fbpx

CONTACT US

#Travel : จัดอันดับ 10 ย่านอยู่อาศัย Neighborhood ราคาที่ดินโคตรแพงจากทั่วโลก ไล่ตั้งแต่ปารีส นิวยอร์ก ไปยันฮ่องกง!
date : 24.กุมภาพันธ์.2015 tag :

Neighbourhood most expensive to live around the world list dooddot 00

หากย้อนหลังไปดูในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพถือว่ามีการเจริญเติบโตในระดับย่าน Neighborhood สูงมาก หลากหลายย่านอยู่อาศัยที่เริ่มมีคาแรคเตอร์เด่นชัด และมีเป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนและผู้อยู่อาศัยมากมาย เราสามารถยกตัวอย่างได้อย่างชัดเจนอย่าง ย่านอารีย์ ถนนพหลโยธิน หรือ ย่านเอกมัย ย่านทองหล่อ ย่านพร้อมพงษ์ บนถนนสุขุมวิท ที่อุดมไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านค้า แหล่งบันเทิงเกิดขึ้นใหม่กันไม่มีหยุด วันนี้เรามีคอลัมน์ที่จะพูดถึงเรื่องนี้แต่เป็นในสเกลระดับโลกข้อมูลจากเวปไซต์ต่างประเทศแปลมาฝากกัน กับย่าน Neighborhood ที่มีที่ดินราคาแพง 10 อันดับด้านล่างนี้

null

null

10. ปารีส (ฝรั่งเศส)
ย่าน: Avenue Montaigne

ทำไมย่านนี้ถึงแพง?: Avenue Montaigne เป็นถนนเส้นสำคัญที่ตั้งอยู่ในย่าน 8th arrondissement ของปารีส จากทั้งหมด 20 arrondissement ที่จะเป็นการแบ่งย่านของปารีสโบราณเอาไว้ สาเหตุที่ถนนเส้นนี้มีที่ดินราคาแพงนั่นก็เพราะว่า นี่เป็นสวรรค์ของนักช็อปทั้งหลาย ขึ้นชื่อว่าเมืองน้ำหอมบรรดาร้านเก่าแก่ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก ตั้งอยู่ที่นี่ ไล่ไปเลยตั้งแต่ Louis Vuitton, Dior, Chanel, Fendi, Valentino, Ralph Lauren เพราะฉะนั้นการที่คุณจะมีบ้านอยู่ในย่านนี้ ก็ต้องจ่ายหนักพอสมควร

เรตราคาที่ดินต่อหนึ่งตารางเมตร: $26,000 (ประมาณ 850,000 บาท) นั่นแปลว่าถ้าคุณอยากขายของเล็กๆน้อยห้องเท่า JJ Market (ประมาณ 10 ตารางเมตร) ครับ คุณต้องจ่ายเกือบสิบล้านบาท!

เพื่อนบ้านคุณคือ: สถานฑูตแคนาดา และบรรดาร้าน High Fashion เรียงรายกันเป็นแถว

null

null

9. นิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา)
ย่าน: Fifth Avenue

ทำไมย่านนี้ถึงแพง?: โอ้โห ทำไมยังต้องถามดีกว่า Fifth Avenue มีชื่อเสียงกระฉ่อนในแง่เป็นย่านสำคัญของนิวยอร์กอยู่แล้ว ไหนจะเต็มไปด้วยร้านค้าชั้นนำมากมาย เป็นที่ตั้งของตึก Empire State และ Rockefeller Center อยู่ติดกับทางเข้าสวน Central Park มุมที่น่าวิ่ง น่านอนเล่นสุดๆ ไม่ต้องสืบเลยว่านี่เป็นย่านในฝันของคนดังคนมีสตางค์หลายๆคน กล่าวกันว่าใครได้ไปเดินใน Fifth Avenue หัวใจจะกระปรี้กระเปร่า รู้สึก Active ไปกับจังหวะของเมืองนิวยอร์กจริงๆ

เรตราคาที่ดินต่อหนึ่งตารางเมตร: $28,000  (ประมาณ 920,000 บาท)

เพื่อนบ้านคุณคือ: นักแสดงชื่อดัง Bill Murray อาศัยอยู่ที่นี่ แล้วก็อย่างที่บอกไปคือเหมือนกับคุณมีบ้านอยู่ใกล้กับ Landmark อย่างตึก Empire State จะเอาอะไรอีก!

