fbpx

CONTACT US

จัด “Picnic” อย่างไรให้ถูกวิธีในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ชิลๆ ระหว่างคุณ ครอบครัว คนรัก และแก๊งเพื่อนสนิท
date : 29.พฤศจิกายน.2013 tag :

คุณยังจำครั้งสุดท้ายที่ได้ไปปิกนิกหรือเปล่า? เอาอย่างงี้ เราขอถามใหม่ดีกว่า ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมานี้คุณมีโอกาสได้ไปปิกนิกหรือไม่? ถ้าให้ถามเรา เราขอบอกว่าเราไม่ได้มีโอกาสไปปิกนิกนานเป็นปีได้แล้วมั้ง โห…พอมานั่งคิดๆดูอีกทีก็น่าตกใจเหมือนกันแฮะ เวลาคนเราพูดว่า “ไปปิกนิก” จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ฟังเป็นเรื่องไกลตัวแต่อย่างใดเลย แต่ทำไมคนส่วนใหญ่ รวมทั้งตัวเราเองกลับแทบจะไม่ค่อยได้ไปปิกนิกกับเขาเลย หรือเพราะไลฟ์สไตล์คนทำงานในเมืองแบบเรามันช่างยุ่งเหยิงเสียจนพอถึงเวลาเสาร์อาทิตย์เรามักรู้สึกขี้เกียจที่จะก้าวเท้าออกจากบ้าน และเลือกที่จะขอนอนตื่นสายไม่ทำอะไรเลยอยู่กับบ้านแบบไม่แคร์ใคร ก็ในเมื่อพวกเราต้องเหน็ดเหนื่อยกับการต้องตื่นแต่เช้าออกไปทำงานห้าวันติดแล้ว งั้นสำหรับวันหยุดเสาร์อาทิตย์แค่สองวันอันแสนมีค่า เราขอพักผ่อนแบบเต็มที่โดยอยู่กับบ้านก็แล้วกัน หรือถ้าจะให้ออก อย่างมากก็คงออกไปกินข้าว เดินเล่นดูของที่ห้างฯและดูหนังสักเรื่องตอนเย็น แต่…ถ้าเราลองสลัดความขี้เกียจออกไป และลองหากิจกรรมอะไรใหม่ๆทำในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ สองวันนี้คงจะดูมีค่ามากขึ้น แถมพวกเรายังจะใช้เวลาให้มีประโยชน์มากกว่าเดิมอีกคุณว่ามั้ย? เพราะอาจกล่าวได้ว่า วันหยุด weekend สองวันในรอบสัปดาห์นี้ เป็นสองวันที่มีคนรอคอยมากกว่าวันไหนๆ เพราะเด็กๆเองก็ได้หยุด คุณพ่อคุณแม่ก็ได้หยุด หนุ่มสาววัยทำงานก็ได้หยุด แล้วอย่างนี้จะมีอะไรดีไปกว่าการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันกับครอบครัวและกับแฟนสุดที่เลิฟของเรา แล้วหากิจกรรมสนุกใหม่ๆทำร่วมกัน เกริ่นมาซะขนาดนี้ทุกคนคงพอจะรู้แล้วล่ะว่าเรากำลังจะพูดถึงกิจกรรมอะไร

