fbpx

CONTACT US

DOODDOT VIDEOS

9 หนังทำรายได้ตอนเข้าฉายชนิดที่โคตรแป้ก แต่จริงๆคือผลงานระดับ Masterpiece!
date : 25.กันยายน.2014 tag :

เวลาหนังเข้าโรงฉาย ไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่าเรื่องนี้จะดังไม่ดัง ต่อให้บางทีอัดดาราดังไว้แน่นจอ แต่สุดท้ายแป้กก็มี หรือจะใช้ทุนสร้างมหาศาล 100 กว่าล้าน แล้วแป้ก ก็มีให้เห็นถมเถไป อย่างไรก็ตามผลตอบรับใน Box Office ไม่สามารถวัดได้ว่าหนังเรื่องดีหรือแย่ มีอยู่ไม่น้อยที่เปิดตัวได้ล้มเหลวแต่ผลสุดท้ายเป็นหนังที่ทุกคนพูดถึง วันนี้เราจะมาไล่นับกันว่า มีหนังเรื่องไหนบ้างนะ ที่ทุกวันนี้ถูกยกขึ้นหิ้งให้เป็นผลงาน Classic ระดับ Masterpiece ของวงการภาพยนตร์ แต่ในตอนแรกที่เข้าฉาย กลับทำรายได้ Box Officeไม่ถึงเป้า แป้กไม่เป็นท่า จะมีเรื่องไหนอยู่ในดวงใจบ้าง ต้องไปดูกัน!

null

The Shawshank Redemption (1994)

ใช่แล้ว สุดยอดหนังแหกคุกดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ของ Stephen King ที่ทุกวันนี้ยังคงครองตำแหน่งคะแนนสูงสุดอันดับ 1 ในเวปหนัง IMDB (ที่ใน Top 250 มีแต่หนังรุ่นใหญ่ๆทั้งนั้น) เชื่อไหมว่า ตอน Shawshank เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ผลออกมาไม่ได้สมหวังเหมือนตอนจบของเรื่องเสมอไป หนังเข้าฉายปี 1994 พอลองไล่กลับไปดู โอ้โห ปีนั้นเป็นปีที่มีทั้ง Pulp Fiction, Forrest Gump, Quiz Show สุดยอดหนังทั้งนั้น บวกกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังจากเข้าฉาย ทำให้ Shawshank ทำรายได้ขาดทุนไปไม่น้อย แต่ท้ายที่สุดแล้วด้วยความที่ถูกซื้อไปฉายทาง Cable ทีวี แบบ Non-Stop ไม่มีอั้น ทำให้ Shawshank เริ่มเติบโตแบบปากต่อปาก จนไต่ขึ้นมาครองใจคอหนังทุกๆคน ถึงตอนนี้ใครที่ยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ นี่คือ 2 ชั่วโมงแห่งชีวิตเลยจริงๆ

null

Almost Famous (2000)

เกือบจะไม่ดัง เหมือนชื่อซะแล้ว Almost Famous เรื่องราวจากเค้าโครงเรื่องจริงของตัวผู้กำกับเอง Cameron Crowe ในตอนเป็นเด็กหนุ่มได้รับมอบหมายทำงานในฝันของเขา การเป็นนักข่าวในหนังสือ Rolling Stones ติดตามชีวิตร็อคสตาร์ และ Rock Band ที่อยู่ในเรื่องก็น่าจะคล้ายๆกันกับวง “The Allman Brothers” ที่เขาต้องติดตามในชีวิตจริงพอสมควร หลังจากเข้าฉายถึงแม้หนังจะขาดทุน แต่น่าแปลกว่า Almost Famous ครองใจนักวิจารณ์อย่างมาก แถมดาราแต่ละคนก็โด่งดังหลังจากเรื่องนี้กันหมด ที่มีผลกระทบแบบเห็นได้ชัดก็คืออย่างคนเขียนเองก็ตกหลุมรัก Kate Hudson จากเรื่องนี้หัวปรักหัวปรำ เพราะเธอสวยมากๆในทุกๆฉากจริงๆ (นอกเรื่องละ) เป็นหนังที่หยิบมาดูกี่ทีก็ยังคงดูสนุกทุกๆครั้ง สำหรับคนที่ชอบดนตรี หนังชีวิต หนังรัก วงร็อค ฮิปปี้ นี่คือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด

null

Blade Runner (1982)