null

8. มอสโก (รัซเซีย)
ย่าน: Ostozhenka

ทำไมย่านนี้ถึงแพง?: เพราะว่าชื่อออกเสียงยาก (พูดเล่น) เพราะว่านี่คือย่านเก่าแก่ของเมืองหลวงมอสโก ที่มีร้านอาหารเก่าแก่ อพาร์ทเมนท์แบบโบราณ แสดงถึงความหรูหราของผู้อยู่อาศัย เคยมีสถิติที่ทำเอาไว้คือ มีการซื้อขายอพาร์ทเมนท์ห้าชั้นในย่านนี้ ราคาสูงถึง 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ!!! นั่นแปลว่าตึกหลังนั้นซื้อขายกันเป็นเงินไทยที่ราคา 1,600,000,000 บาท!!!!! (เผื่อคนเมาตัวเลขนั่นคือหนึ่งพันหกร้อยล้านบาท) โอมายก็อด หน้าแดงเป็นจตุรัส Red Square กันเลยทีเดียว

เรตราคาที่ดินต่อหนึ่งตารางเมตร: $29,000 (ประมาณ 950,000 บาท)

เพื่อนบ้านคุณคือ: นักธุรกิจชื่อต้นๆผู้เป็นขุนนางชาวรัซเซีย Alisher Usmanov เผื่อยังไม่หวือหวาเขาคือเจ้าของร่วมทีมปืนใหญ่อาเซนอล ที่ติดอันดับคนรวยที่สุดในอังกฤษ …แต่ทีมพี่ซื้อนักเตะน้อยมากๆ 🙂

null

7. ซาดิน่า (อิตาลี)
ย่าน: Romazzino Hill

ทำไมย่านนี้ถึงแพง?: ย่านนี้เป็นเหมือนสนามเด็กเล่นของเศรษฐีพันล้านมาแต่ไหนแต่ไร ย้อนไปในสมัยปี 60’s ตั้งแต่ผู้นำชั้นสูงของศาสนาอิสลาม Aga Khan มาเปลี่ยนชายฝั่งสวยงามแห่งนี้ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ตั้งแต่นั้นมาบรรดาเศรษฐีโลกก็มาจับจองกันเป็นเจ้าของ

เรตราคาที่ดินต่อหนึ่งตารางเมตร: $32,900 (ประมาณ 1,100,000 บาท)

เพื่อนบ้านคุณคือ: Ahmed Zaki Yamani นักการเมืองชาวซาอุดิอาระเบีย ขุนนางชาวรัซเซีย Alexei Mordashov และราชวงศ์ของ Qatar พักอยู่ที่นี่ อืม ฟังดูแล้ว ถ้าอาศัยอยู่ที่นี่คงไม่กล้าจอดรถขวาง หรือไปทิ้งขยะบ้านใครแน่ๆ

null

null

6. เจนีวา
ย่าน: Chemin de Ruth

ทำไมย่านนี้ถึงแพง?: แมนชั่นเก่าแก่ในย่านนี้ล้วนมีสวนขนาดใหญ่ในบริเวณส่วนตัว มีสระน้ำจากยุคเก่าเป็นของตัวเอง และมีวิวที่สวยงามหลังบ้านติดทะเลสาบเจนีวา มีตึกเก่าแก่ขององค์กร UN ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เคยมีข่าวว่ามีการซื้อขายแมนชั่นหรูในย่านนี้กันที่ราคากว่า 13 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ด้วย (ไปคูณกันเอาเองนะ)

เรตราคาที่ดินต่อหนึ่งตารางเมตร: $37,000 (ประมาณ 1,200,000 บาทต้นๆ)

เพื่อนบ้านของคุณคือ: ตระกูล Peugeot (เจ้าของแบรนด์รถเปอโยต์ที่คนไทยเรียกกันนั่นล่ะ) อดีตนักเทนนิสชื่อดังชาวฝรั่งเศส Henri Leconte และที่ขาดไม่ได้ คุณมีเพื่อนบ้านเป็นทะเลสาบเจนีวา สวรรค์บนดินนะน่ะ

