fbpx

CONTACT US

เข้าใจให้กระจ่าง 4K TV แท้จริงเป็นอย่างไร
date : 23.พฤศจิกายน.2017 tag :

เชื่อว่าหลายคนคงสับสนว่า 4K TV และ UHD TV แตกต่างกันอย่างไร ที่จริงแล้ว ทั้งสองต่างหมายถึงทีวีที่มีความละเอียดหน้าจอ 8.3 ล้านพิกเซล (3,840 x 2,160 พิกเซล) จากซับพิกเซลสีแดง เขียวและน้ำเงิน หรือคิดเป็นความละเอียดที่มากกว่าทีวีแบบ Full HD ถึง 4 เท่านั่นเอง

ล่าสุด แอลจีได้นำเสนอเทคโนโลยีอันล้ำสมัยด้วยการแสดงผลหน้าจอแบบ M+ ที่โดดเด่นด้วย 4-Color Pixels ประกอบด้วยซับพิกเซล 4 สี ได้แก่ สีแดง (R) สีเขียว (G) สีน้ำเงิน (B) และสีขาว (W) หรือเรียกสั้นๆ ว่า RGBW ซึ่งมีความแตกต่างอยู่ที่การเพิ่มซับพิกเซลสีขาวนอกเหนือจากสีมาตรฐาน (สีแดง เขียวและน้ำเงิน) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายแสง ปรับค่าคอนทราสต์ ทีวีจึงแสดงผลภาพได้สว่าง แม่นยำ สมจริงยิ่งขึ้น และยังช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าหน้าจอแบบ RGB ถึง 35% เลยทีเดียว นอกจากนี้ หน้าจอแสดงผลแบบ M+ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีพาเนลแบบ In-Plane Switching หรือ IPS ที่จัดเรียงโมเลกุลพิกเซลทั้งหมดในแนวนอน ช่วยให้การรับชมคมชัดในทุกมุมมอง ผู้ใช้งานเพลิดเพลินกับความบันเทิงบนหน้าจอไม่ว่าจะนั่งอยู่มุมใดของห้อง

อาจมีคำถามว่า การเพิ่มซับพิกเซลสีขาวเข้ามาผสมกับสี RGB นั้น ทำให้แอลจี 4K TV ไม่สมบูรณ์แบบหรือไม่ คำตอบคือ ซับพิกเซลสีขาวไม่ได้ส่งผลต่อจำนวนรวม 8.3 ล้านพิกเซลแต่อย่างใด เนื่องจากหน้าจอ RGBW ประกอบด้วยโครงสร้างพิกเซลในแนวตั้งที่ 3,840 x แนวนอนที่ 2,160 = 8,294,400 หรือราว 8.3 ล้านพิกเซลนั่นเอง โดย LG 4K TV ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น VDE, Intertek และ International Committee for Display Metrology หรือ ICM ผู้บริโภคจึงมั่นใจในคุณภาพได้อย่างหายห่วง

ในฐานะผู้นำนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลก แอลจีได้มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งยังไม่ละทิ้งความสำคัญด้านการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เห็นได้จากการใช้เทคโนโลยี M+ และโครงสร้างซับพิกเซล RGBW ที่เพิ่มสีขาวเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลหน้าจอ ลดการปล่อยความร้อน พร้อมช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างเหนือระดับ

RECOMMENDED CONTENT

21.ตุลาคม.2022

เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนชาวไทย ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค จึงนำ “เสียง” หรือความคิดเห็นจากประชาชนภาคธุรกิจ มีส่วนร่วมในการส่งเสียงผ่านการสำรวจของ ‘Business of the People Poll’ ร่วมออกแบบและขับเคลื่อนโดย สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในจัดทำการสำรวจผ่านตัวแทนผู้ประกอบการไทยจำนวน 451 ตัวอย่าง โดยมุ่งเน้นหัวข้อไปที่ ‘ปัจจัย, ความท้าทาย, โอกาส และคำแนะนำ ในการเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต’ เพื่อที่จะทราบถึงความเข้าใจ ข้อเท็จจริง และแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากผู้ที่มีบทบาทจริงในภาคธุรกิจของประเทศไทย