fbpx

CONTACT US

DOODDOT VIDEOS

#ICON — เรื่องราวรอบบ้านของแบรนด์ IKEA และเรื่องราวของผู้ก่อตั้งที่ชื่อ Ingvar Kamprad
date : 29.มกราคม.2018 tag :

คืนวันที่ 27 มกราคม 2561 มีผู้ชายคนหนึ่งที่หลับใหลไปตลอดกาล ชายผู้นั้นมีชื่อว่า Feodor Ingvar Kamprad ชื่อที่ถ้าพูดถึงอาจไม่ใคร่มีใครรู้จัก แต่ถ้าบอกว่าเขาผู้ชายระดับตำนาน หนึ่งในผู้ก่อตั้ง IKEA แบรนด์สินค้าตกแต่งบ้านระดับโลก หลายคนก็จะต้องร้องอ๋อทันที

♦ From Match Seller to Small Shop Named IKEA ♦
—จากเด็กขายไม้ขีดไฟ สู่เจ้าของร้านขายเฟอร์นิเจอร์

Feodor Ingvar Kamprad เติบโตในหมู่บ้านเล็กๆ ในประเทศสวีเดน เขามีหัวคิดค้าขายมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เริ่มจากการปั่นจักรยานเร่ขายไม้ขีดไฟไปตามหมู่บ้านต่างๆ เมื่อเห็นว่าไปได้ดี คัมพราดเริ่มมองหาสินค้าอื่นๆ มาขาย ทั้งปลา อุปกรณ์ตกแต่งต้นคริสต์มาส เมล็ดพันธุ์พืช เรื่อยไปจนถึงปากกาลูกลื่น และดินสอ

คัมพราดได้เงินรางวัลเล็กๆ น้อยๆ จากพ่อของเขาเมื่ออายุ 17 ปี เขานำเงินจำนวนนี้มาเป็นทุนในการเปิดร้านขายของชำเล็กๆ และร้านชำนี้เองที่เป็นที่มาของชื่อ IKEA ซึ่งมาจาก อักษรตัวแรกในชื่อจริงของเขา (Ingvar Kamprad) ตามด้วยอักษรตัวแรกของชื่อฟาร์มที่ครอบครัวของเขาเติบโต (Elmtaryd) และตามด้วยอักษรตัวแรกของหมู่บ้านอันเป็นที่เกิดของเขา (Agunnaryd)

คัมพราดเริ่มต้นธุรกิจร้าน IKEA ของเขาจากการสั่งซื้อสินค้าทางไปรษณีย์ สินค้าในยุคแรกๆ ของเขาเป็นเพียงของใช้ทั่วไป อาทิ นาฬิกาข้อมือ กระเป๋าสตางค์ ต่อมาคัมพราดหันมาจับธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน เพราะเห็นว่าเก้าอี้จากแคตตาล็อกที่เขาทำขึ้นมาเองนั้น มียอดสั่งซื้อที่ดีมาก หลังจากนั้นเขาก็เริ่มมองหาผู้ผลิตจากท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุนการผลิต การเป็นการสนับสนุนท้องถิ่นอีกด้วย

♦ Becoming IKEA and Spread All Over The World ♦
—จากสวีเดน สู่ทั่วทุกมุมโลก

อิเกียร้านแรกของโลก เปิดขึ้นเมื่อปี 1958 ในชื่อ Möbel-IKÉA (Möbel แปลว่า เฟอร์นิเจอร์ ในภาษาสวีดิช) ก่อนที่จะขยายสาขาไปทั่วประเทศ และเริ่มขยับขยายไปยังต่างประเทศ ด้วยการเปิดสาขาแรกในนอร์เวย์ เมื่อปี 1963 ก่อนจะขยับขยายไปทั่วภูมิภาคยุโรป และไปยังทวีปอื่นๆ ทั้งเอเชีย อเมริกา ออสเตรเลีย หรือแม้แต่ละตินอเมริกา

