fbpx

CONTACT US

พลิกโผแต่ไม่ผิดหวัง! 5 เหตุผลที่ Moonlight เหมาะสมที่สุดกับรางวัลภาพยนต์ยอดเยี่ยม
date : 1.มีนาคม.2017 tag :

why-moonlight_1

พลิกโผสุดๆเมื่อภาพยนต์อินดี้มาแรงอย่าง Moonlight คว้ารางวัล Best Picture ปาดหน้าหนังแห่งปีอย่าง La La Land ยิ่งเกิดเหตุการณ์ประกาศผลผิดยิ่งสร้างความเซอร์ไพส์ผู้ชมทั่วทั้งโลก แต่ถึงจะพลิกล็อคเราก็ไม่ได้มีข้อกังขาว่าทำไมภาพยนต์เรื่องนี้ถึงสามารถคว้ารางวัลออสการ์มาได้ มาดูกันว่า 5 เหตุผล (หลักๆ) ที่บอกเราว่าทำไม Moonlight ถึงได้รางวัลภาพยนต์แห่งปี

why-moonlight_2

99 % From Metacritic

จากกว่า 51 บทวิจารณ์ด้วยคะเนน 99 เต็ม 100 นี่คงไม่ต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติมบอกว่า Moonlight เป็นลูกรักของเหล่านักวิจารณ์ขนาดไหน Moonlight ได้ขึ้นเป็นภาพยนต์อินดี้อันดับ 1 ในปี 2016 ทันทีที่เขาได้ฉายและยิ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีผู้ชมในวงกว้าง มันยิ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าไม่เพียงแค่นักวิจารณ์แค่คนดูทั่วไปก็ประทับใจภาพยนต์เรื่องนี้เหมือนกัน

why-moonlight_3

Outstanding Performance

ไม่เพียงแค่ Mahershala Ali ที่กวาดรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมมาแทบจะทุกสำนัก แต่ต้องบอกว่าการแสดงของทุกคนใน Moonlight เล่นได้ดีมากจริงๆ ด้วยความที่ภาพยนต์เรื่องนี้เน้นที่การแสดงออกทางกายมากกว่าคำพูดของตัวละคร มันยิ่งทำให้เราได้เห็นถึงความสามารถของนักแสดงทุกคนเพราะมันสามารถทำให้เราเข้าใจภาพยนต์ได้แม้นักแสดงจะไม่มีบทพูดน้อยมาก มันทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวละครทุกตัวแต่เราก็ยังรู้สึกว่าเขาเป็นคนๆเดิมได้ ดูเป็นคำอธิบายที่นามอธรรมสุดๆ แต่ถ้าคุณได้ดูแล้วจะเข้าใจสิ่งที่เราพูดแน่นอน

why-moonlight_4

Script Script Script

ผู้กำกับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งคนโลกอย่าง Alfred Hitchcock เขาพูดว่า “ถ้าจะทำภาพยนต์ที่ดีคุณต้องการอยู่ 3 สิ่งคือ บทภาพยนต์ บทภาพยนต์และบทภาพยนต์” ซึ่งเรามันใจว่า Moonlight มีทั้ง 3 สิ่ง การถ่ายทอดเรื่องราวของคนชายขอบในสังคมที่เราไม่รู้จัก ไม่คุ้นเคยให้เราสามารถเข้าใจและเข้าถึงปัญหาของทุกตัวละคร ผ่านภาพยนต์ที่นักแสดงมาฝาดฟันกันด้วยคำพูด ไม่มีการมาเล่าเรื่องปูเหตุการณ์หรือแม้กระทั่งเสียงในใจของตัวละคร มันยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแรงของบทภาพยนต์ที่และนอกจากนี้เขาสามารถคว้ารางวัลใหญ่จาก สมาคมนักเขียนหรือ WGA มาได้อีกด้วย