ถึงแม้ว่าอากาศบ้านเราจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยในเรื่องของสุนทรียะการไปนั่งปิกนิกสักเท่าไหร่เมื่อเทียบกับอากาศเย็นสบายๆและแสงแดดอ่อนๆของหน้าร้อนที่เมืองนอก แต่ก็ถือว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่กำลังดีในการไปนั่งเล่นปิกนิกสำหรับคนไทยทั้งหลาย เพราะอากาศในตอนนี้ที่กำลังจะเข้าหน้าหนาวของบ้านเราก็ถือว่ากำลังพอดีๆไม่ร้อนระอุเหงื่อไหลไคลย้อยจนเกินไป เราเชื่อว่าการห่อข้าวหรือเอาแซนด์วิชไปรับประทานกันข้างนอกบ้าน อาจไม่ต้องคิดไกลถึงขั้นต้องไปนั่งที่ปาร์คหรือชายทะเล แค่ปูเสื่อพร้อมกับของทานเล่นไต้ต้นไม้ต้นโปรดของคุณที่บ้านหรือบนสนามหญ้าในสวนหลังบ้าน (หรือจะหน้าบ้าน up to you) แค่นี้คุณก็ได้ใช้เวลาวันหยุดของคุณอย่างมีค่ากับคนที่คุณรักแล้ว สมัยตอนที่เรายังอยู่อังกฤษ เราได้มีโอกาสไปปิกนิกกับเพื่อนๆรวมทั้งแฟนของเราที่ปาร์คใกล้ๆบ้านอยู่บ่อยครั้ง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เรารู้สึกว่าเป็นการไปนั่งปิกนิกที่สนุกและน่าจดจำมากที่สุด จำได้ว่าวันนั้นที่ปาร์คเขาได้จัดเทศกาลดนตรีขนาดย่อม มีกลุ่มวัยรุ่น คนหนุ่มสาว รวมทั้งคุณพ่อคุณแม่ที่พาลูกๆตัวเล็กๆมาเที่ยวกันเต็มไปหมด โชคดีที่วันนั้นอากาศเป็นใจ เพราะแดดไม่แรง แถมฝนไม่ตก (อยู่อังกฤษนี่จะเดาไม่ค่อยได้ว่าฝนจะตกลงมาเมื่อไหร่) เรากับแฟนและเพื่อนๆก็หาพื้นที่ตรงสนามหญ้าที่คิดว่าเพอร์เฟคที่สุดและเริ่มปูเสื่อกัน หลังจากนั้นพวกเราก็เอาขนมนมเนย ของขบเคี้ยวเล็กๆน้อยๆพร้อมกับเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นไวน์หรือน้ำผลไม้ออกมารินดื่มกัน และหลังจากนั้นพวกเราก็นั่งชิลนอนชิล ถ่ายรูปและพูดคุยกันอย่างสนุกสนานพร้อมกับฟังเพลงจากเทศกาลดนตรี การไปนั่งปิกนิกนี่จริงๆแล้วแสนเรียบง่าย แต่ในความเรียบง่ายนั้นกลับมีเสน่ห์อะไรบางอย่างที่สามารถรวมคนเข้าหากันได้อย่างน่ารัก ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเพื่อนสนิท คนที่เพิ่งรู้จัก ครอบครัว และ แฟน ให้รู้สึกสนิทสนมและเชื่อใจกันขึ้นมาอีกหลายระดับผ่านการนั่งทานอาหารหรือขนมง่ายๆบนเสื่อแค่ผืนเดียว แซนด์วิชที่ดูธรรมดาๆกลับกลายเป็นเหมือนอาหารสุดพิเศษที่สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและคนรักท่ามกลางเสียงหัวเราะของพวกเราทุกคน คิดหวนกลับไปทีไรทำให้เราอมยิ้มทุกที

