fbpx

CONTACT US

DOODDOT VIDEOS

ไรมอน แลนด์ เนรมิต ‘เทตต์ สาทร ทเวลฟ์’ สู่ ‘The Art of Living’ อาร์ต มิวเซียมแห่งใหม่ใจกลางสาทร ชวน 3 ศิลปิน ร่วมแสดงผลงานผ่านแนวคิด ‘The Iconic Art Space’
date : 14.ตุลาคม.2022 tag :

ไรมอน แลนด์ รังสรรค์พื้นที่สำนักงานขาย (Sales Gallery) คอนโดฯ ลักชัวรี่ ‘เทตต์ สาทร ทเวลฟ์’ เป็น The Art of Living’ อาร์ต มิวเซียมแห่งใหม่ใจกลางสาทร ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Iconic Art Space ด้วยแนวคิดที่อยู่อาศัยเปรียบเสมือนงานศิลปะที่สามารถสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัยได้ โดยรวมศิลปินที่กำลังมาแรง 3 คน 3 สไตล์

สำหรับงาน ‘The Art of Living’ จะจัดแสดงเริ่มต้นด้วยผลงานจาก บี – ชนิดา อรุณรังษี  อาร์ตติสท์สาวมากความสามารถ ซึ่งได้นำผลงานมาจัดแสดงตั้งแต่วันนี้-27 ตุลาคม 2565 โดยบีได้กล่าวถึง The Art of Living ในมุมของตัวเองว่า “ชีวิตของคนก็เหมือนภาพวาดที่เราสามารถแต่งแต้มสีสันได้ตามที่เราต้องการ ซึ่งสีและลายเส้นต่างๆ ที่เกิดขึ้น จะเป็นเหมือนตัวกลางที่สื่อไปถึงคนดู สะท้อนกลับมาที่ความเป็นตัวตนของเรา และนี่คือเสน่ห์ของศิลปะสำหรับบี ผลงานสำหรับงานนี้จะเน้นสีสันสดใส เพราะโครงการ เทตต์ สาทร ทเวลฟ์ สร้างความรู้สึก สดใส สนุกสนาน แต่แฝงด้วยความผ่อนคลาย เป็นโครงการที่สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี”

ตามมาด้วยผลงานของเจ้าของแบรนด์ Mook V และนักออกแบบสิ่งทอ มุก – เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ ซึ่งจะจัดแสดงผลงานตั้งแต่วันที่ 1-27 พฤศจิกายน 2565 โดยมุกกล่าวถึงผลงานของตัวเองในงานนี้ว่า “ผลงานของมุกจะเน้นการสัมผัสและความรู้สึก เพราะเป็นคนที่ชอบเรียนรู้เรื่องผิวสัมผัส และสีสันในแง่ของการมีอิทธิพลต่ออารมณ์กับความรู้สึก ชอบที่จะกระตุ้นความรู้สึกของคนดู ด้วยรูปแบบที่เปิดกว้าง เปิดโอกาสให้มีการตีความได้หลากหลายมิติ เหมือนการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน อยู่ที่มุมมอง และประสบการณ์ที่แต่ละคนได้สัมผัสมาจนหล่อหลอมให้กลายเป็นปัจเจกของแต่ละบุคคล ซึ่งโครงการ เทตต์ สาทร ทเวลฟ์ มุกประทับใจการออกแบบ Single Corridor พื้นที่กว้างที่เป็นส่วนตัว รวมทั้งการตกแต่งภายในห้องตัวอย่างที่วัสดุบางชิ้นมีการเลือกใช้แบรนด์ที่ได้รับรางวัล REDDOT Design Award เป็นเหมือนรางวัลออสการ์ของนักออกแบบ ที่นอกจากสวยงามแล้วผลงานยังต้องคำนึงการใช้งานอีกด้วย ตรงกับสิ่งที่เราคิดมาตลอดเพราะผลงานของเราไม่เคยทิ้งวัสดุใดๆ เลยตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียนศิลปะ อยากให้ทุกอย่างที่ทำออกมามีคุณค่าที่สุดค่ะ”

