fbpx

CONTACT US

#ArtRecap : “Wonderfruit” เฟสติวัลใส่ใจโลก! กลับมาอีกครั้งพร้อมความสำเร็จในปีที่ 2 ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก
date : 4.กุมภาพันธ์.2016 tag :

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 1

ประณิธาน พรประภา และ มณฑล จิรา ผู้บริหาร บริษัท สแครทช์เฟิร์สท์ สองผู้ก่อตั้ง “วันเดอร์ฟรุ๊ต” ไลฟ์สไตล์เฟสติวัลระดับโลก จัดงานขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 อัดแน่นด้วยคอนเทนต์คุณภาพผสานแนวคิดใส่ใจโลกพร้อมนำเสนอทิวทัศน์ที่สวยงามของประเทศไทย เพื่อมอบความสุข สนุกสนาน ส่งท้ายปีในบรรยากาศแคมป์ปิ้งท่ามกลางธรรมชาติ บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ ที่ เดอะฟิลด์แอทสยามคันทรีคลับ พัทยา โดยมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

วันเดอร์ฟรุ๊ต ประสบความสำเร็จอีกครั้งเป็นปีที่ 2 ในฐานะงานระดับโลกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว   เพื่อมุ่งถ่ายทอดประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครในรูปแบบของวันเดอร์ฟรุ๊ตที่ต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้มาเยือนโดยผ่านองค์ประกอบหลักทั้ง 6 ของงาน ครอบคลุมตั้งแต่ การแสดงดนตรี, การแสดงผลงานศิลปะสร้างสรรค์, การทำฟาร์มสู่การปรุงอาหาร, กิจกรรมเพื่อสุขภาพกายและใจ, การร่วมวงสนทนาและเวิร์คช็อป, กิจกรรมกลางแจ้ง และอีกมากมาย โดย พีท-ประณิธาน พรประภา หัวเรือใหญ่ของวันเดอร์ฟรุ๊ตได้ตอกย้ำถึงอุดมการณ์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า “ผมเน้นเรื่องความยั่งยืนเพราะผมคิดว่าสิ่งที่ยั่งยืนนั้นจะพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผมจึงได้ตั้งบริษัทสแครทช์เฟิร์สท์ ขึ้นมาเหมือนเป็นจุดเริ่มของความเคลื่อนไหวทางสังคมไปในทางที่สร้างสรรค์ ด้วยการใช้ศิลปะทุกแขนงเป็นสื่อกลางและการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนมารวมตัวกัน ได้ร่วมสนุกและมีโอกาสซึมซับวิถีชีวิตแบบยั่งยืนผ่านทุกสิ่งที่เรานำเสนอ”

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 2

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 3

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 4

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 5

ทางด้าน เจ-มณฑล จิรา ผู้ร่วมก่อตั้งคนสำคัญ กล่าวว่า “เช่นเดียวกัน วันเดอร์ฟรุ๊ตเกิดขึ้นเพราะเราอยากให้มีพื้นที่สำหรับนำเสนอคอนเทนท์ในรูปแบบที่แตกต่างไปจากสิ่งที่มีอยู่ในบ้านเรา อย่างในเรื่องของดนตรี ผมคัดเลือกศิลปินและแนวดนตรีให้มีความหลากหลายแต่ลงตัว ทั้งศิลปินระดับโลกและศิลปินไทยที่มีคุณภาพ ซึ่งตรงกับบรรยากาศของวันเดอร์ฟรุ๊ต ที่เป็นการรวมตัวของผู้ร่วมงานจากหลายประเทศ แต่คอนเทนท์ในงานจะเป็นตัวทำหน้าที่เชื่อมทุกคนเข้าหากันเอง”

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 35

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 36

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 37

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 32

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 8

ภายในงานสนุกสนานไปด้วยการแสดงและกิจกรรมมากมาย เริ่มต้นที่ไฮไลท์ของงานคือการแสดงดนตรีบน 4 เวทีหลักสุดอลังการ ครบเครื่องทุกแนวเพลงที่รวบรวมศิลปินชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลกมาเปิดโชว์เป็นครั้งแรกในงานนี้ อาทิ Jon Hopkins x Chris Levine present the iy_project, Submotion Orchestra, Rhye, The Faint, Blonde Redhead และโชว์สุดตระกาลตาจากนักแสดงแนวเซิร์ค Lucent Dossier Experienceรวมทั้งศิลปินไทยระดับตำนาน ปู-พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ Greasy Cafe และ Polycat ไปจนถึงดนตรีแนวอีสานพื้นบ้านจากดีเจและศิลปินวงไทยพื้นบ้านที่มากับรถบัสหมอลำ ผลงานจากหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน และยังมีศิลปินและดีเจอีกมากมายที่ยกขบวนกันมาผลัดเปลี่ยนคิวขึ้นมอบความสุขแบบไม่หยุดพักตลอด 4 วัน 4 คืน

