fbpx

CONTACT US

#RECAP — คุ้มค่า 21 ปีแห่งการรอคอย กับที่สุดคอนเสิร์ตแห่งปี FOO FIGHTERS LIVE IN BANGKOK
date : 29.สิงหาคม.2017 tag :

คุ้มค่าการรอคอยมากว่า 21 ปีจริงๆ กับคอนเสิร์ตวงอัลเทอร์เนทีฟร็อครุ่นเก๋าระดับโลก ที่ทุกคนนิยามว่านี่คือวงที่ควรดูสดให้ได้สักครั้งในชีวิต กับ Foo Fighters Live in Bangkok โดยในครั้งนี้ได้ผู้จัดมือใหม่ไฟแรงอย่าง JAMM และพาร์ทเนอร์ Miracle Management ร่วมกันทำฝันที่เป็นจริง ให้กับเหล่าแฟนๆ ที่จะได้มีโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต กับการดูคอนเสิร์ตศิลปินวงโปรดอย่างใกล้ชิด

บรรยากาศของค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมานั้นคึกคักเป็นพิเศษ ผู้คนเนืองแน่น Impact Challenger Hall 2 เห็นได้ชัดว่าเต็มไปด้วยแฟนๆ ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ รุ่นใหม่รุ่นเก๋าเต็มไปหมด

โชว์อุ่นเครื่องเริ่มต้นด้วยวงร็อครุ่นเก๋าของวงการอย่าง Ebola จากนั้นไปว๊ากกันต่อกับวงร็อคมากประสบการณ์อย่าง Silly Fools เรียกได้ว่าตอนนี้ทุกคนเครื่องติด พร้อมดูวงโปรดของพวกเขาแล้ว

21 ปีแห่งการรอคอยของทุกคนสิ้นสุดลงเมื่อไฟในฮอลล์ดับลง พร้อมด้วยการปรากฏตัวของ Dave Grohl (นักร้องนำและกีตาร์) พร้อมการตะโกนทักทายแฟนเพลงด้วยความคิดถึงว่า “กว่า 20 ปีแล้วสินะ!” จากนั้น Taylor Hawkins (มือกลอง) Chris Shiflett และ Pat Smear (มือกีตาร์) และ Rami Jaffee (มือคีย์บอร์ด) ก็ประเดิมความมันด้วยเพลงแรกที่ทุกคนคิดถึงและคลั่งกันสุดๆ อย่าง Everlong

ตามมาด้วยเพลงจากทั้งอัลบั้มเก่าใหม่ที่ทาง Foo Fighter พร้อมใจกันคัดสรรและเรียบเรียงมาแบบชนิดที่ไม่ให้แฟนได้พัก ไล่มาตั้งแต่ Monkey Wrench, Learn To Fly รวมถึงเพลงดังอื่นๆ อย่าง Pretender, Big Me, Run และ These Days

Dave กล่าวในคอนเสิร์ตว่า พวกเขาตั้งใจกับโชว์นี้มาก อีกทั้งอยากเล่นเพลงให้หมดทุกเพลงเลยด้วยซ้ำถ้าแฟนเพลงจะไม่ว่าอะไร ซึ่งด้วยความเต็มที่ของทั้ง Foo Fighters และแฟนๆ เราเลยได้เห็นความมันชนิดต่อเนื่องไม่มีพัก ทำให้คอนเสิร์ตความยาว 2 ชั่วโมงครึ่งในครั้งนี้ ถือว่าเป็นเซ็ทลิสต์ที่ว่ากันว่ามากกว่าที่ไหนๆ ในเอเชียเลย ปีนี้ Foo Fighters ทัวร์เอเชียแค่ 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และไทย จึงทำให้นอกจากที่เราจะได้เห็นแฟนชาวไทยแล้ว ยังเต็มไปด้วยแฟนๆ จากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาเลเซีย และอินโดนีเซียมาร่วมชมด้วย

นับว่าคอนเสิร์ต Foo Fighters Live in Bangkok 2017 ในครั้งนี้เป็นคอนเสิร์ตที่พีคที่สุดครั้งหนึ่งของปีนี้เลย และอาจจะกลายเป็นไลฟ์สดในดวงใจของแฟนๆ หลายๆ คนแน่นอน ด้วยเหตุผลทั้งซาวด์ โปรดักชั่น ที่จัดเต็มกว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง สร้างความประทับใจ ซาบซึ้ง มันหยด กับแฟนเพลงอย่างล้นหลาม ทุกคนต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า เป็นคอนเสิร์ตที่ไม่ควรพลาดเลยในชีวิต

แว่วๆ ว่าผู้จัดมือใหม่อย่าง JAMM กำลังจะนำเอาวงดีๆ ชื่อดังระดับโลกเข้ามาให้แฟนๆ ได้ชมอีกแน่นอน สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ facebook.com/JAMM2016

RECOMMENDED CONTENT

30.พฤษภาคม.2019

ย้อนรอยสู่จุดกำเนิดแห่งดนตรีเทคโนกับผลงาน Black to Techno โดยผู้กำกับฯ หญิงชาวอังกฤษ - ไนจีเรียน Jenn Nkiru ผู้จะพาเราไปสัมผัสวัฒนธรรมดนตรีเทคโนจากจุดกำเนิดที่เมืองดีทรอยท์ สหรัฐอเมริกา จากดนตรีกระแสรองสู่ความนิยมสุดขีดช่วงปลายยุค 1980s นำไปสู่ดนตรีที่สะท้อนต่อสู้เพื่อบทบาทในสังคมและเสรีภาพของกลุ่มคนผิวสีในดีทรอยท์