หลายคนคงมีความรู้สึกและติดภาพว่าการไปปิกนิกนี่เป็นอะไรที่ดูศิวิไลซ์และดูฝรั๊งฝรั่งเหลือเกิน ซึ่งก็จริงอยู่ เพราะเวลาเราดูหนังหรือซีรีย์ฝรั่ง โดยเฉพาะหนังหรือซีรีย์จากฝั่งอังกฤษ์หรืออเมริกานี่จะเห็นซีนที่พระเอกนางเอกไปนั่งปิกนิกในปาร์คบ่อยมาก การไปปิกนิกจริงๆแล้วก็คือวัฒนธรรมของฝั่งตะวันตกดีๆนี่เองถึงแม้ว่าทุกวันนี้วัฒนธรรมการไปปิกนิกจะกลายเป็นอะไรที่ universal ไปแล้วก็ตาม แต่คุณเคยสงสัยมั้ยว่าคำว่าปิกนิกหรือวัฒนธรรมของการไปปิกนิกนี่จริงๆแล้วเริ่มแรกมาจากประเทศอะไรและยุคสมัยไหน สำหรับการใช้คำว่าปิกนิกเป็นครั้งแรกนี่คงต้องย้อนกลับไปประมาณสามร้อยกว่าปีก่อนในปี ค.ส. 1692 กันเลยทีเดียวในหนังสือของ Tony Willis ที่มีชื่อว่า “Origines de la Langue Française” หรือ “ต้นกำเนิดของภาษาฝรั่งเศส” ที่ได้พิมพ์คำว่า “pique-nique” เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คำๆนี้ได้ถูกใช้ให้เป็นคำอธิบายถึงกลุ่มคนที่ชอบพกไวน์มากันเองเวลารับประทานอาหารตามร้านอาหาร ส่วนการที่คนฝรั่งเศสในสมัยนั้นเริ่มใช้คำว่า pique-nique ได้ยังไงนั้นยังหาหลักฐานที่แน่ชัดไม่ได้ แต่มีความเป็นไปได้ที่คนสมัยนั้นเอาคำว่า “pique” ที่แปลว่า “pick” (การเลือก) หรือ “peck” (การหอมแก้มเบาๆ) มาใช้กับคำว่า “nique” ที่ไม่มีความหมายอะไรนอกจากให้เกิดเสียงคล้องจองแค่นั้นเอง ส่วนการสะกดของคำว่า “picnic” ที่เราคุ้นเคยกันดีนั้น ปรากฏเป็นครั้งแรกในจดหมายภาษาอังกฤษของ Lord Chesterfield ในปี ค.ส. 1748 ที่ได้เชื่อมโยงคำนี้กับการเล่นไพ่ การดื่ม และการพูดคุย ซึ่งก็คงดัดแปลงมาจากคำ pique-nique ของภาษาฝรั่งเศสนั่นแหละ แต่คำว่า “picnic” ได้รับการใช้อย่างเป็นทางการจริงๆก็ประมาณศตวรรษที่ 19 โดยมีกลุ่มผู้ดีจากลอนดอนตั้งกลุ่ม “Picnic Society” ขึ้นมา ทุกคนในกลุ่มเวลามาร่วมงานเลี้ยงอย่างน้อยจะต้องเอาอาหารที่ตัวเองทำมาจากบ้านมาร่วมที่งานเลี้ยงด้วยเพื่อแสดงถึงการเป็นส่วนร่วมในงาน กลุ่ม Picnic Society นี้ถือว่าค่อนค่างมีชื่อเสียงในสมัยนั้น จนตอนหลังกิจกรรมและวัฒนธรรมของคำว่าปิกนิกเลยกลายเป็นที่นิยมในสังคมชั้นสูงของอังกฤษ

นอกจากนี้ในวงการศิลปะสมัยนั้น ศิลปินหลายๆคนมักเพ้นท์ภาพกลุ่มคนออกไปปิกนิกกันตามสวนสาธารณะ อย่างเช่นภาพวาดสีน้ำมันอันโด่งดังของจิตรกรสมัยยุคอิมเพรสชันนิสม์อย่างเอดัวร์ มาแน (Édouard Manet) ที่มีชื่อว่า “Le déjeuner sur l’herbe” หรือ “อาหารกลางวันบนลานหญ้า” ในปี 1862 หรือจะพวกภาพวาดทิวทัศน์ของยุคโรแมนติกซิสม์ในอเมริกา ที่ศิลปินมักนิยมวาดภาพกลุ่มคนออกไปปิกนิกตามริมแม่น้ำและทิวทัศน์ธรรมชาติอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมของการได้ไปนั่งปิกนิกชมวิวข้างนอกบ้าน กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนสมัยนั้น