ไม่ใช่แค่จำนวนสาขา ที่ปัจจุบัน IKEA มีมากกว่า 400 สาขาในกว่า 50 ประเทศ แต่ขนาดของอิเกียที่ใหญ่และใช้พื้นที่มาก ก็ทำให้ผู้คนที่เข้ามาซื้อหาสินค้าที่อิเกีย ต้องใช้เวลาเกือบทั้งวันในการจับจ่ายแต่ละครับ IKEA สาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ สาขาสถานีรถไฟความเร็วสูงควางมยอง ด้วยขนาดพื้นที่ 59,000 ตารางเมตร

ส่วน IKEA สาขาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น กำลังจะเปิดในเดือนมีนาคม 2561 นี้ ก็คือ IKEA สาขาบางใหญ่ ประเทศไทย ด้วยขนาด 50,278 ตารางเมตร ซึ่งเป็นสาขาที่สองของอิเกียประเทศไทย โดยสาขาที่สามจะเปิดที่เมการังสิต แต่ยังไม่มีกำหนดปีที่จะเปิดให้บริการ

♦ A Walk into the IKEA ♦
—จากโชว์รูมธรรมดา สู่ผังร้านอันชาญฉลาด

ผังร้านอิเกียในยุคแรกนั้นมีลักษณะตามเข็มนาฬิกา โดยคัมพราดตั้งใจให้ลูกค้าเริ่มต้นสัมผัสกับเฟอร์นิเจอร์นานาชนิดโดยแบ่งหมวดตามห้องต่างๆ ตั้งแต่ห้องรับแขก ห้องนอน เรื่อยไปจนถึงห้องน้ำ และห้องครัว ซึ่งผังแบบที่ว่านี้นั้นถูกใช้กับอิเกียทุกสาขาทั่วโลก

แต่ในขณะเดียวกัน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า อิเกียจึงออกแบบให้โชว์รูปมีเส้นทางลัดไปยังห้องที่ลูกค้าต้องการโดยเฉพาะ รวมถึงที่อิเกียบางใหญ่ จะเป็นสาขาแรกในโลกที่ลูกค้าสามารถจ่ายเงินที่แคชเชียร์และออกจากร้านได้เลยในจุด Market Hall โดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่าน Shelf Serve และไปยังจุด Cashier เหมือนกับร้านอิเกียทั่วๆ ไป

อิเกียหลายสาขาในโลกมีผังที่แตกต่างกันออกไป ผังมาตรฐานของอิเกียจะอยู่ที่สองชั้น ชั้นบนคือโชว์รูป ร้านอาหารและคาเฟ่ ส่วนชั้นล่างคือ Market Hall และ Shelf Serve ในขณะที่บางสาขามีเพียงแค่ชั้นเดียว แต่ผังในการเดินจะมีลักษณะเดียวกัน รวมถึงในสาขาที่ต้องใช้พื้นที่จำกัดอย่างฮ่องกง ที่ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า ไม่ใช่สาขา stand alone ผังการเดินจึงมีเส้นทางเดียว และจบที่จุด Cashier

♦ A Place for Everyone Not Only for Someone ♦
—จากร้านขายเฟอร์นิเจอร์ธรรมดา สู่พื้นที่สำหรับทุกคนในครอบครัว

นอกจากเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งบ้าน และสินค้าอื่นๆ แล้ว อิเกียมองว่า หลายๆ ครั้งลูกค้าของเขาคือครอบครัว ที่ชี้ชวนกันมาเดินเลือกซื้อของที่มีประโยชน์ใช้สอยทั้งแบบร่วมกันและส่วนตัว อิเกียจึงมีโซนอื่นๆ เพื่อรองรับพฤติกรรมของทุกคนในครอบครัว อาทิ ที่ปรึกษาด้านการออกแบบและตกแต่งบ้าน ร้านอาหาร คาเฟ่ และสวนสนุกสำหรับเด็ก

อิเกียทุกสาขาจะต้องมีสถาปนิกและมัณฑนากรที่รับหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์หลากหลายประเภทของอิเกียเป็นแบบประกอบเอง ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่นเพื่อประหยัดพื้นที่ในการขนส่ง อีกทั้งยังสร้างกิจกรรมง่ายๆ ในครอบครัว เพราะเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ของอิเกียนั้นใช้วัสดุที่เรียบง่าย คงทน และมีน้ำหนักเบากว่าแบรนด์อื่นๆ

