fbpx

CONTACT US

‘TAKTAI’ เปิดตัวแฟล็กชิพสโตร์รูปแบบใหม่ เล่าเรื่องแบรนด์แฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
date : 7.มกราคม.2020 tag :

TAKTAI …“ทักทายยินดีที่ได้รู้จัก

‘TAKTAI’ สร้างสรรค์แบรนด์สินค้าแฟชั่นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ นำเสนอผ่านสินค้าไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย จากเส้นใยธรรมชาติและเส้นไยรีไซเคิลที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวโดยฝีมือคนไทย จัดงาน ‘TAKTAl New Flagship Store’ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เปิดตัวแฟล็กชิพสโตร์แห่งแรก สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ ผ่านการนำเสนอร้านในรูปแบบใหม่น่าสนใจ เพื่อพาทุกคนร่วมสัมผัสกลิ่นอายผ้าทอธรรมชาติ และนวัตกรรมผ้าสู่เสื้อผ้าแฟชั่น

กัญจิรา ส่งไพศาล  CEO และผู้ก่อตั้งแบรนด์กล่าวว่าเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน หันมาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างมีความสุข TAKTAI จึงได้สร้างสรรค์สินค้าแฟชั่นขึ้นมา โดยเริ่มจากการ ทอผ้าผืนแรกด้วยน้ำใจไมตรีของชาวบ้านในชุมชนทอผ้าที่มีความรักและภูมิใจในงานฝีมือท้องถิ่นของตนเอง โดยในตอนนั้นได้เดินทางไปตามหาชาวบ้านที่จะทอผ้าให้ด้วยตัวเอง และเลือกใช้เส้นใยจากไผ่ลงมือลองผิดลองถูก ตั้งแต่ขั้นแรกจนสำเร็จออกมาเป็นผ้าผืนสวย ที่เกิดจากการผสมผสานภูมิปัญญาชาวบ้าน (local wisdom) เข้ากับนวัตกรรมทันสมัย อันเป็นเอกลักษณ์ของ TAKTAI และกลายเป็นหนึ่งในแนวทางเพื่อสืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่คนรุ่นหลังในแบบฉบับของ TAKTAI

จากนั้นทางแบรนด์ไม่หยุดที่จะค้นหาสิ่งใหม่ๆ (experiment) ด้วยความกระตือรือร้นและตื่นเต้นอยู่เสมอ เราจึงได้พัฒนาต่อยอดผืนผ้า ที่ทำจากทั้งเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งหลายคนอาจยังไม่ทราบว่าพืชธรรมชาติชนิดต่าง สามารถนำมาทำเป็นเส้นใยเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสิ่งทอได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งสร้างสรรค์ผลงานจากเส้นใยรีไซเคิล ด้วยความตระหนักและห่วงใยในสิ่งแวดล้อม จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่จะทำสินค้าให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างยั่งยืน (sustainability) โดยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์รอบด้าน ทั้งการส่งเสริมและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น การเลือกใช้วัสดุที่หลากหลายอย่างรู้คุณค่า ความพยายามในการลดปริมาณขยะ ส่งเสริมให้เกิดการใช้ซ้ำ และการนำเศษผ้าที่เหลือใช้กลับมาออกแบบเป็นสินค้าชิ้นใหม่ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเป็นแฟชั่นแบรนด์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงผ่านผลงาน TAKTAI Handcraft นำเสนอเสน่ห์ของภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นของคนทอไปสู่ตู้เสื้อผ้าของคนเมือง อบอวลด้วยความวิจิตรในฝีมือแต่ยังเต็มเปี่ยมด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์, TAKTAI Original ผลงานนวัตกรรมการทอผืนผ้าจากเส้นใยไผ่ที่นำมาออกแบบเป็นสินค้าแฟชั่นสมัยใหม่ และ TAKTAI Tee การนำเสนอสินค้าสไตล์ยูนิเซ็กซ์ ผลิตจากเส้นใยรีไซเคิล นำมาถักเป็นผ้ายืดสวมใส่สบายและเข้ากันได้ดีกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

ในครั้งนี้ TAKTAI ได้ออกเดินทางไปทักทายทุกคนให้มากขึ้นอีก ด้วยการนำเสนอแฟล็กชิพสโตร์  (Flagship Store) แห่งแรกบริเวณชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ ภายในพื้นที่ 77 ตารางเมตร โดยตั้งใจแสดงถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างการทดลองใช้วัสดุที่เป็น natural material มาเป็น base ในการเริ่มต้นทำงาน แล้วค่อยต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่น ถือเป็นงานท้าทายว่าจะเป็นได้หรือไม่ที่จะพยายามหยิบวัสดุที่เป็น Raw Material เช่น หินจริง ปูนเปลือย ไม้ ความหยาบ ความเป็นพื้นผิว (texture) มาจัดเรียงใหม่เป็นภาษาของการออกแบบในลักษณะที่เป็น
mid-century Style
แต่ทำให้ดูง่ายขึ้นให้โมเดิร์นขึ้นด้วยการพัฒนารูปทรงของฉากกั้น ประตูและช่องเปิด กระจก เฟอร์นิเจอร์ ในร้านมีความเป็นเรขาคณิต (geometry) ที่เรียบง่าย

นอกจากนั้นยังนำเรื่องราวของแบรนด์ส่งผ่านการนำเสนอร้านในรูปแบบแนวคิดใหม่ที่มีลักษณะเป็น exhibition space อย่างการขายเสื้อผ้าเป็นเนื้อเดียวกัน ผ่านการจัดเรียงพื้นที่ร้านให้ดูโล่ง และนอกจากวัสดุธรรมชาติสีขาวที่ถูกนำมาใช้ในส่วนพื้นที่เหลือเพื่อไม่รบกวนความโดดเด่นของเสื้อผ้าที่เป็นตัวเอกในร้านแล้ว ยังไม่ได้ทิ้งลักษณะ texture ของผนัง โดยมีสีเพียงหนึ่งสีที่ถูกใช้ในสัดส่วนที่น้อยเพื่อเน้นให้โดดเด่น คือการใช้สีส้ม ซึ่งเป็นสี CI (Corporate Identity) ของทางแบรนด์ไปไว้ที่ผ้าม่านบางส่วน

สำหรับ lighting design ในร้านตั้งใจเล่นกับ texture หยาบของผนัง และ texture ของก้อนหินที่นำมา display โดยเป็นการใช้สิ่งของที่พบเห็นทั่วไปมาจัดเรียงในพื้นที่ใหม่ รวมถึงการใช้ผ้าม่านโปร่งมาเรียงซ้อนเป็น layer เพื่อจัดแบ่งพื้นที่จุดแสดงเสื้อผ้าแต่ละจุด และตัดด้วยฟอร์ม arch ที่นำมาจาก Mid-century modern Style โดยทั้งหมดนี้รวมกันเพื่อให้เกิดการเล่าเรื่อง (story) ของแบรนด์ผ่านการออกแบบที่นี่ 

แวะมาทักทายกันได้ที่ ‘TAKTAl New Flagship Store’ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ โทร. 061-681-4664

RECOMMENDED CONTENT

27.พฤษภาคม.2019

“โรคร้ายไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว” เพราะโรคร้ายไม่ได้ทำร้ายแค่ผู้ป่วยเพียงคนเดียว แต่ยังมีคนในครอบครัวและคนอีกหลายคนที่ต้องเจ็บปวดและได้รับผลกระทบเช่นกัน การช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้รับการรักษานั้น เท่ากับเราได้ช่วยเหลือคนมากกว่าหนึ่งคน