fbpx

CONTACT US

#Design | เมื่อ Social Distancing กลายเป็น New Normal ยินดีต้อนรับสวนเเห่งโลกอนาคต แรงบันดาลใจของการเว้นระยะห่างทางสังคม
date : 8.พฤษภาคม.2020 tag :

มีการคาดการณ์ว่า วัฒนธรรม ‘ห่างกันสักพัก’ หรือ Social Distancing ที่ผ่านมา อาจกลายเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ ‘New Normal’ สำหรับชาวโลกต่อไป ภูมิสถาปนิกและนักออกแบบภายในสัญชาติออสเตรีย Studio Precht’ ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ทำการออกแบบสวนสาธารณะแห่งโลกอนาคตหลังยุคโควิด  ที่อนุญาตให้คนเมืองกลับมาใช้พื้นที่สีเขียวทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อีกครั้งหนึ่ง

ก่อนหน้าที่จะมีโควิด สวนสาธารณะเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีคนมาใช้เวลาทำกิจกรรมอยู่ในนั้นในปริมาณไม่น้อยเลยต่อวัน ทำให้บางครั้งไม่สามารถหลีกเลี่ยงความแออัดได้ แทบเป็นไปไม่ได้เลยถ้าหากว่าคนต้องการจะสูดอากาศบริสุทธิ์จริงๆ หรืออยากปลีกวิเวกเงียบๆ จริงๆ คนเดียว โดยเฉพาะเวลาที่ไวรัสระบาดเช่นที่ผ่านมา สวนสาธารณะไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยขนาดนั้น จากความคิดนี้ พวกเขาจึงทำการออกแบบแปลน ‘Parc de la Distance’ (ปาร์ค เดอ ลา ดิสตองซ์) สวนสาธารณะที่ให้เราสามารถเดินเงียบๆ คนเดียวไม่ยุ่งกับใครได้แม้ว่ากำลังใช้พื้นที่ร่วมกับคนอื่นก็ตาม 

“ความตั้งใจแรกของเราคือ อยากให้คนเมืองกลับไปใช้ชีวิตในสวนสาธารณะได้ตามปกติ แถมเงียบสงบมากขึ้นกว่าเดิม ตัดขาดจากเสียงรถรา และความวุ่นวายของเมืองโดยสิ้นเชิง” Chris Precht สถาปนิกแห่ง Studio Precht กล่าว 

เขาบอกว่า ในแง่หนึ่งสวนสาธาณะควรทำหน้าที่เชื่อมโยงตัวเรากับธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็ควรเชื่อมโยงตัวเรากับจิตใจภายในของเราด้วย เพราะบางครั้งคนเราวุ่นวายกับโลกข้างนอกมากเกินไป มันคงจะดีมากหากมีที่ที่เราสามารถปิดโลกภายนอกได้สักพัก เพื่อการกลับมาเชื่อมต่อกับโลกภายนอกอีกครั้ง นี่จึงเป็นที่มาของไอเดีย ‘Being alone in public’ ในโปรเจ็กต์นี้

สวนสาธารณะในอนาคต ดีไซน์เหมือนกับเขาวงกตหรือลายนิ้วมือมนุษย์แห่งนี้ ออกแบบให้คนที่เข้ามาสามารถเดินอยู่บนเลนของตัวเองได้อย่างอิสระ ไม่ชนกับใคร ตั้งแต่ทางเข้าจนถึงทางออก ทางเดินปูด้วยกรวดหินสีเเดงอิฐ และมีความกว้างถึง 8 ฟุต ทำให้มีที่เหลือเฟือแน่นอนสำหรับการเดินสวนกัน แต่ละช่องทางเดินมีระยะทางยาวเกือบ 2,000 ฟุต หรือราวๆ เกือบ 1 กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงต้นไม้สูงเกือบ 3 ฟุต เพื่อการดูแลที่ง่าย ทนทาน ไม่ต้องบำรุงเยอะ และที่สำคัญยังเป็นการนำไอเดียการออกแบบสวนสไตล์บาโรก (Baroque) ของฝรั่งเศสมาใช้ โดยออกแบบแนวกำแพงต้นไม้ให้มีความสูงต่างระดับกัน เพื่อให้ผู้เข้ามาเดินได้รับประสบกาณ์เหมือนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางป่าธรรมชาติจริงๆ และยังทำให้มองเห็นแลนด์สเคปไปได้ไกลๆ ให้รู้สึกว่าไม่ได้กำลังหลงทาง จนกระทั่งเจอน้ำพุที่ตั้งเป็นแลนด์มาร์ก นั่งพักผ่อนแป๊บ ก่อนจะเดินต่อถึงทางออก ซึ่งการเดินทั้งหมดจะใช้เวลาราว 20 นาทีโดยประมาณ 

สำหรับโปรเจ็กต์นี้ พวกเขาฝันจะสร้างขึ้นในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ก่อนเป็นอันดับแรก ถึงแม้ว่าตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของข้อเสนอกับทางเมือง แต่ทางสตูดิโอยืนยันว่า ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ ต้องเวิร์คมากแน่ๆ และจะเป็นต้นแบบให้สวนสาธารณะแห่งโลกอนาคตที่จะมาเปลี่ยนวิถีของคนเมืองอื่นๆ ทั่วโลกได้

RECOMMENDED CONTENT

13.ธันวาคม.2019

หลังจากยอดขายถล่มทลายทั่วโลก นี่คือสุดยอดเมนูนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เอ้ย ล่าสัตว์! ครั้งแรกจาก ‘ทาโก้ เบลล์’ (Taco Bell) ที่ทาโก้จะโนแป้ง!