ร้านอาหารอิเกีย ถือเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่วัฒนธรรมแบบสวีดิชไปทั่วทุกมุมโลก อาหารแบบสวีดิชหลายรายการถูกบรรจุไว้ในเมนูจานหลัก และสอดแทรกด้วยเมนูท้องถิ่นของแต่ละที่ อาทิเช่น อาหารฮาลาลสำหรับประเทศมุสลิม หรืออาหารโคเชอร์สำหรับชาวยิว

ที่น่ารักก็คือ อิเกียจะมีเครื่องดื่มราคาไม่แพงและสามารถรีฟิลได้ตลอดในร้านอาหาร แต่ทุกสาขาในสวีเดนจะพิเศษกว่านั้น ตรงที่ทุกร้านนำเอาไลน์เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมออก และใส่ไลน์น้ำผลไม้เข้าไปแทน เป็นห่วงสุขภาพลูกค้าเป็นที่สุด

อีกหนึ่งพื้นที่สำหรับเด็กๆ ก็คือ Småland (แปลว่า small land) ซึ่งตั้งชื่อตามจังหวัดบ้านเกิดของคัมพราด โดยลานละเล่นสำหรับเด็กนี้ เป็นที่สำหรับให้ครอบครัวได้ฝากเด็กๆ ไว้กับพี่เลี้ยง เพื่อให้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสินค้ามากขึ้นนั่นเอง

♦ Call Me ‘BILLY’, Not ‘A Bookcase’ ♦
—จากชื่อเมือง สู่ชื่อเฟอร์นิเจอร์

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของเฟอร์นิเจอร์อิเกีย ที่ออกแบบมาอย่างโดดเด่น เรียบง่าย เป็นเอกลักษณ์ ตามแบบฉบับสแกนดิเนเวี่ยนดีไซน์แล้ว ชื่อเรียกของเฟอร์นิเจอร์แต่ละชนิดก็ถือว่าเป็นเรื่องสนุกที่จะเรียนรู้กันเสียหน่อย เพราะทีมงานอิเกียไม่ได้ตั้งตื่อกันตามตำราตั้งชื่อลูกแบบของไทย หากแต่ยึดเอาประเภทของสินค้า มาจับเข้ากับประเภทของชื่อเฉพาะต่างๆ

อาทิ ชื่ออาชีพต่างๆ ในภาษาสวีดิช นำมาเป็นชื่อรุ่นของ ชั้นหนังสือ / ชื่อทะเลสาบ แม่น้ำ และอ่าว ภาษาสแกนดิเนเวี่ยน นำมาเป็นชื่อรุ่นของสินค้าภายในห้องนอน / ชื่อผู้ชายยอดนิยมในภาษาสวีดิช มาเป็นชื่อรุ่นเก้าอี้ และโต๊ะ / ส่วนชื่อผู้หญิง นำมาเป็นชื่อรุ่นเครื่องนุ่งห่ม และผ้าม่าน

แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากคัมพราด ผู้ซึ่งเป็นโรค Dyslexia (มีปัญหาด้านการอ่าน เช่น สะกดคำไม่ได้ หรืออ่านเร็วจนจับใจความได้ยาก) ต้องการจะให้เฟอร์นิเจอร์รุ่นต่างๆ ถูกจดจำได้ง่ายขึ้น มากกว่าการระบุเป็นตัวเลขหรือตัวอักษร

♦ Buy IKEA and Helping The World ♦
—จากมือคุณ สู่มือของทุกคน

อิเกียเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ด้วยผลกำไรมหาศาล ในขณะเดียวกันอิเกียก็ยังคงมั่นคงในเจตนารมย์ที่จะช่วยเหลือสังคมอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่อย เริ่มจากการที่โรงงานผลิตสินค้าของอิเกีย บางส่วนเลือกใช้โรงงานของท้องถิ่น และจ้างแรงงานท้องถิ่นในการผลิต รวมถึงวัสดุที่ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นโยบายที่สำคัญก็เช่น การงดเว้นการใช้สาร PVC ซึ่งมีส่วนในการทำลายชั้นโอโซนในชั้นบรรยากาศโลก ลดการใช้สารโครเมี่ยม แคดเมี่ยม และฟอร์มัลดีไฮด์ กับส่วนที่ไม่จำเป็น แล้วหันมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้ รวมถึงนโยบายการปลูกป่าสำหรับการใช้ไม้ในเฟอร์นิเจอร์โดยเฉพาะ

