fbpx

CONTACT US

#CULTURE — การเมือง เรื่องเพศ ความบ้า และการมาของ Sub–Culture กับคำแห่งปีในโลกแฟชั่นปี 2017!
date : 22.ธันวาคม.2017 tag :

ใดๆ ในโลก ล้วนเกิดขึ้นฉันใด ก็เกี่ยวพันวนไปกับวงการแฟชั่นฉันนั้น

เว็บไซต์ Lyst แพลตฟอร์มการค้นหาเกี่ยวกับแฟชั่น เพิ่งเผย 10 อันดับ คำที่ถูกเสิร์ชมากที่สุดในรอบปี 2017 ผลปรากฏว่าแต่ละคีย์เวิร์ดนั้น ไม่ได้มีแค่ศัพท์เเสงทางแฟชั่น เช่น ลายดอก ลายพริ้นท์ ราฟเฟิล สเตทเม้นต์ เฟมินีน …บลาๆๆ เท่านั้น แต่หวยยังไปออกคำที่อาจทำให้ใครหลายคนเอียงคอสงสัยนิดหน่อยว่า ‘เอ๋…?’

มันคืออัลไรรร… เกี่ยวยังไงกับแฟชั่น?!

หากมองย้อนกลับไปยังสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงตอนนี้ ก็พอได้คำตอบบ้างเหมือนกันว่า นอกเหนือจากการก้าวขึ้น ก้าวลงจากแบรนด์ของบรรดาดีไซเนอร์ที่เราตื่นเต้นแล้ว โลกแฟชั่นปี 2017 เกิดปรากฏการณ์อะไรที่เป็นที่มาของคำเหล่านั้นกันบ้าง

#Ugly
The Ugly is the Pretty.

มีความงงในงง ที่อยู่ๆ คำว่า ‘Ugly’ ที่ความหมายตรงข้ามกับคำว่า ‘Chic’ ก็รวมกันกลายเป็นคำศัพท์ใหม่

ผู้ที่ทำให้นิยามนี้เห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุดคนหนึ่งก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก…ใช่ Balenciaga เจ้าของถุงสายรุ้งและถุงผ้านวมคนนั้นละ! ขยันเหลือเกินในการผลิตไอเท็มลือลั่นต่างๆ ซึ่งทีแรกก็เป็นชื่อคอลเล็กชั่นนั้นเฉยๆ แล้วต่อมาก็มีคนไปเติม ‘Ugly’ ข้างหน้าให้เสร็จสรรพ อาทิเช่น Ugly Sneakers รองเท้าผ้าใบรุ่น Triple S ที่หน้าตาบานๆ เบอะๆ เหมือนรองเท้าวิ่งของคุณปู่แล้วตกทอดมาสู่คุณพ่ออีกที

หรือว่าจะเป็นรองเท้า Ugly Crocs ไม่ใช่สิ! รองเท้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรองเท้าเวอร์ชั่นส้นตึกของ Crocs อีกที แต่น่ากลัวกว่ามาก ไหนจะยังมีถุงที่อินสไปร์มาจากถุง Supermarket Bag ใบละ $1,000 แล้วยังจะถุงช้อปปิ้งอินสไปร์จากถุง Ikea ที่ขายใบละ $2,145 เท่านั้นเอ๊งงง…

ส่วนบนรันเวย์ก็ด้วย กับแนวคิด ‘90s Dadwear’ SS 18 คุณพ่อพาลูกไปเที่ยวสวนสาธารณะช่วงวีคเอนด์ นายแบบเหรอ… ก็จูงไม้จูงมือเด็ก 3–4 คน ประหนึ่งลูกชาย เดินแบบด้วยเลยจ้าา… เอาสิ!