หนัง Sci-Fi สุดคัลต์ ที่ตอนนี้ขึ้นหิ้งไปเป็นที่เรียบร้อย Blade Runner เป็นผลงานออกแนว Film-Noir ของ Ridley Scott หลังจากที่เขาประสบความสำเร็จมาจาก Alien (1979) และนำแสดงโดย Harrison Ford ดาราระดับแม่เหล็กที่ตอนนั้นผ่านสองหนังแฟรนไชส์ฟอร์มยักษ์อย่าง Indiana Jones และ Star Wars มาแล้ว ถ้าดูจากเท่าที่เล่าๆมานี้ยังไงก็ต้องเดาว่า หนังเรื่องนี้โคตรอภิมหา บูม เลยใช่ไหม? แต่ผิดแล้ว Blade Runner ทำรายได้ขาดทุน (ค่อนข้างจะหนักอยู่เหมือนกัน) สาเหตุน่าจะมาจากเพราะว่า ในตอนนั้นยุค 80’s ตลาดหนัง Sci-Fi กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างหนักในวงการ Hollywood เรียกว่ากำลัง “ช้ำ” พอสมควร ถ้าไม่นับ Star Wars หรือ Sci-Fi แนวอื่นๆ เอาแค่ในปีเดียวกันกับ Blade Runner ก็มี Star Trek 2 และ E.T. ของสปีลเบิร์ก ที่เป็นอารมณ์ต่างดาวกุ๊กกิ๊ก ครองใจคอหนังทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไปทั้งเมืองแล้ว เมื่อหันมามอง Blade Runner ที่มีเนื้อหาหนักๆ มีการเมืองเข้ามาเชื่อมกับโลกอวกาศ และอารมณ์ที่ดูเป็นหนังจริงจัง ทำให้รายได้ที่ออกมาไม่ได้ใกล้ถึงเป้าเลยสักนิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อเวลาผ่านไป ของดียังไงก็เป็นของดี ทุกวันนี้ Blade Runner ถูกให้การยอมรับว่าเป็นสุดยอดหนัง Sci-Fi โลกอนาคต และเชื่อว่าเรื่องอื่นๆในแนวเดียวกันต้องได้แรงบันดาลใจไม่มากก็น้อย

null

Fight Club (1999)

เราเชื่อว่านี่คือหนังในดวงใจของใครหลายๆคน ผลงานของ David Fincher เรื่องนี้ เล่น Pack เอาทั้ง Brad Pitt และ Edward Norton มาประกบนำแสดง ตอนที่เข้าฉายครั้งแรกหนังถูกมองว่าดิบเถื่อนโดยไม่มีเหตุผลพอสมควร ต้องขอบคุณคำโปรยหนังที่บอกว่านี่เป็น “Anti-Date Movie” แบบขั้นสุด ที่ไม่ควรพาแฟนไปดูอย่างมาก ทำให้หนังทำยอดไปได้เป็นอันดับ 1 อย่างรวดเร็ว แต่สุดท้ายก็ตกฮวบและแป้กอย่างรวดเร็วเช่นกัน อาจจะเพราะเนื้อหาที่หนักหน่วงและต้องใช้พลังงานในการดูเยอะหน่อย สู้คนเลือกตีตั๋วดูหนังเบาๆเรื่องอื่นกันหมด จนภายหลัง Fight Club กลับมาทวงศักดิ์ศรีของตัวเองอีกครั้งหลังจากหนังปล่อยออกมาในรูปแบบ DVD ให้คนดูได้เก็บรายละเอียด สัญญะต่างๆที่แฝงมาในเรื่อง และเพื่อแสดงให้เห็นว่า David Fincher คืออัจฉริยะนักทำหนังของยุคนี้

null

The Big Lebowski (1998)