ที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดก็คือการงดใช้ถุงพลาสติกของอิเกีย จะเห็นว่าลูกค้าทุกคนของอิเกียจะไม่มีการหิ้วถุงพลาสติกออกมาเลย อิเกียมีถุงที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้วางขาย ซึ่งถุงที่ว่าก็กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในวงการแฟชั่นอีกด้วย

นอกจากการให้กลับกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ทางด้านสังคม อิเกียก็ให้กลับเช่นกัน ด้วยการเป็นพาร์ทเนอร์กับ UNICEF และมีการส่งของเล่นไปให้กับเด็กๆ ผู้ประสบภัยพิบัติและภัยสงครามในพื้นที่ต่างๆ อยู่เสมอ

♦ With Best Always Come With Bad ♦
—จากรายได้มหาศาล สู่วิกฤตินับไม่ถ้วน

จะเห็นได้ว่า แม้ว่าอิเกียจะครองใจคนทั่วโลกก็ตาม ด้วยความภักดีในแบรนด์ คุณภาพของสินค้า หรือแม้แต่การโหมโฆษณาอย่างหนัก แต่อิเกียก็มักจะมีโอกาสประสบเข้ากับข่าวคราวที่อาจสร้างวิกฤติ และอาจทำให้หุ้นตกตัวแดงบนกระดานได้อยู่เสมอ

อาทิ การก่อสร้างสโตร์ของอิเกียในหลายประเทศ ต้องแลกมากับการทำลายสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น สุสานสำคัญสิบแห่ง ในเมืองนานจิง ประเทศจีน ถูกทำลายก่อนที่คณะทำงานทางโบราณคดีจะเข้าสำรวจขุดค้น

การพยายามล็อบบี้รัฐบาลไอร์แลนด์ เพื่อให้อนุโลมการใช้กฏหมายห้ามการก่อสร้างห้างค้าปลีกขนาดใหญ่กว่า 6,000 ตารางเมตร เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายและรายได้ที่ลดลงกับร้านค้าปลีกขนาดเล็ก และร้านค้าชุมชนอื่นๆ

รวมถึงข่าว Scandal อื่นๆ ของตัวผู้ก่อตั้งอย่าง Feodor Ingvar Kamprad เอง ก็มีปรากฏอยู่ตามสื่อเป็นระยะ เรียกได้ว่า ท่ามกลางชื่อเสียงของอิเกีย ก็มีชื่อเสียปรากฏตามมาเช่นกัน

♦ IKEA Fun Facts ♦
—จากแบรนด์ดัง สู่เรื่องจริงเบื้องหลัง

เหล่านี้คือ Fun Facts ของอิเกียที่เราพอจะรวบรวมมาได้

• อิเกียมีแพลนที่จะเปิดโรงแรมราคาประหยัดตามเมืองต่างๆ ทั่วโลก แน่นอนว่าในนั้นจะต้องใช้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นของ IKEA โดยล่าสุดได้ลงนามความร่วมมือกับเครือ Marriot เพื่อสร้างโรงแรมในชื่อ Moxy

• นับตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน อิเกียขายเมนู Meatball ไปแล้วมากกว่า 150 ล้านจาน!

• เฟอร์นิเจอร์หลายรุ่นของอิเกีย อาจมีชื่ออื่นในประเทศอื่นๆ เพราะบางคำอาจมีความหมายในทางลบ เช่น โต๊ะคอมพิวเตอร์ รุ่น Jerker สเปรย์รดน้ำต้นไม้ รุ่น Fukta ขาโต๊ะทำครัวรุ่น Faktum และชุดเก้าอี้รับแขกกลางแจ้งรุ่น Askholmen

• ฐานการผลิตหลักของอิเกีย 60% อยู่ในทวีปยุโรป ไม่ได้อยู่ในประเทศจีนอย่างที่หลายคนคิด

• ปีหนึ่งๆ มีประชากรโลกเข้าไปเดินเล่นในอิเกียมากกว่า 700 ล้านคน!

