fbpx

CONTACT US

DOODDOT VIDEOS

“Apple Watch” หรือนี่จะเป็นต้นแบบนาฬิกายุคใหม่ของโลกใบนี้?
date : 12.กุมภาพันธ์.2015 tag :

ข่าวคราวเรื่อง Apple Watch ดูกำลังจะเป็นสิ่งที่ตอนนี้วงการ Gadget กำลังตั้งตารอคอยกันอย่างมาก กับการอัพเดตล่าสุดที่จะวางขายกันจริงๆในช่วงต้นเดือนเมษายน ทำให้แฟนๆต้องรอกันต่อไป แต่ก่อนจะรอให้ถึงวันขาย ยังมีใครอีกบ้างที่ยังไม่รู้เลยว่า Apple Watch จริงๆแล้วมันมีดียังไงกันแน่ วันนี้เรามีคอลัมน์เล็กๆที่จะพาคุณไปสำรวจดูว่า นาฬิกาอัจฉริยะเรือนนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง

null

สั่งการร่วมกันกับ iPhone เครื่องโปรด (โทรเข้าโทรออก รับส่งเมจเสจ บลา บลา บลา)

มี iPhone ใช้ว่าฟินแล้ว แต่ถ้ามี Apple Watch ไปใช้คู่กันด้วยจะยิ่งฟินเข้าไปอีก เพราะนาฬิกาเรือนนี้มีฟังก์ชั่นที่สามารถเชื่อมต่อกับ iPhone ด้วยระบบ Bluetooth LE รองรับใน iPhone 5 / iPhone 5C, iPhone 5S / iPhone 6 / iPhone 6 Plus (ทิ้งพี่ 4 ของเราซะแล้ว ฮือ) ลูกเล่นเบสิคที่สามารถทำได้ก็คือรับสายโทรเข้าออกได้และรับส่งเมจเสจได้ เพราะภายในนาฬิกามีไมโครโฟนและลำโพงติดตั้งเอาไว้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องทำงานผ่านซิมโทรศัพท์ ไม่สามารถมีเครือข่ายเองได้ นอกจากนั้นยังมี App ที่คอยจัดการช่วยให้เราสั่งการหา iPhone ได้อีกมากมาย ทั้งสั่งเปิดปิดเพลงใน iPhone เป็นต้น (เห็นว่าตัว Watch เองก็ฟังเพลงได้ด้วยอีก อะไรมันจะขนาดนั้น!)

null

null

นาฬิกาในฝันของคนรักสุขภาพ

ไฮไลท์สำคัญของ Apple Watch เลยคือพวกเขากล้าพูดว่า นี่คือนาฬิกาที่จะทำให้คนใช้ชีวิตดีขึ้น  นั่นคือคือ Fitness Tracking ที่ตลาดตอนนี้กำลังมีคนทำออกมาแข่งกันไม่ซ้ำหน้า เพื่อฉีกให้ห่างจากคู่แข่ง ตัว Fitness Tracking ของ Apple Watch ก็ต้องมาพร้อมคุณภาพเยี่ยมที่สามารถจับรายละเอียดได้อย่างละเอียดยิบ ผ่านเซนเซอร์ตรวจจับใต้หน้าปัด ทั้งเบื้องต้นก็คืออัตราการเต้นของหัวใจ จับระยะทางการวิ่งหรือเดิน ทำงานคู่กันกับแอพอัจฉริยะ สามารถคำณวนการเผาผลาญแคลอรี่  บอกข้อมูลการทำงานของร่างกายขณะทำกิจกรรมประเภทต่างๆทั้งวิ่งปั่นจักรยาน และที่น่าตกใจที่สุดคือ ล่าสุดไม่นานมานี้ Apple เพิ่งจับมือกับ DexCom บริษัทการแพทย์ ที่สร้างแอพสามารถทำให้ Apple Watch ตรวจจับเบาหวาน ระดับน้ำตาลได้ด้วย! นี่มันจะเกินไปแล้ว!