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 11

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 10

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 9

สำหรับความพิเศษของเวทีวันเดอร์ฟรุ๊ตในปีนี้ ยังคงโดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันออกไป ด้วยผลงานการสร้างสรรค์ของเหล่าศิลปินนักออกแบบระดับโลกที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติมาทำเป็นโครงสร้างหลัก ไม่ว่าจะเป็น ลิฟวิ่ง สเตจ (Living Stage) ออกแบบโดยศิลปินนามว่า Joel Dean Stockdill ที่นำเศษไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยมาประกอบกันจนกลายเป็นนกยูงขนาดมหึมา 2 ตัวยืนตระหง่านอยู่คู่กับเวทีทั้งสองข้างเสมือนการพาผู้ชมโบยบินไปกับเสียงดนตรีอันไพเราะและการแสดงสุดเร้าใจ ซอย สเตจ (Soi Stage) ได้รับออกแบบโดย โรจน์-ภูวภวิศ กฤตพลนารา ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์แฟชั่นชื่อดังของไทย Issue ที่มาร่วมงานกับกลุ่มสถาปนิก Bang Bang ตกแต่งเวทีด้วยการนำผ้าพิมพ์ลายพิเศษมาสร้างเป็นเลเยอร์ผสานเข้ากับสถาปัตยกรรมสไตล์จีนที่น่าหลงใหลยิ่งนัก ด้าน โซล่าร์ สเตจ (Solar Stage) ได้ทีมโปรดักชั่นดีไซน์ จากลอสแองเจลิส Vita Motus ที่ออกแบบเวทีให้เต็มเปี่ยมไปด้วยสีแดงและความรู้สึกของพลังงานอันแรงกล้า และ เดอะ ควอร์รี่ (The Quarry) เวทีอันเดอร์กราวน์ ตกแต่งด้วยกระโจมไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่ในสถานที่สุดลึกลับท่ามกลางธรรมชาติ ท้าทายผู้ชอบผจญภัยให้มันส์กันถึงเช้า

บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ รายล้อมไปด้วยผลงานศิลปะและสถาปัตยกรรมของเหล่าศิลปินชื่อดังมากมายที่สอดแทรกอยู่ทั่วบริเวณงาน อาทิ ผลงาน Blossom Poetica ของ Aligna ศิลปินลูกครึ่งลาว-ฝรั่งเศส ที่ สร้างสวนดอกไม้ประดิษฐ์ขึ้นจากวัสดุรีไซเคิลเพื่อแสดงให้เห็นว่าแม้สิ่งที่ถูกทิ้งก็สามารถนำมาเปลี่ยนให้เป็นสิ่งที่สวยงามได้ The Aviary ของ Paron School of Art กรงนกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังเสมือนฝูงนกที่กำลังโบยบินอย่างอิสระอยู่เหนือพันธนาการซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างงานศิลปะกับเวิร์คช็อปเข้าไว้ด้วยกัน ภายในกรงนกจึงเป็นที่นั่งสำหรับให้ชาววันเดอร์ฟรุ๊ตได้เข้ามาร่วมระบายสีนกอย่างสนุกสนาน

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 14

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 16

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 17

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 26

Into The Wind ผลงานสร้างสรรค์ของ วิทยา จันมา ที่เรียกความสนใจจากผู้ร่วมงานให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเป่าฟองสบู่ขนาดใหญ่ให้ล่องลอยไปในอากาศ และแน่นอนว่าทุกคนจะไม่พลาดสถาปัตยกรรมชิ้นเอกอย่าง “เดอะพาวิลเลียน” (The Pavilion) ที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังของเมืองไทย ดวงฤทธิ์ บุญนาค ซึ่งเป็นโครงสร้างดั้งเดิมจากปีที่แล้วและปีนี้ได้ถูกตกแต่งให้ปกคลุมไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิดในสไตล์สวนพฤกษศาสตร์ที่ร่มรื่นและสวยงาม นอกจากนี้ ที่ Forbidden Fruit ยังถูกตกแต่งด้วยพืชผลนานาชนิดอันเปรียบเสมือน “ผลแห่งความรู้” ที่นอกจากจะใช้เป็นสถานสำหรับโชว์การแสดงต่างๆ แล้ว Scratch Talks ยังเปิดให้ทุกคนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการรับฟังและพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดที่น่าสนใจในหัวข้อต่างๆ กับบุคคลที่เป็นผู้นำทางความคิดจากหลากหลายสาขาทั่วโลกอีกด้วย

