เป็นมนุษย์เงินเดือนลงทุนในอะไรดี? คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่เป็นลูกจ้างประจำ หรือมนุษย์เงินเดือน และอยากนำเงินไปลงทุน แต่ไม่รู้จะลงทุนอะไรดี เพราะหากเราไม่ลงทุนเสียแต่เนิ่นๆ ในยามที่เรายังมีแรงทำงาน ในยามที่เราหมดแรงทำงานแล้วเราอาจเป็นภาระของลูกหลาน ไม่มีเงินใช้ คงไม่สนุกแน่นอนครับ
ทำงานประจำมานานแต่กลับปลดหนี้ไม่ได้เสียที?
หลายคนอาจตกอยู่ในภาวะ “หนี้ท่วมตัว” คือทำงานได้เงินมาแล้วเอาไปใช้หนี้จนหมด สุดท้ายก็ตกอยู่ในภาวะ “เดือนชนเดือน” คือมีเงินใช้จ่ายพอเป็นเดือนๆ ลองคิดดูเล่นๆ ว่าเรามีหนี้อะไรบ้าง… หนี้ที่คอยล่อตาล่อใจมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ได้แก่ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ รถยนต์รุ่นใหม่ แม้แต่กระเป๋า-เสื้อผ้าแพงๆ สำหรับผู้เขียนแล้ว การมีหนี้บ้านนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ เพราะถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งเหมือนกัน แต่สำหรับหนี้รถยนต์เราจะลองมาเปรียบเทียบดูครับว่าหากเราไม่ซื้อรถยนต์ และนำเงินไปลงทุนแทน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ซื้อรถยนต์ส่วนตัวต้องจ่ายอะไรบ้าง?
หากเรามองรถยนต์ส่วนตัวเป็นทรัพย์สินที่ซื้อมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เราในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ “รถยนต์” ที่เหมือนเป็นเครื่องจักรอย่างหนึ่งจะมีค่าเสื่อมราคาของมันอยู่ สมมติว่าเราซื้อรถยนต์ในราคา 500,000 บาท ตัดค่าเสื่อมราคา 10 ปี เราจะคำนวณค่าเสื่อมราคาของรถยนต์หนึ่งคันในแต่ละปีได้ 50,000 บาทต่อปี หมายความว่าทุกๆ ปีที่เราขับรถยนต์ราคา 5 แสนบาทเงินจะ “ลด” หายไป 50,000 บาทต่อปีโดยประมาณ
ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นของรถยนต์มีอะไรบ้าง?
ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้แน่ๆ คือ “ค่าน้ำมัน” สมมติว่าเราเติมน้ำมันต่อเดือนราว 4,000 บาท ปีหนึ่งเราจะใช้น้ำมันไปประมาณ 50,000 บาทต่อปี มันพอๆ กับค่าเสื่อมของรถยนต์เลยล่ะครับ!! เป็นค่าน้ำมันตลอดสิบปีหากเราไม่ได้ใช้มากไปกว่านี้กว่า 5 แสนบาทเช่นกัน!! หมายความว่าถ้าเราใช้รถยนต์คันนี้อำนวยความสะดวกให้เราครบสิบปี เราจะสูญเงินไปกว่า 1 ล้านบาท (ค่าเสื่อมรถยนต์+ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง) หากเราขายรถคันนี้ออกไปในปีที่ 10 ราคาก็ตกมากมายอย่างแน่นอน (ยังไม่นับค่าบำรุงรักษา ค่าต่อประกันภัย และอื่นๆ)
แล้วถ้าเราเอาเงินซื้อรถยนต์มาลงทุนแทนล่ะ?
