fbpx

CONTACT US

#VISIT — พลิกจุดขาย O&B จากเบื้องหน้าสู่เบื้องหลัง พูดคุยกับ ต้า – รรินทร์ ทองมา ถึงแบรนด์ดังที่ครองตลาดแฟชั่นมากว่า 5 ปี
date : 22.ธันวาคม.2017 tag :

“ต้าต้องการทำสินค้าบางอย่างที่เวลาคนได้รับของแล้วรู้สึกว่า เงินที่เขาจ่ายไปมันน้อยกว่ามูลค่าที่เขาได้รับ ดังนั้นจะเห็นว่าสิ่งที่ O&B ทำ ไม่ว่าจะเรื่องการออกแบบ การทำแบรนด์ สร้าง image ต่างๆ ดูแล้วจะให้ความรู้สึกที่แพงกว่า เมื่อเทียบกับราคารองเท้าแต่ละคู่”

นี่เป็นคำพูดที่มาจากความรู้สึกของต้า – รรินทร์ ทองมา เจ้าของแบรนด์ O&B ที่สาวๆ ทุกคนรู้จัก และเชื่อว่าแต่ละคนคงเคยเห็นโฆษณาสินค้าแบรนด์นี้ผ่านโซเชี่ยลกันอยู่บ่อยครั้ง ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้านงานออกแบบสินค้าแฟชั่นที่โดดเด่นอย่าง รองเท้า กระเป๋า และ accessories ต่างๆ จึงทำให้วันนี้แทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก

ทำไมต้องเป็นสินค้าแฟชั่นอย่างรองเท้า?

คุณต้าเริ่มเล่าและพูดคุยอย่างเป็นกันเองถึงประสบการณ์ด้านการออกแบบในวงการแฟชั่น โดยเฉพาะรองเท้าที่ต้องมาควบคู่ไปกับการบริหารธุรกิจ ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ต้องยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้ค่อนข้างแปลกใหม่ และไม่สามารถศึกษากันได้ง่ายๆ เรียกว่าต้องใช้ทั้งประสบการณ์ รวมถึงอาศัยการลองผิดลองถูก จนทำให้ตอนนี้เรารู้สึกว่า O&B สร้าง Brand Loyalty หรือ ความภักดีในตราสินค้าได้สำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ

“ช่วงที่เรียนจบปริญญาตรี เราจบ Product Design มา และได้มีโอกาสทำงานที่ King Power โชคดีที่ส่วนใหญ่ได้ดู Luxury Brand นำเข้า ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าตัวเองชอบสายแฟชั่น ตอนนั้นเมืองไทยไม่มีสอนแฟชั่นนะ บวกกับเราก็มีเป้าหมาย อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงมองหาที่เรียนที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้ดีขึ้น

ซึ่งความรู้ด้านดีไซน์อย่างเดียวที่มีอยู่ยังไม่พอ เราอยากรู้เรื่อง marketing หรือ business ในการทำธุรกิจเพิ่ม ก็เลือกไปเรียนรู้จุดนี้ เสริมจากระบบการบริหารจัดการเท่าที่เคยทำงานประจำมา ตอนนั้นมันท้าทายมากพอรู้สึกว่า น่าจะลองทำสายแฟชั่นเต็มตัว เพราะเราก็ไม่ได้เรียนสายแฟชั่นมาโดยตรง แต่เราชอบ”

อะไรทำให้ O&B เป็นที่จดจำ

หลังจากลงมือทำธุรกิจแบบ SME มาสักระยะ คุณต้าก็เริ่มสังเกตพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของลูกค้า ซึ่งถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก เมื่อสินค้าที่สร้างรายได้ดีที่สุด กลายเป็นสินค้าที่คุณต้ารู้จักและคุ้นเคยมากที่สุด จนได้คำตอบที่ประทับใจและเป็นที่จดจำของลูกค้า นั่นคือ ‘feeling ที่ได้จากการสวมใส่’

“ที่เราเข้าใจลูกค้าคงมาจากการที่เราคุ้นเคยกับมันมาก เนื่องจากใส่ทุกวันสมัยเรียน มีตั้งแต่รองเท้า 50 บาท ไปจนถึงได้ลองรองเท้าคู่ละเป็นหมื่น ทำให้รู้ว่าราคาไม่ได้เกี่ยวกับความสบายของรองเท้าเลย เราชอบความคล่องตัว และรู้สึกว่ารองเท้าที่ดีที่สุดเท่าที่เคยใส่มาเป็นทรงบัลเล่ต์ และพบว่ารองเท้าที่ขายดีที่สุดก็เป็นทรง ballerina หรือ รองเท้าทรงบัลเล่ต์เช่นกัน”