why-moonlight_6

#OscarsSoDiversity

หลังจากที่โดนโจมตีว่า Oscars So White มาหลายปีเราก็เห็นเริ่มเห็นความหลากหลายบนเวทีออสการ์มากขึ้นตั้งแต่การในรางวัลภาพยนต์ยอดเยี่ยมแก่ 12 years slave และยิ่งในปีนี้ที่เราได้เห็นการแสดงออกเกี่ยวกับ Anti-Trump ในทุกเวทีรางวัล การที่ Moonlight ได้ภาพยนต์ยอดเยี่ยมจึงเป็นหนึ่งในการแสดงจุดยืนของวงการฮอลลีวู้ดถึงการยอมรับความหลากหลายมากขึ้น เหมือนที่ Will Leitch เขียนเขียนไว้ในเว็บไซต์ Bloomberg ว่า “คุณสามารถศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับ Hollywood และโลกได้มากมายผ่านผู้ชนะออสการ์”

why-moonlight_5

Impact and Longevity

อย่างที่เราบอกไปเมื่อข้อที่แล้วว่าการเลือกผู้ชนะของออสการ์นั้นมีผลอย่างมากต่อสังคม เพราะกรรมการกว่า 6000 คนนั้นมาจากทุกประเทศและทุกสายอาชีพทั่วโลก ฉะนั้นการเลือกภาพยนต์ในสาขา Best Picture จึงเป็นวาระสากลที่คนทั้งโลกเห็นตรงกัน ซึ่ง Moonlight ไม่เพียงแค่ควรชนะเพื่อตอบสนอง #OscarsSoWhite เท่านั้นแต่ควรชนะเพราะนี่คือภาพยนต์ที่ทำให้เราเห็นพลังของการเอาใจใส่และความสำคัญของการถูกรัก นี่ไม่ใช่ภาพยนต์ที่สร้างมาเพื่อให้เกิดความประทับใจหรือกระทั่งทำให้ผู้มีสิทธิโหวตออสการ์ชม แต่เขาสร้างมาสิ่งที่ใหญ่กว่านั้นซึ่งไม่ว่าเขาจะได้หรือไม่ได้รับรางวัล แต่มั่นใจได้เลยว่า Moonlight จะกลายเป็นหนึ่งในตำนานที่จะแสดงให้เด็กผิวสีเห็นว่าเขาจะสามารถมีพื้นที่ในการแสดงออกและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้

แม้จะน่าเสียดายที่ชัยชนะของ Moonlight จะถูกกลบด้วยกระแสเหตุการณ์ประกาศผลผิดไปบ้าง แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพยนต์เรื่องนี้สมควรที่จะได้รับชัยชนะขนาดไหน (หนังสือพิมพ์ The Gradian ถึงขั้นพูดว่าถ้า La La Land ชนะมันจะกลายเป็นหายนะของ Hollywood กันเลยทีเดียว) เพราะไม่เพียงแค่ในเชิง Cinematography แต่รวมถึงในแง่ของผลกระทบต่อสังคมที่หลายคนเห็นตรงกันว่า Moonlight นับเป็นภาพยนต์ที่ผู้คนในสังคมปัจจุบันควรได้ชมมากที่สุด

Writer : Chalisa Methaupap

RECOMMENDED CONTENT

6.มิถุนายน.2019

เมื่อเร็วๆ นี้ ไนกี้ได้เปิดตัวภาพยนตร์ “Dream Further ฝันให้ไกล ไปให้ถึง” ที่เน้นเรื่องฟุตบอล เพื่อเตรียมตัวและฉลองการแข่งขันในทุกด้านในช่วงฤดูร้อนนี้ที่ประเทศฝรั่งเศส ภาพยนตร์นี้เต็มไปด้วยนักกีฬา มากความสามารถหลายราย ที่ปรากฏตัวในเรื่องควบคู่ไปกับ Makena Cook เด็กหญิงอายุ 10 ปี, Alex Scott อดีตนักกีฬาชาวอังกฤษ, และอีสปอร์ต สตาร์ F2TEKKZ