อีกหนึ่งโซนไฮไลท์ของงานที่เอาใจสาวกแฟชั่นโดยเฉพาะ คือ A Taste of Wonder สร้างสรรค์โดย ชาลิสา วีรวรรณ ผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่น ในโซนนี้ทุกคนจะได้เพลิดเพลินไปกับไนท์มาเก็ตสุดแฟนซีที่รวบรวมเอาเหล่าเสื้อผ้าเครื่องประดับซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของฮิปปี้และโบฮีเมียนมาให้ผู้ร่วมงานได้มิกซ์แอนด์แมทช์และแปลงโฉมเป็นชาววันเดอร์ฟรุ๊ตกันอย่างสนุกสนาน และยังได้เดินเล่นใน Artisan Market หรือ ตลาดช่างฝีมือ ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้ๆ กัน นอกจากนี้ ที่โซน Wonder Salon ยังเปิดโอกาสให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าหรือผู้ที่ชื่นชอบการแต่งตัวทั้งหลายได้มาสนุกสนานกับการครีเอทลุคใหม่ๆ ด้วยวัสดุจากธรรมชาติและออกแบบเครื่องประดับด้วยตัวคุณเอง รวมถึงการเพ้นท์หน้า เพ้นท์ตัว และเพ้นท์เล็บ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้วันเดอร์ฟรุ๊ตได้ขนทัพความงามจากทีม FABBRIGADE มารอถึงที่เพื่อให้ทุกคนได้สนุกไปกับการทำผมและแต่งหน้าในสไตล์เฟสติวัลกับสุดยอดสไตลิสต์ในลุคที่สวยไม่ซ้ำใคร

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 21

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 22

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 23

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 24

ในด้านอาหาร วันเดอร์ฟรุ๊ตได้เอาใจผู้รักการกินด้วยการขนขบวนร้านอาหารชื่อดังมาให้ชาววันเดอร์ฟรุ๊ตได้ตะลุยความอร่อยกันอย่างจุใจอีกเช่นเคย และมากกว่าความพิเศษคือ ที่ Theatre of Feasts ผลงานสถาปัตยกรรมดั้งเดิมงดงามด้วยโครงสร้างไม้ไผ่ อบอุ่นด้วยแสงไฟและเสียงดนตรี คือพื้นที่สำหรับงานเลี้ยงที่เปิดโอกาสให้นักชิมได้มาสัมผัสความอร่อยพร้อมรับชมทัศนียภาพรอบงานในสไตล์ Wonder Feasts กับเมนูเซ็ทเอ็กซ์คลูซีฟที่รังสรรค์โดยเชฟชื่อดังรางวัลการันตี นำโดย เชฟกากั้น (Gaggan Anand) เจ้าของร้านอาหาร Gaggan ซึ่งติดอันดับ 10 จาก 50 ร้านอาหารดีที่สุดในโลก (The World’s 50 Best Restaurant 2015) และ เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ ที่มาพร้อมกับเชฟดิลลัน โจนส์ แห่งร้าน “โบ.ลาน” ร้านอาหารไทยระดับพรีเมี่ยมจากย่านสุขุมวิท ซึ่งความพิเศษเพิ่มเติมคือเชฟแต่ละท่านได้มาแสดงฝีมือการปรุงอาหารที่ผสานเข้ากับคอนเซ็ปต์ของ Farm to Feasts ผลิตผลออร์แกนิกจากฟาร์มของวันเดอร์ฟรุ๊ต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโซนสำคัญที่อยู่ใจกลางงาน ที่เปิดให้ทุกคนได้มาเยี่ยมชมกระท่อมชาวนาและเรียนรู้วิถีเกษตรกรรมแนวใหม่ที่เน้นความพอเพียงและการดำเนินชีวิตแบบธรรมชาติด้วยความร่วมมือจากกลุ่ม Thailand Young Farmers  ซึ่งในปีนี้ได้ฝีมือการกำกับดูแลอย่างดีเยี่ยมจากนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่หัวใจรักษ์โลก แชมป์-ศิรเดช โทณวณิก มาร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงานของวันเดอร์ฟรุ๊ตด้วย