แต่โจทย์ของคุณต้าก็ยังไม่จบแค่นั้น เพราะสิ่งที่จะทำให้รองเท้าเป็นแบรนด์ luxury โดยมีราคาที่ทุกคนยังหาใส่ซื้อได้สบายๆ สำคัญกว่า ดังนั้นความตั้งใจต่อมาจึงนำหนังแกะมาเป็นวัสดุหลักในการทำรองเท้า และกลายเป็นคู่ต้นแบบของคู่ที่มีอยู่ปัจจุบัน นอกเหนือจากฟังก์ชั่นและความสวยงาม จนทำให้อยากหยิบรองเท้าคู่ใจคู่เดินมาใส่ซ้ำบ่อยๆ

แบรนด์ international ที่ทุกคนยอมรับ

“อันนี้เกินคาดฝันมาก ที่เราได้ทำงานร่วมกับ Aimee Song (ออมมี่ ซอง) แฟชั่นบล็อกเกอร์ชื่อดัง ตอนแรกที่คิดคือ ต้ามองว่าเราอยากจะสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการแฟชั่นไทย จะต้องไม่ใช่แค่ทำออกมาสวย แต่ต้องการทำให้มีอะไรแปลกใหม่ ให้มีมาตรฐานเทียบกับแบรนด์ international ได้เลย

เพราะฉะนั้นการทำงานกับออมมี่ ซองถือว่าโชคดีมากที่เขาเลือกเรา ต้องใช้คำนี้ เพราะอย่างระดับนั้น ไม่ใช่เราเลือกเขา แต่เขาเลือกร่วมงานกับเรา เพราะด้วย image ของแบรนด์ว่าอยู่ในระดับเดียวกับเขา การโปรโมทที่เขาต้องเอาชื่อเสียงมาผูกกับเรา จนทำให้โปรเจ็กต์มีความน่าสนใจ กลายเป็นคอลเล็กชั่น Aimee Song x O&B 2017”

ดีไซเนอร์ VS นักธุรกิจ

หลังจากพูดคุยมาได้สักพัก เรารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา เพราะการจะสร้างยอดขายต่อปีเฉียด 200 ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งคนๆเดียวจะสามารถแบ่งหน้าที่เป็นทั้งดีไซเนอร์และนักบริหารได้อย่างสมบูรณ์แบบได้อย่างไร เป็นคำถามที่เราอยากรู้มาก คุณต้าพูดติดตลกบอกว่า ตัวเองเป็นลูกครึ่ง หรือพูดง่ายๆ ว่าค่อนข้างเป็นเป็ด

ความโชคดีในตัวที่คุณต้าพยายามจะบอกเราคือ ลักษณะนิสัยที่ไม่ใช่เป็นคน artist จ๋าที่จะคิดถึงแต่เรื่องออกแบบอย่างเดียว และขณะเดียวกันก็ไม่ใช่นักธุรกิจขนานแท้ด้วย ดังนั้นจึงทำให้ตอนเริ่มทำแบรนด์ได้เข้ามาดูแลทุกส่วนเอง พร้อมกับชอบศึกษาถึงสิ่งที่ยังไม่เชี่ยวชาญนัก อย่างเรื่องของ marketing เพราะในแง่ของดีไซเนอร์ส่วนใหญ่ จะไม่ชอบตัวเลขและการบริหารธุรกิจ ซึ่งคุณต้ายังย้ำอีกว่า “อะไรก็ได้ที่ทำให้ไปถึงเป้าหมายต้ายอมทำหมดเลย”

ถือว่าตัวเองประสบความสำเร็จ?

“ต้องบอกก่อนนะ กับคำว่า ‘สำเร็จ’ แต่ละคนตั้งเป้าไม่เหมือนกัน อย่างตอนนั้นเราขายของออนไลน์ 2–3 ปีที่แล้วได้เดือนละล้านนี่ก็สุดยอดแล้วนะในเมืองไทย  แค่นั้นก็แฮปปี้แล้ว ไม่รู้ว่าประสบความสำเร็จไหมแต่แค่นี้ก็เกินฝัน อย่างคนที่ทำแฟชั่น ธุรกิจดีไซน์ หรือที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ทั้งหมดจะรู้ว่า ธุรกิจประเภทนี้ไม่มีหยุดนิ่ง ยิ่งเป็นแฟชั่นยิ่งไปเร็ว

ความยากของธุรกิจแฟชั่นในฐานะคนทำ ต้องเป็นคนที่กระตือรือร้นมากนะ แรกๆ จะสนุก แต่พอทำไปทำมาเราต้องคิด เราต้องนำสิ่งที่คิดให้อยู่ในความชอบตลอดเวลา และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก พอทำไปได้สักพักไม่ใช่ว่าบางแบรนด์ไม่ดีนะ แต่คนทำหมดแรงก็เลยเห็นบางธุรกิจหายไป”