ถึงจุดนี้จะดูบ้าแค่ไหน แต่ในเมื่อมีโลโก้ของ Balenciaga แปะอยู่ละก็ โอเค… ‘They can make it cool!’ #จบนะ

#Cult
> The Rise of Sub-culture

คุณต้องเห็นโลโก้กรอบแดงๆ ตัวหนังสือขาวๆ จนเอียนกันไปข้างหนึ่งล่ะ ไม่ว่าข้างในนั้นจะเขียนว่า Supreme, Supermarket หรือ Supatipanno อะไรก็แล้วแต่

นี่ละคือผลพวงของปรากฏการณ์ ‘Streetwear Worship’ ที่อยู่ๆ แบรนด์สายสตรีทก็ขึ้นมาครองใจคนกลุ่มใหม่ที่ไม่จำกัดเเค่กลุ่มนักสเก็ตบอร์ดอีกต่อไปแล้ว แม้แต่แบรนด์ High Fashion อย่าง Balenciaga, Vetement, Raf Simons หรือ Louis Vuitton เองก็ยังต้องลงมาเล่นเกมนี้กับเขาเหมือนกัน

ต้องปรบมือให้กับการตลาดอันปราดเปรื่อง เล่นกับความ ‘มีจำกัด’ ของสินค้าที่ปล่อย (หรือ ‘Drop’ ในภาษาชาว Hypebeast) ออกมา ราคาที่สูงขึ้นเมื่อนำมาขายต่อ บวกกลยุทธ์อื่นๆ อีกมากมายทั้งโดยตั้งใจ โดยไม่ตั้งใจ หรือจะโดยความรักแกมหมั่นไส้ก็ไม่รู้ เช่น แบรนด์ Married To The Mob ที่ผลิตเสื้อออกมาแซะ หรืองานศิลปะของ Barbara Kruger เป็นต้น ยิ่งทำให้ความ ‘Rare’ นี้หนุนนำบารมีให้แฟนผู้ภักดีต่อแบรนด์ลงทุนยืนต่อคิวขาแข็งต่อไป เพื่อรับประสบการณ์การช้อปฯ แบบ Physical ที่แบรนด์มอบให้ แม้ช้อปผ่านเน็ตจะง่ายแสนง่ายเช่นทุกวันนี้ก็ตาม


Gosha Rubchinskiy

ส่วนสโลแกนแอนตี้ความหรูหราทั้งปวง ไม่แคร์กระแสหลัก เพื่อเข้าถึงกลุ่มวัฒนธรรมย่อยนี้ ก็คงไม่ต้องบอกว่ามันเวิร์คแค่ไหน และแข็งแกร่งเพียงใด พิสูจน์แล้วทั้ง Supreme ที่ฟีเวอร์ทั้งนิวยอร์กบ้านเกิด และตีตลาดภาคพื้นเอเชียอย่างญี่ปุ่นกระจุย, Palace แบรนด์สเก็ตบอร์ด ซึ่งเป็นเสมือนนิกายของวัยรุ่นฝั่งลอนดอน, หรือฟากรัสเซียที่มี Gosha Rubchinskiy ผู้นำความมีชีวิตชีวากลับสู่สังคมวัยรุ่นรัสเซีย ยุค Post–Soviet ที่แท้ทรู!

จริงอย่างเขาบอกว่าผลิตเสื้อผ้าใครก็ผลิตได้ แต่ผลิต Attitude ที่สามารถคอนโทรลคนหมู่มากได้แบบไม่ต้องพยายาม (มาก) แถมยังดู–โคตร-จะ-คัลต์–นี่สิ ‘ยาก!’


Jil Sander SS 17 / Céline SS 18 / Vetement SS 18

#Masculine
> Or F*** Gender, Actually.

แฟชั่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเสื้อผ้าบุรุษยังคงเป็นหนึ่งในคำค้นหามากที่สุดคำหนึ่ง และยังเป็นสิ่งที่เห็นบนรันเวย์เรื่อยมาจนถึง พ.ศ. นี้ ทั้ง Céline, Balenciaga, Max Mara, Jil Sander และ Vetement ขณะที่ฝั่งเอเชีย ก็ไม่น้อยหน้า แบรนด์ Pushbutton และ Low Classic จาก Seoul Fashion Week ฤดูใบไม้ผลิ 2018 เกาหลีใต้ ยังคงหยิบแพนต์สูท เเจ็กเก็ต Oversize สูทไหล่ตั้งแบบ 80s–90s และลายตาราง (Plaid) กลับมายึดพื้นที่ในซีซั่นนี้อีกครั้ง


Blindness  (South Korea) Seoul Fashion Week / Spring 2018

ที่เด็ดดวงกว่านั้นคือเลิกพูดเรื่องเพศไปเลย อย่างแบรนด์ Blidness ที่จับนายแบบมาใส่ชุดกระโปรง แล้วปิดหน้าด้วยหน้ากากมุก กับไอเดีย ‘Blind Gender Roles’ ทำให้เสื้อผ้าไม่ได้เป็นเครื่องบอกเพศอีกต่อไป

