นิทรรศการนี้จัดขึ้นในช่วงที่ชีวิตของผม รวมถึงชีวิตของผู้คนทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตลอดสามปีที่ผมไม่ได้ออกจากประเทศจีน และอีกสองเดือนของการล็อกดาวน์ที่ไร้เหตุผลในมหานครเซี่ยงไฮ้ เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้เราได้เห็นถึงอำนาจของรัฐบาลและทางการจีนที่ควบคุมชีวิตของประชากรได้ง่าย ๆ ทุกฝีก้าว แม้กระทั่งในเมืองที่มีความเจริญทางวัฒนธรรมหลากหลายอย่างเซี่ยงไฮ้เองก็ไม่เว้น จนปัจจุบันที่วิกฤตยังไม่จบสิ้น การหยุดชะงักของสภาพเศรษฐกิจและชีวิตของผู้คนก็อาจต้องใช้เวลายาวนานในการเยียวยารักษา ผมจึงตัดสินใจเดินทางออกจากประเทศจีนโดยไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรนัก

เวลาผ่านมาจนถึงตอนนี้ที่พวกเรากลับมาเดินชมศิลปะและภาพถ่ายในแกลเลอรีได้อีกครั้ง ผมดีใจที่ได้จัดนิทรรศการนี้ขึ้นในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่ผมนับว่าเป็นบ้านหลังที่สอง ที่นี่เป็นเมืองแรกในเอเชียที่ผมได้เข้ามาอาศัยอยู่ และผมรู้สึกว่าที่นี่เป็นแวดวงของผู้คนที่ผมสบายใจที่จะอยู่ด้วย นิทรรศการนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อจัดแสดงผลงานภาพถ่ายที่ผมภูมิใจตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกทั้งรักทั้งเกลียดต่อ ‘ประเทศจีน’ บ้านเกิดของผม
จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน – 20 พฤศจิกายน 2565
งานเปิดนิทรรศการวันที่ 1 ตุลาคม 2565
เปิดทำการทุกวัน
ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 19.00 น.
ภัณฑารักษ์ HOP – Hub Of Photography
WHOOP!
ชั้น 3 โซน MUNx2 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์
Google map: https://goo.gl/maps/caQgLisLvvkaz3Gu5
RECOMMENDED CONTENT
‘School Town King’ แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน เป็นหนังสารคดีที่สร้างจากเรื่องจริงของ ‘บุ๊ค’ เด็กหนุ่มวัย 18 และ ‘นนท์’ วัย 13 ผู้เติบโตมาในชุมชนคลองเตย หรือที่ใครๆ ต่างรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘สลัมคลองเตย’ นอกจากความยากจนที่มาพร้อมกับสถานะทางสังคมที่เลือกไม่ได้แล้ว ทั้งบุ๊คและนนท์ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบการศึกษา รวมทั้ง หลักสูตรการเรียนการสอนที่เน้นแต่ความสำเร็จเชิงวิชาการก็ยิ่งทำให้เด็กเรียนไม่เก่งอย่างพวกเขาขาดความสนใจในชั้นเรียนลงไปเรื่อยๆ ระบบการศึกษาที่น่าจะเป็นความหวังและเท่าเทียมกันของเด็กทุกคน กลับยิ่งบีบบังคับและผลักไสให้พวกเขาเป็นแค่ ‘คนนอก’ ของสังคมไปโดยปริยาย