null

บอกเวลาที่ตรงเป๊ะด้วยหน้าปัดที่เปลี่ยนได้ไม่รู้เบื่อ

โอเค “บอกเวลา” มันคือฟังก์ชั่นพื้นฐานสุดของสิ่งที่กล้าเรียกตัวเองว่า Watch แต่การบอกเวลาของ Apple Watch จะทำให้คุณไม่มีวันเบื่อ เพราะหน้าปัดสารพัดแบบของ Apple Watch คือความสนุกของผู้ใช้เหมือนมีนาฬิกาไม่ซ้ำเรือนกันในแต่ละวันเลยทีเดียว ที่เราต้องหยิบยกมาพูด ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เพราะว่าเขามีแบบ Display สำรองไว้ให้เลือกถึงเป็นล้านๆแบบ! ทั้งแนวคลาสสิคมีเข็มหน้าปัด แนวตัวเลขดิจิตอล แนว 80’s แนว 90’s แนวอวกาศ แนวการ์ตูนน่ารัก หรือจัดวางเอง โอย แค่เลือกหน้าปัดให้ถูกใจก็น่าจะใช้เวลาทั้งวันแล้วละเนี่ย

null

Siri ผู้รอบรู้ยังคงรอฟังทุกคำขอของคุณ

ใช่แล้ว เจ๊ Siri จาก iPhone ยังกระโดดมาสิงต่อใน Apple Watch เราได้ด้วย ซึ่งเมื่อมาอยู่ในคราบของนาฬิกาแล้ว ความสามารถก็ต้องต่างไปจากเก่าแน่นอน ต่อไปนี้เวลาเดินไปไหน Siri สามารถบอกเราได้ทุกหัวโค้ง ว่าเดินหลงแล้วหรือยังจาก GPS ติดตัว ทำงานคู่กับแอพ Maps ในเครื่อง เช็ครอบหนัง อีกมากมายสารพัดนึก ที่คนรู้จัก Siri คงทราบกันดีว่าเธอช่วยชีวิตได้เยอะจริงๆ

null

ช็อปปิ้งได้ง่ายๆด้วยข้อมือเดียว

มันคือฟังก์ชั่น Apple Pay ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างฮือฮาเช่นกัน ระบบที่จะรองรับการใช้จ่ายของคุณผ่านบัตรเครดิต เพียงแค่เอา Apple Watch ไปแต๊บกับเครื่องรับ ก็ใช้จ่ายได้สบายๆแล้ว การทำงานของมันก็ง่ายมากๆคือ มันจะจดจำหมายเลขการใช้งานของเราเอาไว้ เวลาจะจ่านเงินก็กดด้านใต้ของปุ่ม Digital Crown แล้วก็สวิงมือผ่านเครื่องรับ แบบบัตร Rabbit ง่ายๆสบายๆ (เหมือนในรูป) เพียงแต่ว่าน่าลุ้นที่ บ้านเราจะรองรับฟังก์ชั่นนี้เมื่อไร เพราะที่เมืองนอก ตา Tim Cook คอนเฟิร์มว่า ร้านแฟรนไชส์ชั้นนำก็สามารถใช้งานได้หมดแล้ว

null

เตรียมพบกับมหกรรม Application เจ๋งๆจากเหล่าบรรดาผู้ผลิต

กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองของ Apple ยังคงเป็นไม้ตายของพวกเขาจริงๆ การขับเคลื่อนตัวเองด้วยบรรดาพลพรรคนักผลิตแอพ ที่ทำให้ iTunes Store เป็นสวรรค์มานักต่อนักแล้ว กับ Apple Watch นี้พวกเขาก็เตรียมเครื่องไม้เครื่องมือไว้แล้วเช่นกัน The WatchKit ที่ตอนนี้กำลังเป็นเป้าหมายใหม่ของนักพัฒนา App กันอยู่ แล้วอีกไม่นานเราเชื่อว่า บน Apple Watch จะมีแอพเจ๋งๆพิศดารๆที่ทำออกมาให้เลือกใช้กันชัวร์ๆ ส่วนตอนนี้ก็เพลินไปกับ App พื้นฐานของ iOS กันก่อน ที่เอาแค่นี้ก็ใช้หนำแล้วล่ะมั้ง

null

ต้อนรับน้องใหม่สุดคูลของครอบครัวสายชาร์ต

สายชาร์ตของ Apple Watch จะไม่เหมือนใครเพื่อน น้องคนนี้มีชื่อเรียกว่า MagSafe ที่ผสมผสานมาจากคำว่า Magnet (แม่เหล็ก) การทำงานที่ประกบเข้ากับด้านหลังของหน้าปัด (ส่วนที่เป็นเซนเซอร์ร่างกายเรานี่ล่ะ) ข้อเจ๋งก็คือมันมีแม่เหล็กชั้นเยี่ยมเป็นส่วนประกอบ ต่อให้รีบๆหรือหลับตาใช้ ก็ยังเสียบชาร์ตแบตได้

null

null

null

null

การออกแบบที่สุดแสนจะ Minimal แต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ

ทีมออกแบบของ Apple ยังคงเด่นในเรื่องของการใช้เพียงเรขาคณิตพื้นฐานจริงๆ เพราะบนตัวเรือนของ Apple Watch คุณจะไม่ได้เห็นปุ่มกดอะไรที่มันวุ่นวายซับซ้อน นอกไปจากหน้าจอสัมผัสรูปทรงสี่เหลี่ยมที่ทำอะไรได้มากมายกว่าที่เห็น อย่างเช่น เมื่อมีการโทรเข้าแค่เอามืออุงไว้บนหน้าจอ จะเป็นการปิดเสียงเรียกเข้าทันที (เชดดด) และปุ่มกดสองปุ่ม นามว่า “Digital Crown” และ “Digital Touch” เราเอากันที่ปุ่มแรกกันก่อน Digital Crown หรือเม็ดมะยมของนาฬิกาข้อมือ ที่จะเรียกว่าเป็นพระเอกของเรือนเลยก็ได้ เพราะมันใช้ควบคุมการทำงานแทบทั้งหมด มีลูกเล่นมากมายกับแค่เม็ดกลมๆแบบนี้อย่างเช่น จับค้างไว้จะเป็นการเรียก Siri มาคุยด้วย กดเบิ้ลสองครั้งข้างใต้คือใช้ Apple Pay เป็นต้น อีกปุ่มก็คือ Digital Touch ที่มีฟังก์ชั่นสามารถติดต่อ ส่งข้อความหากัน ระหว่างเพื่อนชาว Apple Watch กันได้ วาดรูปให้กันได้  ที่โคตรเจ๋งคือส่งรูปแบบการเต้นหัวใจหากัน โอ ว้าว เบอร์ว่ารักแถบ แบบว่ารักเธอ ใจตุ้มต่อมแรงแค่ไหนก็รู้กันหมดเลยทีนี้

null

รูปทรงที่มีให้เลือกมากมาย หลากหลายสไตล์และราคา

ตัวเรือนของ Apple Watch ทำออกมาทั้งหมด 3 แบบ คือ Apple Watch ปกติ / Apple Watch Sport /  Apple Watch Edition ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย มีให้เลือก 2 ขนาดหน้าจอคือ 38mm และ 42mm อ้าว แล้วทำไมราคาของแต่ละแบบต้องต่างกันด้วยล่ะ!? ก็เพราะว่าวัสดุที่ใช้ไม่เหมือนกันเลย อย่างรุ่นปกติ ตัวเรือนเป็นสแตนเลสสตีลที่แข็งแรงทนทาน มีสองสีดำและเทา หน้าจอแบบแซฟไฟร์ทนทุกการกระแทก ราคาอยู่ที่ $349 (12,000 บาท) นี่ถือเป็นรุ่นถูกที่สุดแล้ว สายรัดก็สามารถเลือกจับคู่ได้เลย (จากที่เห็นในรูปคือสายสแตนเลสทั่วไป) มาถึงรุ่น Sport ตัวเรือนจะเปลี่ยนมาเป็นอะลูมิเนียมแล้ว กระจกหน้าปัด Ion-X ส่วนสายรัดมีสายแบบ Sport เข้าคู่กันที่กันเหงื่อได้ดี ราคาอยู่ที่ $500 (16,000 บาท) สุดท้ายก็คือทรง Edition ที่อันนี้อาจจะทำหลายคนตกเก้าอี้เอาได้ง่ายๆ กับตัวเรือนที่ทำมาจากทอง 18 กะรัต  มีสายรัดแบบเข็มขัด ที่ให้อารมณ์ไม่ต่างจาก Luxury Watch เลย หะรูหะราขนาดนี้ มาพร้อมราคาที่สูงลิบถึง $5000 (นั่นก็ประมาณ 160,000 บาทได้!) จะชอบแบบไหนก็เลือกซื้อกันได้เลย

Writer: Pakkawat Tanghom

RECOMMENDED CONTENT

1.พฤศจิกายน.2019

ต่อไปนี้หากคุณและเราถูกผรุสวาทด้วยคำประเภทว่า ไอ้สัตว์, ไอ้สัด, ไอ้สัส หรือ ไอส๊าสสสสส ก็อย่าเพิ่งโกรธไป เพราะเราเองนี่แหละที่อาจกำลังกลายเป็นสัตว์ (ป่า) กันอยู่ในทุกๆ วัน! I Gone wild (everyday) คือเอ็กซิบิชั่นที่อยากให้เรากลับไปทบทวนความ ‘ดิบ’ ในตัวเอง ว่าสัตว์ในตัวเราคืออะไร และเรายังเหลือความเป็นมนุษย์กันอยู่มากน้อยแค่ไหน!?