สุดยอดหนังโคตรคัลต์ ที่ถ้าจะพูดถึงในบรรดาหนังคัลต์ทั้งหมด The Big Lebowski  ถือว่าเป็นหนังที่สร้าง “Culture” ได้หนักที่สุดแล้ว ก็ลองคิดดูว่าถึงทุกวันนี้ ยังมีฐานแฟนๆตั้งใจจัดงาน Fan Fest เรียกว่า “Lebowski Fest” กันเป็นประจำ แล้วอะไรกันนะ? ที่ครองใจคนดูหรือคอหนังได้มากขนาดนี้ อาจจะเป็นความเบาสมองไร้สาระของตัวละครในเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ยิ่งดูยิ่งค้นพบว่า นี่คือหนังที่คนอเมริกันกัดจิกอเมริกันได้ฉลาดมากๆเรื่องหนึ่ง ก็แหงอยู่แล้วล่ะ นี่คือผลงานการกำกับสองพี่น้อง Coen Brothers ที่ชอบแฝงความหมายอะไรไว้ในหนังมากมาย ตัวละครของ Jeff Bridges ที่ชื่อ “The Dude” สร้างปรากฎการณ์อย่างหนัก ถึงกับมีคนแต่งเป็น Cosplay อยู่บ่อยๆ จัดเป็นหนังอีกเรื่องที่ยิ่งดูยิ่งชอบจริงๆ แต่แน่นอนอยู่แล้ว เล่าๆมาเป็นหนังแนวๆนี้ มีเหรอจะไม่แป้ก แล้วยิ่งเข้ากันใกล้ๆกับฟอร์มยักษ์อย่าง Titanic ด้วย  ครับ… หนังเข้าโรงฉายแล้วก็แป้กไปตามระเบียบ

null

It’s a Wonderful Life (1946)

หนัง Feel Good ตามตำราหนังครอบครัวเรื่องนี้ มองในมุมคอหนัง It’s a Wonderful Life ดูจะเป็นหนังที่ไม่มีทางแป้กได้แน่นอน แต่ย้อนกลับไปตอนหนังเข้าฉาย หนังเรื่องนี้เกือบทำเอาผู้กำกับ Frank Capra เกือบล้มละลายได้เลยทีเดียว ก็เล่นเข้าฉายในช่วงคริสต์มาสต์ ช่วงเวลาหนังโรงที่ถ้าไม่รุ่งก็แป้กสุดๆไปหลายเรื่องแล้ว จนตอนหลังลิขสิทธ์ของหนังถูกขายให้กับช่องทีวีในราคาที่ไม่แพง ส่งผลให้ไม่ว่าจะกี่ปีกี่เดือน เข้าช่วงคริสต์มาสต์เมื่อไร เคเบิลช่องต่างๆก็จะต้องเปิด It’s a Wonderful Life กล่อมตลอดเวลา จนเรียกว่าเป็นของประจำวันคริสต์มาสต์กันไปเลย บวกกับด้วยความที่หนังนำเสนอความรัก Feel Good ได้สนุกและจริงใจ ต่อให้คนดูทุกๆปีก็ไม่เบื่อ

null

Waterworld (1995)

เมื่อ Kevin Costner เป็นมนุษย์ปลา และสิ่งที่เขาตามหาทั้งชีวิตคือ “ดิน” Waterworld พูดถึงเรื่องของโลก Post-Apocalypse ในเวอร์ชั่นน้ำท่วมโลก หลายคนที่กำลังเห็นชื่อนี้ในลิสต์ อาจจะคิดในใจเลยว่า “จะแป้กได้ไง ก็ตั้งแต่เด็กๆมาดูไม่รู้กี่รอบอ แล้วก็เห็นมีแต่คนพูดถึงเรื่องนี้” โอเคๆ ไม่เถียงเลย ถ้าพูดจริงๆแล้วตัวเลข Box Office ของ Waterworld อาจจะไม่ได้ดูแป้กน่าเกลียดขนาดนั้น เพียงแต่ว่าด้วยทุนสร้างที่มหาศาลของหนัง เทียบกับผลตอบรับกลับมาในอเมริกาตอนแรก ก็จัดว่าไปในทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไรเหมือนกัน (เกือบแย่เลยล่ะ) แต่ด้วยตัวหนังที่นำเสนอในมุมแปลกใหม่ และได้เห็น Kevin Costner ในยุคหล่อเข้าฟอร์ม สุดท้ายเราเชื่อแหละ Waterworld ว่าคงได้ทุนคืนแน่นอน ไหนจะของเล่น ของสะสมที่ทำออกมา และม้วนวิดีโอที่เราเชื่อว่าในยุคนั้น นี่ถือเป็นหนังสามัญประจำบ้านประมาณหนึ่งเลยทีเดียว

null

Hugo (2011)