null

null

5. สิงคโปร์
ย่าน: Paterson Hill

ทำไมย่านนี้ถึงแพง?: เนินเขาแห่งนี้ เป็นย่านที่เงียบสงบที่สุดในสิงคโปร์ แต่ในขณะเดียวกันก็อยู่ใกล้กับย่านที่คึกคักที่สุดในสิงคโปร์เช่นกัน เพียงไม่กี่อึดใจคุณก็จะได้พบกับถนน Orchard Road แหล่งช็อปปิ้งยอดฮิต มีร้านของ Designer ชื่อดัง และ ร้านอาหารของเชฟ Michelin Star มากมาย ฟังดูแล้วคงมีความสุขไม่น้อยถ้าได้ตื่นนอนมาวิ่งขึ้นลงเนินนี้ ตกกลางวันเดินช็อป ตกเย็นทาน Fine Dining สักมื้อ มีคนควงสั… เห้ย คนเขียน ตื่นๆได้แล้ว!

เรตราคาที่ดินต่อหนึ่งตารางเมตร: $42,500 (ประมาณ 1,400,000 บาท)

เพื่อนบ้านคุณคือ: Eduardo Saverin ผู้ร่วมก่อตั้งเฟสบุ๊ค (ที่ในหนังพี่แกเป็นคนป่วนหัว Mark อยู่พักนึง) อดีตนางงามสิงคโปร์ Rachel Kum

null

null

4. Cap Ferrat (ฝรั่งเศส)
ย่าน: Boulevard du Général de Gaulle

ทำไมย่านนี้ถึงแพง?: ตั้งอยู่เรียบเคียงไปกับชายฝั่ง Mediterranean Côte d’Azur อันสวยงามเหนือคำบรรยาย แหลม Cap Ferrat คือย่านสุดแสนจะไฮโซของบรรดาคนรวยฝรั่งเศส ซึ่งในย่านถนนที่เรากล่าวถึงนี้ เป็นที่อยู่ของบ้านเรือนดาราฮอลลีวู๊ดชื่อดังมากมาย ถ้าอยากมีเพื่อนบ้านเป็นคนดัง แต่อยากได้วิวสวยงามกว่าเบเวอรี่ ฮิลล์ เป็นเท่าตัว ลองเก็บเงินมาอยู่ที่นี่นี่ล่ะ เวิร์คแน่นอน

เรตราคาที่ดินต่อหนึ่งตารางเมตร: $ $79,000 (ประมาณ 2,600,000 บาท)

เพื่อนบ้านคุณคือ: คู่รักฮอลลีวู๊ด Brad Pitt และ Angelina Jolie (เปลี่ยนจากเก็บเงินมาเป็นเด็กที่สองคนนี้รับเลี้ยงคงจะง่ายกว่า) รวมถึง Charlie Chaplin นักแสดงในตำนาน ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตก็มาพำนักอยู่ที่ย่านนี้เช่นกัน

null

3. โมนาโก
ย่าน: Avenue Princess Grace

ทำไมย่านนี้ถึงแพง?: ย่านนี้โด่งดังในแง่ที่ รายการแข่งขัน F1 Grand Prix จะเวียนมาจัดอยู่เป็นประจำทุกๆปี แต่คนที่จะอาศัยอยู่ที่นี่เอาแบบ ทั้งปี ได้ ก็ต้องไม่ธรรมดาเช่นกัน กับตึกรามบ้านช่องสไตล์ยุโรปเก่าแก่ ตั้งเรียงรายสลับกันบนเชิงเขา มีชายฝั่งอยู่ตรงด้านหน้า ถ้าใครเป็นคนท้องถื่นก็ดีไป แต่ถ้าใครอยากจะเข้าไปจับจองที่ดินในย่านนี้ มีเหนื่อยแน่นอน

เรตราคาที่ดินต่อหนึ่งตารางเมตร: $86,000 (ประมาณ 2,800,000 บาท) เดี๋ยวนะ พักเตือนสติกันก่อน ที่ไล่ๆราคามาจนถึงข้อนี้คือ “เรตหนึ่งตารางเมตร” นะ เพราะฉะนั้นถ้าจะเอาอยู่อาศัยจริงๆ อืม รวยเท่าไหนกันถึงจะไหว

เพื่อนบ้านคุณคือ: Roger Moore เจมส์บอนด์ คนเก่าแก่ จะเป็นเพื่อนบ้านของคุณ Helena Christensen

