fbpx

CONTACT US

#PHOTOGRAPHY — ‘Paris Syndrome’ : ไม่มีปารีสในเมืองจีน ชุดภาพถ่ายโดย François Prost
date : 16.มกราคม.2018 tag :

“ฉันจำได้เลยว่า ตอนที่ฉันไปเยือนเวนิสครั้งแรกตอนอายุ 23 ความรู้สึกแรกสุดเมื่อลงรถไฟก็คือ ฉันไม่แน่ใจว่าภาพที่เห็นตรงหน้ามันคือของจริงหรือของปลอมกันแน่ ซึ่งมันเกิดขึ้นเหมือนในทุกครั้งที่ฉันไปเยือนกรุงโรม ไปอินเดีย หรือแม้แต่นิวยอร์ก”

ช่างภาพ François Prost พูดถึงที่มาที่ไปของชุดภาพ ‘Paris Syndrome’ – เธอบอกว่ามันเป็นอาการที่ทางการแพทย์เรียกว่า Stendhal Syndrome ซึ่งเป็นอาการของนักท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาคาดหวังกับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ มากเกินไป

อาการ Paris Syndrome นั้นเกิดในหมู่ชาวญี่ปุ่น ที่ได้มีโอกาสไปเยือนกรุงปารีส และพบว่า มันไม่ได้สวยงามชวนฝันเหมือนกับภาพในนิตยสารท่องเที่ยว หรือโบรชัวร์บริษัทนำเที่ยว เรื่องร้ายๆ และเรื่องไม่ดีที่พวกเขาพบเจอ จะส่งผลไปถึงสภาพจิตใจและร่างกาย ทำให้เกิดอาการอาทิ เวียนหัว ทรงตัวไม่ได้ เหงื่อไหลตลอดเวลา รู้สึกประหม่าและไม่มั่นใจในตัวเอง ขึ้นสูงสุดอาจถึงขั้นคลื่นไส้เลยทีเดียว

อีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ทำให้ François ตัดสินใจสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ก็คือ การที่เขาได้อ่านบทความของ Rosecrans Baldwin นักข่าวอเมริกันที่เดินทางไปยังเมืองที่ชื่อ Paris ทั้ง 20 เมืองของสหรัฐอเมริกา และดูว่ามีอะไรที่เชื่อมโยงและสัมพันธ์กับเมืองปารีสจริงๆ บ้าง ทั้งสิ่งปลูกสร้าง วัฒนธรรม หรือแม้แต่ผู้คน

ในตอนแรก François ตั้งใจทำโปรเจ็กต์ภาพถ่ายของเธอเป็นเพียงแค่การออกเดินทางไปถ่ายภาพหอไอเฟลจากทั่วทุกมุมโลก แต่ก็แน่นอนว่า เป็นเรื่องที่ยากเย็นไปสำหรับเธอ เพราะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล วันหนึ่งเธอก็ได้มีโอกาสดูมิวสิควิดีโอเพลง Gosh ของ Jamie XX ที่กำกับโดย Ramain Gavras และพบว่าเอ็มวีนี้ถ่ายทำกันที่ประเทศจีน ซึ่งโลเคชั่นก็คือเมืองปารีสที่ถูกเลียนแบบอาคารและสิ่งปลูกสร้างมาเกือบทั้งเมือง เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนคอนเซ็ปต์การทำงาน เป็นการถ่ายภาพเปรียบเทียบกันระหว่างปารีสจริงและปารีสปลอมแทน

…ไม่มีปารีสในเมืองจีน…

หลังจากที่ François ถ่ายภาพและสำรวจมุมต่างๆ ของกรุงปารีส (จริง) จนทะลุปรุโปร่งแล้ว เขาก็เดินทางสู่เมือง Tianducheng หรือกรุงปารีส (ปลอม) นั่นเอง

เมืองเที่ยนตู้เฉิง (ภาษาจีน แปลว่า เมืองหลวง) นั้น ชาวจีนทั่วไปเรียกกันว่า Sky City เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ของชนชั้นกลางไปจนถึงชนชั้นนำ ตั้งในย่านชานเมืองหางโจว จังหวัดเจ้อเจียง ประเทศจีน ซึ่งห่างจากเซี่ยงไฮ้ประมาณ 200 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว โดดเด่นด้วยหอไอเฟลจำลองความสูง 100 เมตร (เล็กกว่าของจริง 3 เท่าตัว) และอาคารบ้านเรือนที่สร้างเลียนแบบตึกรามบ้านช่องในท้องถนนของปารีส รวมถึงสวนสาธารณะ น้ำพุ ประติมากรรมเลียนแบบ ในอาณาบริเวณพื้นที่ 31 ตารางกิโลเมตร