การตลาดปี 2017 กับธุรกิจที่มาเร็วไปเร็ว

“ส่วนตัวต้าว่าเป็นเรื่องปกติกับธุรกิจที่มาเร็วไปเร็ว การทำธุรกิจมีได้ก็ต้องมีเสีย อย่างคนทั่วไปอาจจะเห็นภาพว่า O&B ขายดี แต่เอาจริงๆ แล้วโปรดักส์ทั้งหมดที่เราทำมาเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่น ไม่ใช่ทุกตัวขายได้นะ มันก็มีตัวที่ขายไม่ได้ก็มี ฉะนั้นเรื่องการตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ คนที่ทำธุรกิจจะรู้ว่าไม่มีทางที่ทุกอย่างจะเพอร์เฟ็กต์ตามแผนที่เราต้องการ เพียงแต่ต้องเป็นคนที่ไว

สมมติเรารู้แล้วว่าอันนี้ไม่เวิร์ค ต้องแก้สถานการณ์ทันที อย่าไปจมกับมันเยอะ พูดง่ายๆ คือ cut loss หรือหยุดการขาดทุนที่จะเกิดขี้นอย่างรวดเร็วให้ได้ cut loss ในที่นี้ไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียว แต่รวมถึงความรู้สึกด้วย เพราะอาจทำให้ไม่มีกำลังใจที่จะทำงานไหนเลย ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงส่วนที่เสียหายมันน้อยมากนะ และส่วนที่ทำเงินได้เยอะกว่า แต่บางคนกลับไปโฟกัสในส่วนที่มันมีปัญหา ทั้งที่อีก 90% คุณไม่มีปัญหาเลย”

ตัวตนของ O&B กับอนาคตข้างหน้า

ด้วยความที่คุณต้าไม่ได้มีประสบการณ์ในการบริหารมาก่อน เริ่มแรกจึงยังไม่รู้วิธีทำเงินในฐานะที่เป็นดีไซเนอร์ แต่สิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ได้ มาจากการใช้ sense ของความรู้สึกที่ทำออกมาแล้วรู้สึกใช่และยังไม่มีคนทำ ส่วนหลังจากนี้เราคงได้เห็น concept store เพิ่มขึ้นในเมืองไทย เพราะคุณต้าแอบกระซิบมาว่าวางแพลนไว้แล้ว แต่หลักๆ ยังเน้นธุรกิจออนไลน์อยู่ และมองว่าตลาดนี้ยังเติบโตได้อีกเยอะมาก

รูปแบบการซื้อขายที่เปลี่ยนไป

ตอนนี้หากพูดว่าตลาดออนไลน์กับออฟไลน์มันเชยและไม่มีแล้ว เพราะถ้าเราสังเกตพฤติกรรมคนซื้อต่อให้ต้ามีหน้าร้านก็จริง แต่คนที่มาก็ดูออนไลน์มา หรือร้านต่างๆ ที่ทำธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จในปัจจุบัน

ต้าว่าร้อยละ 90 มาจากโซเชี่ยลมีเดียที่ดี และดึงคนไปหน้าร้าน ที่สำคัญเราเน้นและให้ความสำคัญกับประสบการณ์ หรือสร้าง brand experience ให้กับลูกค้า เพราะเป็นลักษณะการขายที่ไขว้กันหมด เช่น สั่งออนไลน์มารับหน้าร้าน หรือดูหน้าร้านแต่ของหมดก็สั่งออนไลน์ เหล่านี้จึงทำให้ลูกค้าสะดวกที่สุดและสองส่วนนี้เสริมกัน”

ก้าวที่สำคัญแบบฉบับ O&B

คุณต้าอธิบายการเติบโตของ O&B ให้เราพอเห็นภาพว่า ในโลกแห่งการทำธุรกิจ ความจริงเราแทบไม่มีเวลาเตรียมตัวเลย ยิ่งคนที่ก้าวมาจาก SME จะรู้ดีว่าแตกต่างจากองค์กรใหญ่ที่เป็น specialize มาก ทั้งระบบการทำงานแต่ละฝ่าย พนักงาน และที่สำคัญคือ เงินทุน

ดังนั้นปัญหาทุกอย่างจะถูกแก้ได้หมดเพราะด้วยเงิน แต่พอเป็น SME จะกลับกัน ดังนั้นเราจึงต้องแก้ปัญหาในทุกจุดด้วยตัวเอง โดยใครที่กำลังคิดจะเริ่มต้นก็ให้ลงมือทำเลย อย่าคิดเยอะ เพราะถ้าคิดเยอะสิ่งนั้นเราจะไม่ได้ลงมือทำซักที

—————

O&B

RECOMMENDED CONTENT

19.เมษายน.2019

เป็นครั้งแรกที่บริษัทผู้สร้างตัวอักษรที่เก่าแก่ที่สุดอย่าง Monotype ได้ทำการออกแบบตกแต่งตัวชุดอักษรที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลกอย่าง Helvetica หลังจากที่พยายามปลุกปล้ำกันอยู่นานกว่าสองปีเพื่อที่จะปรับปรุงชุดตัวอักษรที่เป็นเอกลักษณ์ตามแบบ swizz font