#Vegan
> Heal the World

ไม่ได้จะมีใครมากินเจกันหรอก แต่ Vegan ในความหมายของแฟชั่นอาจหมายถึงหลายแบรนด์ในปีนี้ที่ Go Vegan หรือ Go Sustainable ธีมรักษ์โลก เน้นงานผลิตที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใครกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยกตัวอย่างเช่น Speaking Garment แบรนด์มินิมอลน้องใหม่ที่นำเศษวัสดุเหลือใช้มาตกแต่งเสื้อเป็นจุดขาย และหนึ่งในนั้นที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Gucci ที่ประกาศเลิกใช้ขนเฟอร์ในโปรดักส์ตัวเองตั้งแต่คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ 2018 เป็นต้นไป ตัดปัญหาที่โดนค่อนขอดมาตลอดกับไลน์รองเท้า Mule และ Loafer ที่ใช้เฟอร์จากขนจิงโจ้ป่าเป็นซิกเนเจอร์ จึงนับเป็นก้าวแห่งความหาญกล้าที่สำคัญอย่างยิ่ง


Prabal Gurung

#Power
> Power to the …us

อาจต้องย้อนไปถึงปรากฏการณ์ Brexit เรื่อยมาจนถึงการเข้ามาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ ที่ไม่แค่เกมการเมืองโลกที่ผันผวน แต่ยังก่อชนวนความเคลื่อนไหวทางสังคมหลายเหตุการณ์ ให้คน ค.ศ. นี้อย่างเราได้เห็นเป็นบุญตา จาก Women’s March, LGBT March, Black Lives Matter หรือ #NoBanNoWall มาจนถึง #Metoo ในวาระที่เกิด Sexual Harassment ไปทั่ว วงการภาพยนตร์ ก็ในเมื่อเป็นปีที่เดือดขนาดนี้ แล้วโลกคู่ขนานอย่างวงการแฟชั่นจะไม่โดนอย่างไรได้


Dior SS 17

สิ่งที่เราได้เห็นคือความเข้มข้นของ ‘Activist on Runway’ เมื่อเเบรนด์ดังมากมายขอมีปากมีเสียงในรูปแบบการแสดงออกแตกต่างกันออกไป หนึ่งในนั้นคือกระแสเสื้อยืด ‘Political Tee’ ที่เหมือนประชันกันว่าใครจะตบหน้าการเมืองได้แรงกว่ากัน

ทั้ง Maria Grazia Chiuri แห่ง Dior กับเสื้อยืดเฟมินิสต์และการกล่าวสุนทรพจน์โดยผู้หญิงจาก Women’s March บนรันเวย์ ตามด้วยเสื้อยืดความในใจมากมายของดีไซเนอร์ Prabal Gurung และกระทั่งเสื้อ Pro-black jumper ที่สาววัย 19 ทำขายเองจนเป็นไวรัลในเว็บ Etsy รวมถึงอีกประเด็นหนึ่งซึ่งแบรนด์ต่างๆ หยิบมาพูดถึงก็คือการ สนับสนุนผู้อพยพ หลังจากผู้นำสหรัฐฯ ประกาศแบนผู้อพยพจาก 7 ชาติมุสลิม


Robert James  / NYFW Menswear F/W 2017

ซึ่งจะว่าไปก็พอดีเป๊ะกับที่ปีนี้ Oxford English Dictionary (OED) เพิ่งเพิ่มคำศัพท์ใหม่ลงไปในดิกชันนารี คือคำว่า ‘Woke’ ที่มาของแฮชแท็ก #StayWoke ที่ไม่ได้แปลว่าตื่นธรรมดา แต่มีความหมายทรงพลังว่า ‘การตื่นรู้’ ของเราทุกคนต่อเหตุการณ์บ้านเมือง และพร้อมจะยืนหยัดต่อความไม่ชอบมาพากลทุกรูปแบบในสังคม

‘Power’ คำที่ถูกค้นหามากที่สุดอันดับ 1 ในปีนี้ จึงไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญ…

ด้วยประการฉะนี้ เราก็ต้อง #StayWoke กันต่อไป! เฮ้!