fbpx

CONTACT US

DOODDOT VIDEOS

#ARTRECAP — เจ้าของตึก 5Pointz ในนิวยอร์คต้องจ่ายค่าปรับ 6.7 ล้านดอลล่าร์ โทษฐานที่ลงสีขาวทับงานสตรีทอาร์ทของศิลปินทั้ง 21 คน
date : 15.กุมภาพันธ์.2018 tag :

ถือเป็นข่าวใหญ่ในแวดวงศิลปะอยู่เหมือนกัน เมื่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ 5Pointz ในเมืองนิวยอร์ค ถูกศาลตัดสินต้องชดใช้ค่าเสียหาย 6.7 ล้านดอลล่าร์ ให้กับศิลปินสตรีทอาร์ททั้ง 21 คน โทษฐานที่ลงสีขาวทับผลงานศิลปะของพวกเขา

ฟังแล้วหลายคนอาจจะแปลกใจ ทำไมเจ้าของอาคารต้องโดนปรับ ทั้งๆ ที่สิทธิในอาคารและอสังหาริมทรัพย์ที่เขานั้นเป็นเจ้าของ มันก็ควรเป็นสิทธิของเขาไม่ใช่หรือ …เรื่องนี้มีที่มาที่ไป

—————

ต่อจากนี้เราขอเรียกพื้นที่นี้อย่างสั้นๆ ว่า 5Pointz

5Pointz นั้นตั้งอยู่บนถนน Davis ในย่าน Long Island เขต Queens ของนิวยอร์ค เริ่มกระทำการมาตั้งแต่ 1892 ในฐานะของโรงงานผลิตมาตรวัดน้ำประปา หลังจากนั้นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (หรือที่เราชอบเรียกกันว่า แลนด์ลอร์ด) ชื่อ Jerry Wolkoff ก็ได้ซื้อพื้นที่นี้ไว้ในปี 1971 โดยแพลนว่าจะพัฒนาพื้นที่เพื่อทำเป็นอสังหาริมทรัพย์เต็มรูปแบบต่อไป

แทนที่ Wolkoff จะพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และปล่อยเช่าให้กับบริษัทต่างๆ เขากลับเลือกที่จะให้เหล่าสตูดิโอของศิลปินต่างๆ เช่าพื้นที่เพื่อใช้ทำงาน มาตั้งแต่ช่วงปี 1990s และ 5Pointz ก็กลายเป็นพื้นที่ที่เหล่ากราฟิตี้เลือกเป็นพื้นที่ในการแสดงผลงาน จนกลายเป็นเหมือนแลนด์มาร์คของเขต Queens ในฐานะสถานที่ที่รวบรวมผลงานของชาวกราฟิตี้และสตรีทอาร์ทเอาไว้มากที่สุดแห่งหนึ่งของนิวยอร์ค

5Pointz ได้ชื่อเล่นนี้มาเมื่อปี 2002 จากศิลปินกราฟิตี้ที่ชื่อ Jonathan Cohen (ชื่อในวงการคือ Meres One) โดยหมายถึงการเป็นสถานที่ที่รวมตัวกันของเหล่าศิลปินจากทั้ง 5 เขตสำคัญของนิวยอร์ค

ด้านนอกของ 5Pointz จะเต็มไปด้วยผลงานสีสันจัดจ้านของเหล่าศิลปินกราฟิตี้และสตรีทอาร์ทในจำนวนหลักร้อยชิ้นงาน ส่วนภายในของ 5Pointz  คือสตูดิโอทำงานของเหล่าศิลปินมากกว่า 200 สตูดิโอ!