ปิดท้ายด้วยผลงานของ คิด – คณชัย เบญจรงคกุล ช่างภาพอิสระที่หลงใหลในการท่องเที่ยวและสามารถสะท้อนเรื่องราวออกมาบนภาพถ่าย ซึ่งจะจัดแสดงผลงานตั้งแต่วันที่ 1-27 ธันวาคม 2565 โดยคิดกล่าวถึงผลงานของตัวเองว่า “ถ้าเปรียบการใช้ชีวิตกับรูปถ่ายสำหรับผมมันคือความต่าง เพราะถึงเป็น  วัตถุเดียวกันแต่เมื่อมองผ่านเลนส์ ผ่านมุมมองของผม เรื่องราวที่ออกมาในภาพก็แตกต่างกัน อย่างบางสิ่งเรามองผ่านตาไม่ได้ แต่เราสามารถมองผ่านเลนส์ได้ ก็เหมือนการใช้ชีวิต ถึงเราจะได้เจอในสถานการณ์เดียวกัน แต่อาจจะมีวิธีการแก้ปัญหาต่างกัน หรือมีอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป มันอยู่ที่มุมมองส่วนตัวของแต่ละคน นิทรรศการถ่ายภาพของผม จึงมีสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร มีทั้งภาพที่เป็นความงดงามของเมือง และพลังงานของผู้คนที่สื่อออกมาผ่านภาพได้ สำหรับผมสิ่งที่สื่อถึงความอิสระและมีเสน่ห์ที่สุดคือท้องฟ้า ยิ่งที่โครงการ เทตต์ สาทร ทเวลฟ์ มีพื้นที่ส่วนกลางลอยฟ้า 6 ชั้น ที่มี Amphitheatre Lounge, Sky Deck, Sky Gym, Private Dining Room ซึ่งทุกกิจกรรมสามารถมองเห็นท้องฟ้าได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เหมือนเราสามารถเสพงานศิลปะได้ทุกครั้งที่มาพื้นที่ส่วนกลางโครงการ”

สำหรับโครงการ “เทตต์ สาทร ทเวลฟ์” (Tait Sathorn 12) คือโครงการคอนโดมิเนียม High-rise ระดับลักชัวรี่ที่ร่วมทุนระหว่าง บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โตเกียว ทาเทโมโนะ จำกัด หนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น โครงการออกแบบอย่างโดดเด่น ด้วยรูปทรงโดดเด่นของ Iconic Slope จากการออกแบบของบริษัทสถาปนิกชื่อดังอย่าง A49 และ Shma มีการวางผังอาคารแบบ Single Corridor ได้ความเป็นส่วนตัว พร้อมห้องขนาดใหญ่ที่มุมอาคาร และห้อง Special Room ระเบียงยาวมองเห็นวิว Sky Garden ได้ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางลอยฟ้าเล่นระดับ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันบนพื้นที่ 6 ชั้น กว่า 2,000 ตร.ม. อาทิ  Amphitheater Lounge, Sky Gym, Non-chlorine filtration system sky pool รวมถึงโครงการนี้เป็น Pet-Friendly ที่มีพื้นที่สวนสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ

RECOMMENDED CONTENT

17.มกราคม.2020

“People on Sunday” (2562) เป็นการตีความ บทสนทนาโต้ตอบ และสาส์นแสดงความนับถือต่อภาพยนตร์บุกเบิกจากประเทศเยอรมันเรื่อง “Menshen Am Sonntag” (2473) หรือ “ผู้คนในวันอาทิตย์” ผลงาน “People on Sunday” (2562) ได้นำภาพยนตร์ต้นฉบับดังกล่าวกลับมาตีความใหม่ผ่านบริบทที่แตกต่างจากเดิม ทั้งยุคสมัย ภูมิประเทศ ตลอดจนสภาพในการทำงาน