แรกเริ่มนั้น ที่นี่แทบเป็นเมืองร้างที่ไร้ผู้คน และขึ้นชื่อในฐานะสถานที่ถ่ายรูปพรีเว็ดดิ้งในราคาประหยัด แต่ปัจจุบัน หลังจากที่มีการลดราคาอสังหาริมทรัพย์ การเข้าถึงของระบบสาธารณูปโภค ก็ทำให้อดีตเมืองร้างเมืองนี้มีประชากรอยู่ที่ 3 หมื่นคน

“ถ้าคุณไปที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส คุณจะพบกับนักท่องเที่ยวเรือนแสนในทุกๆ วัน เมืองนี้ไม่เคยหลับใหลเลย แต่สำหรับเที่ยนตู้เฉิง ที่นี่กลับเงียบสงบมาก ภาพที่เห็นมักจะเป็นผู้คนท้องถิ่นเดินไปมา หรือไม่ก็ขี่รถสกู๊ตเตอร์”

François เล่าต่อว่า “คนที่นี่ไม่มีใครสนใจเจ้าหอไอเฟลปลอมนี้หรอก อย่างมากก็มีคนถ่ายรูปบ้างก็ตอนกลางคืนที่มีการประดับไฟ ทุกๆ เย็นคนที่นี่จะใช้พื้นที่ลานกว้างจับกลุ่มทำกิจกรรมกัน ออกกำลังกายบ้าง เต้นรำบ้าง แอโรบิกบ้างประปราย”

“ความน่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ ที่นี่และปารีสจริงมีความเหมือนกันตรงที่ ชอบมีคนมาถ่ายรูปพรีเว็ดดิ้งอยู่บ่อยๆ อย่างที่นี่มักจะมีคู่แต่งงานทุกวัยแวะเวียนมาถ่ายภาพ เพราะพวกเขาไม่มีเงินมากพอที่จะบินไปปารีสจริงๆ”

“ผมประทับใจในสิ่งที่คนทั้งโลกเป็นกัน คือถ้าพวกเขาประทับใจกับที่ไหนมากๆ พวกเขาก็จะจำลองมันมาไว้ที่เมืองของตัวเอง จึงไม่น่าแปลกใจอะไรถ้าเราจะเห็น mini Paris หรือ mini New York มีอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศแถบเอเชีย ซึ่งน่าจะเป็นที่มาจาก Las Vegas หรือที่ Dubai ทำกันเป็นเมืองแรกๆ”

“มันคือความอิหลักอิเหลื่อ ที่ส่วนใหญ่แล้วมันก็ไม่ได้สร้างความประทับใจเท่ากับการได้เห็นของจริงจริงๆ ผู้คนที่ถ่ายรูปกับของปลอมจึงมักเลือกที่จะถ่ายอย่างตลกและสนุกสนาน มากกว่าถ่ายกับมันเพราะอยากเก็บเป็นความทรงจำ…”

“…น่าเสียดายที่หลายเมืองในเอเชียเลือกที่จะทำแบบนี้ ทั้งๆ ที่พวกเข้ามีมรดกทางวัฒนธรรมที่แข็งแรงมาก แข็งเสียจนเขาไม่จำเป็นที่จะต้องเลียนแบบวัฒนธรรมของตะวันตกเลย”

www.francoisprost.com

RECOMMENDED CONTENT

21.ตุลาคม.2022

เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนชาวไทย ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค จึงนำ “เสียง” หรือความคิดเห็นจากประชาชนภาคธุรกิจ มีส่วนร่วมในการส่งเสียงผ่านการสำรวจของ ‘Business of the People Poll’ ร่วมออกแบบและขับเคลื่อนโดย สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในจัดทำการสำรวจผ่านตัวแทนผู้ประกอบการไทยจำนวน 451 ตัวอย่าง โดยมุ่งเน้นหัวข้อไปที่ ‘ปัจจัย, ความท้าทาย, โอกาส และคำแนะนำ ในการเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต’ เพื่อที่จะทราบถึงความเข้าใจ ข้อเท็จจริง และแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากผู้ที่มีบทบาทจริงในภาคธุรกิจของประเทศไทย