ย้อนกลับไปปี ค.ศ. 1881 เวลานั้นมีนักธุรกิจหนุ่ม “คินทาโร่ ฮัตโตริ” วัย 22 ปี เปิดร้านขาย-ซ่อมนาฬกาแบบพกพาและแขวนผนังใจกลางกรุงโตเกียว เขาเริ่มผลิตนาฬิกาคุณภาพสูงออกสู่ตลาดทั้งในประเทศญี่ปุ่นและไปยังทั่วทุกมุมโลก การันตรีด้วยคุณภาพนาฬิกาผนวกนวัตกรรมระดับสูงจากประเทศญี่ปุ่น
เป็นเวลากว่า 130 ปีแล้วที่ครองความคลาสสิกไว้บนข้อมือ แบรนด์ที่พูดถึงก็คือ Seiko หรือภาษาไทยเรียกว่า “เที่ยงตรง” หลังจากการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง Seiko ก็เดินหน้าอย่างเต็มกำลังในการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง รวมถึง เปิด Seiko Boutique แห่งแรกในประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เพิ่มขึ้นหลากหลายกลุ่มในปี 2020 นี้อีกด้วย
Craftsmanship : ไอเดียการดีไซน์ ของนาฬิกาข้อมือระดับโลก
หลักการออกแบบภายใน Seiko Boutique ใหม่ล่าสุดนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการออกแบบทั้งหมดให้เหมือนกับบูติกที่ประเทศญี่ปุ่น โดยสะท้อนให้เห็นถึงความเร็วและความแข็งแกร่งในแบบสปอร์ตด้วยเส้นสายและวัสดุที่ดูเนี๊ยบ หรูหรา ที่ไม่แพ้นาฬิกาหรูจากสวิสเซอร์แลนด์
Classic Model แล้วเราจะได้พบกับรุ่นคลาสสิก ที่มูลค่าและความร่วมสมัยที่อยู่ตลอดกาล
บูติกแห่งใหม่นี้จะวางจำหน่ายนาฬิกา Seiko ในคอลเลกชั่นต่างๆ โดยเน้นไป คอลเลกชั่นหลัก Seiko 5 Sports ที่คลาสสิกตลอดกาลไม่ว่าจะเป็นรุ่น Monster และรุ่นฮิตตลอดกาลอย่าง Prospex นาฬิกาเรือธงของ Seiko ที่เป็นนาฬิกา sport ดำน้ำรุ่นแรกของแบรนด์จากประทศญี่ปุ่น ที่ไม่ต้องบินไปไกลเพื่อให้ได้เรือนที่ต้องการ รวมถึงรุ่นพิเศษที่จะวางจำหน่ายแบบ Exclusive อีกด้วย
Seiko Boutique ศูนย์การค้า เซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 1 พร้อมเปิดต้อนรับและให้บริการแล้ววันนี้
ติดตาม Seiko Thailand
Facebook: Seiko Club
IG: Seiko_Thailand
Line: @Seiko_thailand
Website : https://www.seikowatches.com/th-th
RECOMMENDED CONTENT
‘School Town King’ แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน เป็นหนังสารคดีที่สร้างจากเรื่องจริงของ ‘บุ๊ค’ เด็กหนุ่มวัย 18 และ ‘นนท์’ วัย 13 ผู้เติบโตมาในชุมชนคลองเตย หรือที่ใครๆ ต่างรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘สลัมคลองเตย’ นอกจากความยากจนที่มาพร้อมกับสถานะทางสังคมที่เลือกไม่ได้แล้ว ทั้งบุ๊คและนนท์ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบการศึกษา รวมทั้ง หลักสูตรการเรียนการสอนที่เน้นแต่ความสำเร็จเชิงวิชาการก็ยิ่งทำให้เด็กเรียนไม่เก่งอย่างพวกเขาขาดความสนใจในชั้นเรียนลงไปเรื่อยๆ ระบบการศึกษาที่น่าจะเป็นความหวังและเท่าเทียมกันของเด็กทุกคน กลับยิ่งบีบบังคับและผลักไสให้พวกเขาเป็นแค่ ‘คนนอก’ ของสังคมไปโดยปริยาย