อีกมุมน่ารักของลุง Martin Scorsese ผู้กำกับที่ช่ำชองในเรื่องของหนังมาเฟีย แก๊งสเตอร์ ยิงกันหูดับ Hugo คือผลงานที่เขาตั้งใจทำและอุทิศให้กับมันสุดๆ เรื่องราวแฟนตาซีของเด็กชาย Hugo อาศัยอยู่ในสถานีรถไฟปารีส หลายคนที่เคยดูแล้ว ต่างก็ชื่นชอบหนังเรื่องนี้กันทุกคน เพียงแต่ปัญหามันอยู่ที่ คนไม่ดู นี่น่ะสิ หนังเข้าฉายพร้อมๆกันกับ Twilight ไตรภาค ที่ไม่รู้ว่าตำนานรักของข้ามสายพันธ์หนุ่มหล่อสาวดื้อจะกอบโกยรายได้อะไรกันขนาดนั้น หรือในมุมเด็กๆก็มี The Muppet เวอร์ชั่นหนังที่เข้าฉายและตอบโจทย์อยู่แล้ว ส่งผลให้รายได้ Box Office ของ Hugo ขาดทุนแทบเท่าตัว สงสัยวันไหนว่างๆคงต้องหาเวลาชวนเพื่อนมานั่งดูหนังของลุง Scorsese กันอีกสักครั้ง

null

Citizen Kane (1941)

ในกรณีที่คุณชอบหา List รวมโคตรหนังตามที่ต่างๆ Citizen Kane คือสุดยอดภาพยนตร์เปลี่ยนชีวิต ที่จนถึงทุกวันนี้นักวิจารณ์ และคอหนัง รวมถึงผู้กำกับชั้นครูหลายคนเอง กล่าวว่ามันคือ หนังที่สร้างดีที่สุดในโลก! Citezen Kane เป็นหนังที่เล่าเรื่องแปลกใหม่ ถ้าเทียบกับยุคเดียวกันก็ถือว่าล้ำเรื่องอื่นๆมาไกลพอสมควร เรารับประกันเลยว่าหากทุกวันนี้ใครได้ดูก็ยังต้องรู้สึกว่า หนังเรื่องนี้อยู่ผิดยุคจริงๆ บทและเนื้อเรื่องก็ซับซ้อนซะจน Inception ของ Nolan ยังอาย ผลงานการกำกับของ Orson Welles ในวัย 26 ปีเรื่องนี้ (26 ปีทำได้ขนาดนี้ นี่เราทำอะไรกันอยู่เนี่ย!?) มีเนื้อหาที่คนดูพอจับได้ว่ามันโยงถึง William Randolph Hearst กลายๆ ผู้ซึ่งเป็นมาเฟียวงการสื่อหนังสือพิมพ์พอสมควรในเวลานั้น ทำให้การโปรโมตของ Citizen Kane แทบจะเรียกว่าเกือบ 0 เลยก็ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้หนังเรื่องนี้จะทำรายได้ Box Office ได้น้อยมากๆ ผลตอบรับแทบจะเรียกว่า รักเลย ของนักวิจารณ์และการันตีด้วยการเข้าชิงรางวัล Oscar ถึง 9 รางวัล ทำให้ Citizen Kane ยังคงอยู่เหนือทุกกาลเวลาไปเลยจริงๆ

Writer: Pakkawat Tanghom

RECOMMENDED CONTENT

7.กันยายน.2017

ภาพยนตร์อันน่าสนใจโดยผู้กำกับมัวร์คาร์เบล เรื่องนี้ได้ตามติดและถ่ายทอดชีวิตของเลดี้ กาก้าตลอดระยะเวลา 8 เดือน