างเพลิดเพลิน

ไม่ใช่แค่ห้องที่ยืดขยายได้ แต่มันคือโลกใหม่ที่เปิดรับเธอเข้าไปด้วยเสียงเพลงจากลำโพง ก่อนที่ทุกอย่างจะพาเธอกลับมายังโซฟาแห่งห้วงพวังค์ตัวเดิม และห้องห้องเดิมของเธอ

เป็นอีกครั้งที่ Apple หาที่ทางใหม่ๆ ในการโฆษณา หนึ่งในนั้นคือการชักชวนผู้กำกับมือเก่ง มาช่วยทำภาพยนตร์โฆษณาในรูปแบบต่างๆ อย่างเช่นเมื่อปีก่อนที่ Apple ชวนผู้กำกับมิวสิควิดีโอลายเซ็นต์จัดจ้านอย่าง Michel Gondry มาทำภาพยนตร์สั้นที่ถ่ายทำด้วย iPhone X

ส่วนภาพยนตร์โฆษณา ‘Welcome Home’ นี้ สำหรับเราคือการต้องย้อนกลับไปดูสองสามรอบขึ้นไป ไปเพ่งมองรายละเอียด ไปดูว่าซีนนี้ซีนนั้นเขาทำกันได้อย่างไร และเชื่อว่า ความ Spike Jonze นั้น เรื่องอาร์ตไดเร็กชั่นไม่ต้องพูดถึง แต่ที่ต้องพูดถึงก็คือ ทีมงานต้องทำงานกันอย่างไร ในวิดีโอที่เราเชื่อว่าแทบจะไม่ได้ใช้ special effects เลย

RECOMMENDED CONTENT

14.ธันวาคม.2020

‘School Town King’ แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน เป็นหนังสารคดีที่สร้างจากเรื่องจริงของ ‘บุ๊ค’ เด็กหนุ่มวัย 18 และ ‘นนท์’ วัย 13 ผู้เติบโตมาในชุมชนคลองเตย หรือที่ใครๆ ต่างรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘สลัมคลองเตย’ นอกจากความยากจนที่มาพร้อมกับสถานะทางสังคมที่เลือกไม่ได้แล้ว ทั้งบุ๊คและนนท์ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบการศึกษา รวมทั้ง หลักสูตรการเรียนการสอนที่เน้นแต่ความสำเร็จเชิงวิชาการก็ยิ่งทำให้เด็กเรียนไม่เก่งอย่างพวกเขาขาดความสนใจในชั้นเรียนลงไปเรื่อยๆ  ระบบการศึกษาที่น่าจะเป็นความหวังและเท่าเทียมกันของเด็กทุกคน กลับยิ่งบีบบังคับและผลักไสให้พวกเขาเป็นแค่ ‘คนนอก’ ของสังคมไปโดยปริยาย