• แคตตาล็อกอิเกีย ตีพิมพ์มาแล้วมากกว่า 250 ล้านฉบับ ซึ่งมากกว่าคัมภีร์ไบเบิ้ลเสียอีก อีกทั้งงบการตลาด 70% ของอิเกีย ทุ่มทุนให้กับแคตตาล็อกรายปี ที่ตีพิมพ์เป็นภาษาต่างๆ 30 ภาษาทั่วโลก

• สินค้าที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของอิเกีย คือชั้นหนังสือรุ่น BILLY ที่ Buzzfeed เคยสำรวจมาว่า เดือนหนึ่งอาจทำยอดขายได้มากกว่า 500,000 ชิ้น นั่นหมายถึงทุกๆ 10 วินาที จะต้องมีคนซื้อเจ้าชั้นหนังสือนี้

• ถ้าเอาเฟอร์นิเจอร์ที่อิเกียผลิตมาตั้งแต่ก่อตั้งมาวางเรียงกัน ก็จะได้สระว่ายน้ำโอลิมปิกจำนวน 9,000 สระ (รู้ไปทำไม!)

• ปัจจุบันอิเกียมีพนักงานทั้งฝ่ายผลิตและฝ่ายขายมากกว่า 150,000 คน แต่รู้หรือไม่ว่าในช่วงปี 1980s อิเกียเคยมีแรงงานฝ่ายผลิตเป็นนักโทษจากคุกในคิวบาด้วย

♦ From Rich To Rest …in Peace ♦
—จากคนรวย สู่คนหลับใหล …ไปตลอดกาล

กลับมาที่เรื่องราวของผู้ก่อตั้ง Feodor Ingvar Kamprad ด้วยธุรกิจจากร้านขายของชำเล็กๆ สู่เชนเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ส่งผลให้เขาคือหนึ่งในผู้ที่ร่ำรวยที่สุดของทวีปยุโรป รองจาก Amancio Ortega (เจ้าของ Inditex Fashion Group ผู้มีแบรนด์เสื้อผ้าในเครืออย่าง Zara, Bershka และ Pull & Bear)

หลังจากที่เขาใช้ชีวิตในสวิตเซอร์มายาวนานกว่าค่อนชีวิต ในปี 2014 เขาก็ได้กลับมาใช้ชีวิตในบ้านเกิดเมืองนอน ประเทศสวีเดน อีกครั้ง คัมพราดเคยให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ช่อง TSR ของสวิตเซอร์แลนด์ว่า เขายังคงใช้ชีวิตในแบบอย่างที่เคยทำ เขายังคงขับรถ Volvo 240 คันเก่าและคันเก่ง บินเครื่องบินชั้นประหยัด หรือแม้แต่แวะเวียนไปที่อิเกียสาขาต่างๆ เป็นครั้งคราว เพื่อแวะทานอาหารในร้านอาหาร

ในเดือนกรกฎาคม ปี 2013 คัมพราดได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งสูงสุดของบอร์ดผู้บริการ IKEA Holding SA โดยให้ลูกชายของเขาดำรงตำแหน่งและถือหุ้นแทน เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นถัดไปได้มีโอกาสในการพัฒนาธุรกิจที่เขาเป็นคนลงทุนลงแรงมา

แม้ว่าคืนวันที่ 27 มกราคม 2561 คัมพราดจะหลับใหลและจากไปตลอดกาล แต่เชื่อแบรนด์ระดับตำนานอย่าง IKEA จะไม่มีวันจบลงง่ายๆ และยังคงเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และเครื่องแต่งบ้านในใจของคนทั่วโลกต่อไปอย่างแน่นอน

RECOMMENDED CONTENT

14.มิถุนายน.2019

ทรู ดิจิทัล พาร์ค เปิดบ้านให้เราเข้าไปเยี่ยมชม Work Space ที่เชื่อในแนวคิด Open Innovation ซึ่งสนับสนุนการทำงานในโลกยุคใหม่ที่ไม่ต้องมีออฟฟิศประจำ แต่ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างอิสระใน Sharing Space ที่มีหลากหลายองค์กรอยู่ร่วมกัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดบทสนทนา เกิดการแลกเปลี่ยนไอเดียใหม่ๆ ช่วยสร้างคอมมิวนิตี้ของคนทำงานเข้าด้วยกัน