คราวนี้เราขอ fast forward มาที่ยุคปัจจุบันกันเลยดีกว่า เพราะถ้าจะให้ท้าวความประวัติและความเป็นมาของวัฒนธรรมปิกนิกทั้งหมดคงจะอีกยาว แต่ถ้าจะให้ถามคนสมัยนี้ว่า “ปิกนิก” ในความหมายของพวกเขาคืออะไร เชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงจะต้องตอบว่า ปินิก คือการพากันออกไปพักผ่อนเอาอาหารง่ายๆไปทานที่สวนสาธารณะ โดยเอาเสื่อผืนหนึ่งไปปู และนั่งกินดื่มกันชิลๆชมนกชมไม้แบบไม่เร่งรีบ แน่นอนว่าการออกไปปิกนิกสำหรับแต่ละคนจะต้องแตกต่างกันออกไปไม่มากก็น้อย บางคนอาจจะใช้เวลาทำอาหารง่ายๆนำติดตัวออกจากบ้านและนัดสถานที่เจอกันกับเพื่อนๆ พูดคุยหัวเราะกันอย่างออกรสออกชาติ บางคนอาจจะชอบไปปิกนิกกับครอบครัว โดยมีคุณแม่ทำแซนด์วิชง่ายๆใส่กล่องทัพเพอร์แวร์พร้อมกับเตรียมน้ำผลไม้ไปดื่ม ส่วนคุณพ่อก็เตรียมกีต้าร์ตัวโปรดไปดีดเพลงเล่นให้ลูกๆฟัง หรือบางคนอาจจะรักอิสระและความเป็นส่วนตัวมากๆเลยจัดชุดปิกนิกไปนั่งกินลมเล่นๆพร้อมกับเอาหนังสือไปอ่านสักเล่มคนเดียว อันนี้ก็ไม่ว่ากัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนจะต้องคิดเป็นอันดับแรกๆเหมือนกันหมดก็คือ “สถานที่ไปปิกนิก” สถานที่ยอดฮิตที่ทุกคนจะต้องนึกถึงก็คงจะหนีไม่พ้น “สวนสาธารณะ” ดังนั้นเราเลยลองรวบรวมสถานที่ในกรุงเทพฯที่คนกรุงเทพฯเขานิยมไปปิกนิกกันแบบคร่าวๆ ได้แก่สวนสาธารณะดังๆเช่น

1. สวนรถไฟ

2. สวนลุมพินี

3. อุทยานเบญจศิริ

4. สวนวชิรเบญจทัศ

5. สวนเบญจกิติ

6. สนามหลวง

7. สวนนาคราภิรมย์

8. สวนจตุจักร

สวนสาธารณะเหล่านี้คงจะตอบโจทย์ให้กับคู่รักและครอบครัวได้เป็นอย่างดี เพราะแต่ละคนสามารถหาเสื่อไปปูและนั่งทานอาหารภายใต้ต้นไม้ใหญ่อันร่มรื่น ช่างโรแมนติกและได้บรรยากาศไม่แพ้เมืองนอกเลยจะบอกให้ หรือถ้าคุณอยากไปปิกนิกริมชายหาด หรือจะชวนเพื่อนๆมาปิกนิกที่ระเบียงบ้านของคุณ อันนี้ก็แล้วแต่สไตล์ใครสไตล์มัน

พูดถึงเรื่องสถานที่กันไปแล้ว สิ่งสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ สิ่งของรวมทั้งอาหารยอดฮิตที่คนรักการปิกนิกเขานิยมเอาไปกัน จะมีอะไรบ้างมาดูกันดีกว่า

ของใช้:

1. ตะกร้าปิกนิก

2. กล่องอาหารทัพเพอร์แวร์

3. ช้อน ส้อม (จะแบบเป็นพลาสติกหรือแบบสแตนเลสก็ได้แล้วแต่คุณ)

4. กระดาษแนปกิ้น

5. แก้วน้ำ

6. ที่เปิดขวด/ที่เปิดไวน์

7. เสื่อปู/ผ้าคลุมโต๊ะ

8. ครีมกันแดด

9. ถุงพลาสติกเผื่อใส่ขยะ

อาหาร/ของทานเล่น/เครื่องดื่ม:

1. แซนด์วิช

2. แฮมเบอร์เกอร์

3. ไก่ทอด

4. แคร็กเกอร์

5. ช็อกโกแลต

6. ขนมถุง

7. เค้กโรล หรือ เบเกอรี่อื่นๆ

8. ผลไม้ อย่างเช่น องุ่น แอปเปิ้ล สตรอว์เบอร์รี

9. น้ำดื่ม/น้ำผลไม้/น้ำอัดลม

10. ไวน์แดง/ไวน์ขาว

สำหรับทั้งสองลิสต์นี้ขอบอกว่าเป็นแค่ลิสต์ที่รวบรวมของและอาหารยอดฮิตในการไปปิกนิกโดยรวมของคนส่วนใหญ่เท่านั้น เพราะแน่นอนว่า การจัดของและอาหารไปนั่งปิกนิกของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันอยู่แล้ว แต่สำหรับเรื่องอาหารนี่ เราแนะนำว่าควรเอาอาหารและขนมขบเคี้ยวที่สามารถทานและหยิบง่าย ไม่ทำให้เลอะมากไปทานตอนระหว่างปิกนิกจะดีที่สุด ส่วนของอื่นๆที่คุณอยากเอาไปส่วนตัวก็แล้วแต่คุณเลย จะเอาหนังสือหรือนิตยสารไปอ่านเล่นเพลินๆก็ได้ หรือถ้าอยากจะสร้างบรรยากาศอันครื้นเครงหน่อย ก็เอากีต้าร์ไปนั่งดีดเพลงสักตัว หรือจะเอาลำโพงขนาดพกพาที่เสียบเชื่อมกับไอพอดหรือมือถือเปิดเพลงฟังก็ยังได้ พูดถึงการฟังเพลงแล้ว ไอเดียดีๆอีกอย่างที่เราอยากแนะนำก็คือ ลองทำ playlist สัก 10-20 เพลง ที่คุณคิดว่าเข้ากับบรรยากาศการไปปิกนิกขึ้นมาก็เป็นอะไรที่เก๋ดี หรือถ้าอยากเพิ่มลูกเล่นการไปปิกนิกของคุณให้สนุกมากขึ้น คุณจะคิดธีมในการจัดปิกนิกของคุณก็ยังได้เลย เพราะสไตล์การไปปิกนิกนั้นมีหลายรูปแบบต่างๆกันไปของแต่ละประเทศ ไหนจะมีปิกนิกสไตล์อังกฤษ ปิกนิกสไตล์อเมริกัน ปิกนิกสไตล์ญี่ปุ่น หรือจะปิกนิกแบบสไตล์ไทยๆเราก็เท่ไปอีกแบบ

ถ้าคุณกำลังคิดหากิจกรรมอะไรใหม่ๆทำในวันหยุดเสาร์อาทิตย์กับครอบครัวหรือคนรัก การไปปิกนิกจึงถือว่าเป็นกิจกรรมที่เพอร์เฟคที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ทั้งประหยัด เรียบง่าย และมีประโยชน์แล้ว คุณยังจะได้ไปผ่อนคลาย เติมเต็มความสดชื่นให้กับตัวเองในสถานที่ที่เป็นธรรมชาติ แถมยังได้สร้างความชิดใกล้ระหว่างคุณกับคนรัก และสมาชิคทุกคนในครอบครัวของคุณให้แน่นแฟ้นมากขึ้นอีกด้วย

Have a fabulous picnic everyone!

Writer: Thip S. Selley

Image by: thelittlehouseinthecityblog withlovefromkatthatbohemiangirl.tumblrflickr

RECOMMENDED CONTENT

22.กันยายน.2022

ประเดิมโปรเจกต์ “PUBG MOBILE x 4EVE ที่ #1 ในใจฟีฟเลย!” ด้วยการปล่อยซิงเกิลคอลแลปสุดพิเศษ JACKPOT เพลงจังหวะเร้าใจ ผสมบีทที่หนักแน่น มาพร้อมท่อนฮุคติดหู “ไม่คิดว่าจะได้เจอ คนน่ารักอย่างเธอ JACKPOT! ยิงเข้ามาที่ใจ BABY YOU’RE MY TYPE JACKPOT!” ให้สาวก For Aye และแฟนๆ ได้ฟังกันไปเมื่อ 14 กันยายนที่ผ่านมา และได้กระแสตอบรับแรงเกินต้าน โดยคอเกม PUBG MOBILE สามารถปลุกความมัน ฟังเพลงกันเพลินๆ ได้ที่ Lobby Music ภายในเกม