น่าเสียดายที่ในปี 2013 Jerry Wolkoff ได้ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงที่นี่ด้วยการสร้างคอนโดมิเนี่ยมขึ้นมาแทน ซึ่งนั่นทำให้เกิดการประท้วงและฟ้องร้องจากเหล่าศิลปินที่ต่อต้านมากมาย อย่างไรก็ดีในปี 2014 อาคารหลังนี้ก็ถูกทำลาย จบประวัติศาสตร์ตำนานของเมกกะของเหล่าศิลปินไปโดยปริยาย

—————

และการฟ้องร้องนี้เองที่ทำให้ Jerry Wolkoff ต้องจ่ายค่าชดใช้ความเสียหายให้กับศิลปินกราฟิตี้ทั้ง 21 คนรวมแล้วเป็นเงินกว่า 6.7 ล้านดอลล่าร์

เหตุผลสำคัญของการฟ้องร้องนี้ก็คือ Wokloff ได้ตัดสินใจทำความสะอาดพื้นที่ด้วยการทาสีขาว (whitewashed) โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าให้กับเหล่าศิลปิน อย่างน้อยก็เพื่อให้พวกเขาได้เตรียมตัวและเตรียมการณ์ทัน

ความใจร้ายที่มากกว่านั้นของ Wolkoff ก็คือ การตัดสินใจสร้างคอนโดขนาด 40 ชั้น ที่ภายในตกแต่งด้วยชิ้นงานศิลปะแนวกราฟิตี้และสตรีทอาร์ท เพื่อสื่อถึงอดีตของ 5Pointz แห่งนี้ ซึ่งนั่นก็ยิ่งเป็นการเยาะเย้ยเหล่าศิลปิน และสร้างความไม่พอใจให้มากขึ้นไปอีก

เดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ศิลปินทั้ง 21 คนตัดสินใจยื่นฟ้องต่อศาล ภายใต้สิทธิใน ‘Visual Artists Right Act of 1990’ เพื่อให้ศาลยืนยันสิทธิในการป้องกันการทำลายใดๆ ต่อชิ้นงานทางศิลปะ ทั้งโดยตั้งใจและโดยความประมาท หลังจากนั้นไม่นานคำตัดสินจากศาลก็มีผลบังคับใช้ โดยให้เหตุผลว่า เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้แสดงความเสียใจ หรือแสดงความรับผิดชอบ ต่อการทำลายชิ้นงานทางศิลปะเหล่านี้เลย

และตัดสินว่า Jerry Wolkoff ต้องจ่ายค่าปรับและสินไหมทดแทนแก่ศิลปินกราฟิตี้ทั้ง 21 คนเป็นจำนวน 6.7 ล้านดอลล่าร์ แต่ ณ ขณะนี้ทาง Wolkoff ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ตนเองกำลังอยู่ในขั้นตอนอุทธรณ์

ทั้งนี้ คุณค่าของ 5Pointz ต่อย่าน Queens นั้นมีมากมาย ทั้งการเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญสำหรับคนรักศิลปะ และการมีส่วนรวมกับชุมชนและผู้คน ด้วยการทำให้เป็นชุมชนของเหล่าศิลปิน ได้มีที่ทางในการแสดงออกตามความสนใจ และผลพลอยได้ก็คือการทำให้อัตราการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่นั้นลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

—————

ประเด็นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันต่อไป ระหว่าง ‘สิทธิทางกฏหมายของเจ้าของสถานที่’ กับ ‘สิทธิที่ศิลปินควรที่จะมีสิทธิได้ปกป้องชิ้นงานของตัวเอง’ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็เป็นตัวอย่างที่ทำให้เราได้เห็นว่า ถ้ามีการพูดคุย หรือทำความตกลงกันก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรก็ตาม

ปัญหาก็น่าจะแก้ได้ไม่ยาก คุณค่าของสถานที่นั้นๆ ก็จะยังคงอยู่ ถึงต่อให้เจ้าของสถานที่ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องนำมันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นก็ตาม แต่ถ้าผ่านการพูดคุย ทำข้อตกลง และรับฟังความคิดเห็นจากผู้เช่าและชุมชนซึ่งกันและกัน ก็นับว่าดีกว่าไม่ใช่หรือ

และก็จะไม่เกิดเรื่องราวการฟ้องร้องแบบนี้แน่นอน

RECOMMENDED CONTENT

27.พฤษภาคม.2019

“โรคร้ายไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว” เพราะโรคร้ายไม่ได้ทำร้ายแค่ผู้ป่วยเพียงคนเดียว แต่ยังมีคนในครอบครัวและคนอีกหลายคนที่ต้องเจ็บปวดและได้รับผลกระทบเช่นกัน การช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้รับการรักษานั้น เท่ากับเราได้ช่วยเหลือคนมากกว่าหนึ่งคน