นางแบบและช่างภาพชื่อดัง จะจับจ่ายตลาดที่เดียวกับเรา โยนแอปเปิ้ลใส่ตะกร้าให้กัน ซื้อน้ำแร่ร้านเดียวกัน และก็ Lewis Hamilton นักขับรถ F1 แชมป์หลายสมัย ก็นอนอยู่แถวๆสนามแข่งนี้นี่ล่ะ

null

null

2. ลอนดอน (อังกฤษ)
ย่าน: Kensington Palace Gardens

ทำไมย่านนี้ถึงแพง?: แม้นี่อาจจะไม่ใช่ย่านดังของลอนดอน แต่ถนนที่มีต้นไม้ตั้งเรียงเป็นแถบ และเงียบสงบแห่งนี้ คือย่านอยู่อาศัยที่บรรดาเชื้อพระวงศ์และมหาเศรษฐีจับจองเป็นเจ้าของกัน เพราะไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยเลย นอกจากเพื่อนบ้านอัน Big Name ของคุณแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่ของย่านนี้เป็นที่ตั้งของสถานฑูตประเทศใหญ่ๆมากมาย อาทิฝรั่งเศส รัซเซีย ญี่ปุ่น เป็นต้น เพราะฉะนั้นชีวิตในย่านนี้ของคุณจะโคตร Private สุดๆ

เรตราคาที่ดินต่อหนึ่งตารางเมตร: $107,000 (ประมาณ 3,500,00 บาท)

เพื่อนบ้านคุณคือ: Lakshmi Mittal อภิมหาเศรษฐีชาวอินเดีย ขุนนางชาวรัซเซีย Roman Abramovich (โอ้โห รัซเซียนี่มีไปทุกที่จริงๆ) และที่สำคัญที่สุดคือ The Duke and Duchess แห่งเมือง Cambridge ก็อาศัยอยู่ที่นี่เช่นกัน

null

null

1. ฮ่องกง
ย่าน: Pollock’s Path (The Peak)

ทำไมย่านนี้ถึงแพง?: อะ อะ อ้า พาไปป้วนเปี้ยนยุโรปกันมาตั้งนาน แต่คิดไม่ถึงน่ะสิว่า อันดับ 1 จะตกเป็นของเกาะฮ่องกง ใกล้ๆบ้านเรานี่เอง ใครที่เคยไปเที่ยวฮ่องกง นั่งกระเช้าขึ้นเดอะพีค เคยสังเกตข้างๆที่เราผ่านกันไหม นั่นล่ะใกล้ๆแถวนั้นคือย่านที่ทำลายสถิติแพงที่สุด กับวิวเมืองฮ่องกง ตึกรามธุรกิจที่เจริญตั้งสลับกัน มีผืนน้ำและภูเขาโอบล้อม สาเหตุที่ราคาแพงก็ไม่ใช่เพราะใครที่ไหนหรอก เป็นบรรดานักธุรกิจบนเกาะนั่นล่ะห้ำหั่นราคากันเอง จนถึงขั้นในย่าน Pollock’s Path เคยมีการซื้อขาย Apartment กันที่ราคา 103 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาแล้ว!!!

เรตราคาที่ดินต่อหนึ่งตารางเมตร: $120,000 (ประมาณเกือบๆ 4,000,000 บาท)

เพื่อนบ้านคุณคือ: Stephen Chow (โจว ซิงฉือ) ที่เล่นเรื่องคนเล็กหมัดเทวดา นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ เวลาหนังไทยแปลชื่อกันชอบใช้ชื่อว่า “คนเล็ก” แต่จริงๆควรเลิกใช้ได้แล้วล่ะ เจอบ้านราคาแบบนี้เข้าไป รวมไปถึงบรรดาหัวหน้าชั้นผู้ใหญ่ของ HSBC ก็อาศัยอยู่แถบนี้หมด

Credit: Business Insider

RECOMMENDED CONTENT

17.มกราคม.2020

“People on Sunday” (2562) เป็นการตีความ บทสนทนาโต้ตอบ และสาส์นแสดงความนับถือต่อภาพยนตร์บุกเบิกจากประเทศเยอรมันเรื่อง “Menshen Am Sonntag” (2473) หรือ “ผู้คนในวันอาทิตย์” ผลงาน “People on Sunday” (2562) ได้นำภาพยนตร์ต้นฉบับดังกล่าวกลับมาตีความใหม่ผ่านบริบทที่แตกต่างจากเดิม ทั้งยุคสมัย ภูมิประเทศ ตลอดจนสภาพในการทำงาน