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 18

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 19

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 20

นอกจากนี้วันเดอร์ฟรุ๊ตยังมีกิจกรรมเพื่อการพัฒนาร่างกายและจิตใจ ด้วยการนั่งสมาธิ และเต้นระบำ รวมทั้งบริการนวดและทรีทเมนต์ต่างๆ ภายใน Healing Village with Jim Thompson โดยการกำกับดูแลของ อู้-นพปฎล พหลโยธิน นักออกแบบไทยชื่อดังระดับสากล สำหรับผู้ที่ชอบลุยชอบผจญภัยยังสามารถไปตะลุยกิจกรรมกลางแจ้งด้วยการกระโดดน้ำและแช่ตัวในทะเลสาป หรือปั่นจักรยานสำรวจสิ่งที่น่าสนใจรอบๆ งาน และยังสามารถแวะเวียนไปที่ The Sharing Neighbourhood with SC ASSET เพื่อร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปศิลปะ ที่มีสอนตั้งแต่ งานแกะสลักไม้ เพ้นท์รูป ประดิษฐ์หน้ากาก สอนโยคะ หรือฝึกทำสมาธิ เป็นต้น สำหรับความพิเศษที่ทำให้งานวันเดอร์ฟรุ๊ตแตกต่างจากงานเฟสติวัลอื่นๆ คือ ความตั้งใจจริงในการเลือกสรรโปรแกรมดีๆ มามอบให้น้องๆ หนูๆ ที่เดินทางมากับครอบครัว วันเดอร์ฟรุ๊ตได้เนรมิต “แคมป์ วันเดอร์” (Camp Wonder)สนามเด็กเล่นที่เปรียบเสมือนดินแดนของเด็กๆ เพื่อให้ได้วางมือจากโลกดิจิตัล โซเชี่ยลมีเดียและหันไปใช้เวลากับกิจกรรมที่สนุกสนานอย่างคุ้มค่ากับครอบครัวท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจ อาทิ เวิร์คช็อป Free Running แบบเบสิคกับ Team Farang เวิร์คช็อปการแสดง โยคะสำหรับเด็ก การประดิษฐ์ว่าว ฟังนิทาน ดูมายากล บริการพี่เลี้ยงดูแลเด็ก และโชว์ไฮไลท์การแสดงหุ่นมือจากคณะเจ้าขุนทอง และวันเดอร์ฟรุ๊ตยังตั้งใจให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วยการลงพื้นที่คลุกคลีกับธรรมชาติผ่านเวิร์คช็อปต่างๆ โดยในปีนี้ วันเดอร์ฟรุ๊ตได้ร่วมมือกับ Green School องค์กรในบาหลี นำทีมโดย จอห์น ฮาร์ดี้ (John Hardy) ด้วยการนำหลักสูตรการศึกษาแนวใหม่ที่ผสมผสานการเรียนรู้แบบดั้งเดิมร่วมกับการสร้างประสบการณ์ตรงมาเป็นสื่อการสอนให้กับเด็กๆ ในแคมป์วันเดอร์อีกด้วย

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 25

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 34

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 30

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 28

wonderfruit 2015 Recap Dooddot 29

วันเดอร์ฟรุ๊ต ​เป็นงานที่เกิดขึ้นจากแนวคิดด้าน ‘Sustainable Living’ ที่เชื่อว่าการใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสร้างสรรค์โดยมีศิลปะเป็นตัวเชื่อมสังคม ชุมชน ไปจนถึงสถาบันครอบครัวเข้าไว้ด้วยกัน จะเป็นเครื่องช่วยหล่อหลอม ความคิด จิตใจ และช่วยผลักดันความก้าวหน้าทางความคิดอันเป็นเส้นทางสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคมบนแนวทางแห่งความยั่งยืนได้ วันเดอร์ฟรุ๊ตจึงไม่ใช่แค่เพียงงานดนตรีสนุกๆ ที่ชวนคนมาตั้งแคมป์เท่านั้น เพราะงานได้สอดแทรกเรื่องของความใส่ใจและความตระหนักรู้เกี่ยวกับสังคมเข้าไปในทุกๆ อย่าง แน่นอนว่าทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่าง สนุกสนาน น่าสนใจ ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ถึงการใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพื่อมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน เพราะ “วันเดอร์ฟรุ๊ต” คือ “ผลที่ดีสำหรับทุกคน”

เตรียมตัวพบกับวันเดอร์ฟรุ๊ต ปี 3 อีกไม่นานเกินรอ!

Wonderfruit
Website: http://www.wonderfruitfestival.com/
Facebook: https://www.facebook.com/wonderfruitfest/

RECOMMENDED CONTENT

10.กันยายน.2021

โดยซิงเกิลแรก ที่เป็น solo album โดยมีกลิ่นให้แฟนชาวไทยนั้นตื่นเต้นกับซีนที่เธอได้สวมชุดผ้าไหม และ ชฎา ใน MV 'LALISA' ที่ประทับการปรากฏตัวของเธอในฐานะศิลปินเดี่ยวในตลาดโลก