fbpx

CONTACT US

DOODDOT VIDEOS

‘A LITTLE TASTE OF SPAIN’ ลองชิมอาหารทะเลพร้อมไวน์สเปนสุดดีงามที่ Savelberg
date : 22.พฤษภาคม.2019 tag :

Savelberg ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งที่ดีที่สุดและมีชื่อเสียงร้านหนึ่งในโลก ซึ่งเปิดสาขาที่ประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อนบนถนนวิทยุ ขึ้นชื่อเรื่องความละเมียดละไมในการเสาะหาวัตถุดิบทั้งจากประเทศเนเธอร์แลนด์บ้านเกิดของร้าน และจากหลายๆ ที่ในประเทศไทย รวมถึงโครงการหลวง ถ่ายทอดความสวยงามของอาหารลงบนจาน วันนี้เราอยากชวนคุณมาเปิดประสบการณ์อาหารดีต่อใจกับ ‘A LITTLE TASTE OF SPAIN’ อาหารสเปนที่เน้นความสดชื่นของวัตถุดิบจากทะเล ไม่ว่าจะเป็น Scallop, Baby Squid, Monkfish และ Iberico Pork หมูดำสเปนที่เลี้ยงด้วยวิธีแบบออร์แกนิค

สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดเมนู 6 คอร์สพิเศษพร้อมไวน์สเปนชั้นดีจาก Iconic Wine กว่า 7 ตัว ขนกันมาให้จิบคู่กับอาหารแบบไม่อั้น ภายใต้การครีเอทเมนูพิเศษครั้งนี้โดยเชฟสาวคนเก่ง Cristina Tejeda และเชฟ Henk Savelberg เจ้าของร้าน Savelberg ซึ่งนานๆ จะมีโอกาสบินข้ามน้ำข้ามทะเลจากเนเธอร์แลนด์มาคุมงานที่ Savelberg ประเทศไทยด้วยตัวเองสักที โอกาสดีๆ ที่คุณจะได้ชิมอาหารจากเชฟคนดังที่ทำให้ Savelberg เป็นเจ้าของดาวมิชลิน ตัวเป็นๆ แบบนี้ มีแค่ 2 วัน คือวันศุกร์ที่ 24 และวันเสาร์ 25 พฤษภาคมนี้ ที่ Savelberg Thailand เท่านั้น!

ทั้งนี้ ใครอยากลองชิมเมนูคลาสสิกซิกเนเจอร์ของเชฟ Henk ด้วย ทางร้านเขาก็แอบกระซิบมาว่าสามารถสั่งแบบ A la cart ได้ด้วย (ยกเว้น Set Course ที่เสิร์ฟในวันปกติ)

มาค้นหาคำตอบกันว่าทำไม Savelberg ถึงเป็นร้านอาหารในใจคนทั่วโลก


DATE : วันศุกร์ที่ 24 และวันเสาร์ 25 พฤษภาคม

TIME : มื้อกลางวัน (ตั้งแต่เวลา 12.00 – 14.00 น.) และ มื้อเย็น (ตั้งแต่เวลา 18.00 – 21.00 น.)

PRICE : 5000.-++ (พร้อมโปรฯ ลดอีก 5% เมื่อสำรองที่นั่งและชำระเงินล่วงหน้า)

VENUE : Savelberg Thailand โรงแรม Oriental Residence Bangkok 110 ถนนวิทยุลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (BTS เพลินจิต) 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง โทร. 0-2252-8001

Facebook : savelbergth

RECOMMENDED CONTENT

14.ธันวาคม.2020

‘School Town King’ แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน เป็นหนังสารคดีที่สร้างจากเรื่องจริงของ ‘บุ๊ค’ เด็กหนุ่มวัย 18 และ ‘นนท์’ วัย 13 ผู้เติบโตมาในชุมชนคลองเตย หรือที่ใครๆ ต่างรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘สลัมคลองเตย’ นอกจากความยากจนที่มาพร้อมกับสถานะทางสังคมที่เลือกไม่ได้แล้ว ทั้งบุ๊คและนนท์ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบการศึกษา รวมทั้ง หลักสูตรการเรียนการสอนที่เน้นแต่ความสำเร็จเชิงวิชาการก็ยิ่งทำให้เด็กเรียนไม่เก่งอย่างพวกเขาขาดความสนใจในชั้นเรียนลงไปเรื่อยๆ  ระบบการศึกษาที่น่าจะเป็นความหวังและเท่าเทียมกันของเด็กทุกคน กลับยิ่งบีบบังคับและผลักไสให้พวกเขาเป็นแค่ ‘คนนอก’ ของสังคมไปโดยปริยาย