หากเราคิดว่านำเงินผ่อนรถมาลงทุนในหุ้นแทน สมมติว่าเราผ่อนรถยนต์ราคา 500,000 บาทเป็นเวลาสิบปี (เป็นตัวเลขสมมตินะครับ) บวกดอกเบี้ยแล้วตกค่าผ่อนชำระต่อเดือนประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน ถ้าเราเลือกที่จะไม่ซื้อรถยนต์ และนำเงิน 5,000 บาทมาลงทุนในหุ้นแทน โดยไม่มีการถอนเงินออกจากตลาดเลย ซื้อและถือยาวๆ และทบเข้าไปทุกเดือนๆ ละ 5,000 บาท ด้วยค่าเฉลี่ยผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นตลอดเวลา 30 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 15% ต่อปี หากเราลงทุนได้ผลตอบแทน 10% ต่อปี (แพ้ตลาด) กับลงทุนได้ 20% ต่อปี (ชนะตลาด) เราจะได้แบบจำลองดังต่อไปนี้
ผลตอบแทนจากการลงทุน
ผลจากการลงทุนตลอด 10 ปีในหุ้น แทนการนำเงินไปผ่อนรถยนต์ ได้ผลตอบแทนกลับมา 9.5 แสนบาทในกรณีที่ทำผลตอบแทนแบบทบต้นได้ 10% คือทำผลตอบแทนได้ต่ำกว่าตลาด แต่หากทำผลตอบแทนได้เท่ากับตลาดที่ 15% ต่อปี จะทำเงินได้ 1.2 ล้านบาทในปีที่สิบ และหากทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาด คือสามารถทำได้ 20% ต่อปี จะให้ผลตอบแทนกลับมา 1.5 ล้านบาทในปีสุดท้าย!!
แบบจำลองการทบต้น 20 ปี
หากเราเปลี่ยนปัจจัยอีกนิดหน่อย ลงทุนต่อเดือนให้น้อยลงเหลือเพียง 4000 บาทต่อเดือน และให้ระยะเวลาการลงทุนของเรานานขึ้นจาก 10 ปี ไปเป็นอีกเท่าตัว คือ 20 ปี ผลตอบแทนจากการลงทุนก็เช่นเคยครับ แพ้ตลาด 10% ต่อปี เสมอตลาด คือ 15% ต่อปี และชนะตลาด คือ 20% ต่อปี เราลองมาจำลองผลการลงทุนกันครับ… มาดูกันเลย!!
ผลการลงทุนตลอด 20 ปี แสดงให้เห็นว่าหากเราลงทุนแบบแพ้ตลาดยังสามารถทำเงินได้ 2.8 ล้าน หากเราเสมอตลาดยังทำได้กว่า 5.1 ล้าน และถ้าเราชนะตลาดเราสามารถทำเงินได้ 9.3 ล้านบาทใกล้เคียง 10 ล้านครับ
การลงทุนที่เหมาะกับมนุษย์เงินเดือน
หากเราเป็นมนุษย์เงินเดือน และไม่เริ่มลงทุน ควรเริ่มต้นได้แล้วครับ ยิ่งเริ่มก่อน เริ่มเร็วยิ่งดีครับ เพราะถ้าเราไม่ได้ลงทุนในหุ้น = เราไม่ยอมใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีพลังมากจนสามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้ถ้าเราลงทุนอย่างถูก
Writer: นายแว่นธรรมดา
Images by: The Wolf Of Wall Street
RECOMMENDED CONTENT
เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนชาวไทย ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค จึงนำ “เสียง” หรือความคิดเห็นจากประชาชนภาคธุรกิจ มีส่วนร่วมในการส่งเสียงผ่านการสำรวจของ ‘Business of the People Poll’ ร่วมออกแบบและขับเคลื่อนโดย สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในจัดทำการสำรวจผ่านตัวแทนผู้ประกอบการไทยจำนวน 451 ตัวอย่าง โดยมุ่งเน้นหัวข้อไปที่ ‘ปัจจัย, ความท้าทาย, โอกาส และคำแนะนำ ในการเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต’ เพื่อที่จะทราบถึงความเข้าใจ ข้อเท็จจริง และแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากผู้ที่มีบทบาทจริงในภาคธุรกิจของประเทศไทย






