fbpx

CONTACT US

รวม 9 สุดยอด Collaboration ที่เขย่าวงการแฟชั่นปี 2014
date : 17.ธันวาคม.2014 tag :

ถ้าจะมีอะไรสักอย่างที่ทำให้พวกเราเต็มใจตื่นแต่เช้าเพื่อไปยืนต่อแถวเข้าคิวเป็นชั่วโมงๆ เพื่อให้ได้ไอเท็มเสื้อผ้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่หมายตามานาน ก่อนที่จะโดนคนอื่นสอยไปจนหมดเกลี้ยงแล้วล่ะก็ เห็นจะเป็นดีไซเนอร์คอลเล็คชั่นที่เป็นผลผลิตสุดพิเศษจากการจับมือร่วมกันระหว่างแบรนด์แฟชั่นระดับโลกและดีไซเนอร์ รวมถึงศิลปินชื่อดัง ซึ่งในปี 2014 นี้เรียกได้ว่าวงการแฟชั่นนั้นเต็มไปด้วยสีสัน และความตื่นตาตื่นใจของการ collaboration เจ๋งๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาของการจับมือกันระหว่างแบรนด์ไฮสตรีทยักษ์ใหญ่  Topshop และแฟชั่นไอคอนตลอดการอย่าง Kate Moss ที่เขย่าวงการแฟชั่นไฮสตรีท รวมถึงโลกของสาวๆมาแล้วทุกคนเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ไปจนถึงการจับมือที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และอาจจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแล้ว ระหว่าง Riccardo Tisci ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Givenchy และ Nike แล้วไหนจะการจับมือสุดพิเศษที่หนุ่มสาวทั่วโลกต่างรอคอยอย่าง H&M x Alexander Wang อีกล่ะ เรียกได้ว่าแต่ละโปรเจ็กต์นั้นไม่มีคำว่าธรรมดาอยู่ในพจนานุกรม วันนี้เราจึงได้รวบรวมและคัดเลือก 9 สุดยอด Collaboration ที่เขย่าวงการแฟชั่นปี 2014 ให้ทุกคนได้ชมกันส่งท้ายปี จะมีคอลเล็คชั่นโปรดของคุณติดอยู่หรือไม่ เลื่อนลงไปดูพร้อมๆกันเลยดีกว่า

null

A.P.C. Kanye

เริ่มกันที่ผลงานการ Collaboration ระหว่าง A.P.C แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังสัญชาติฝรั่งเศส และ Kanye West ศิลปินฮิปฮอปชาวอเมริกันที่คนทั่วโลกรู้จัก ที่ในปีนี้ถือเป็นครั้งที่สองที่หนุ่ม Kanye ได้ร่วมมือออกแบบคอลเล็คชั่นเสื้อผ้ากับทาง A.P.C. โดยเปิดตัวคอลเลคชั่น Fall 2014 ไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งในการ collaborate ครั้งนี้ ทั้ง Kanye และ Jean Touitou เจ้าของแบรนด์  A.P.C. ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบเสื้อผ้ามากจากเครื่องแต่งกายแบบทหารหรือ military ซึ่งทั้งคู่ได้ร่วมกันดีไซน์และแชร์ไอเดีย โดยยังคงกลิ่นอายความเป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์อยู่ ผลที่ออกมาก็คือเสื้อผ้าแนว military ที่มีทั้งความเท่ หรู แต่ใส่สบาย สามารถใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งคอลเล็คชั่นมีให้เลือกทั้งหมดรวมกัน 14 ชิ้น อาทิ กางเกงยีนส์, เสื้อยืด, เสื้อฮูดแขนสั้นและแขนยาวเป็นต้น แต่ละแบบจะมีดีไซน์ออกมาเรียบๆ แต่แฝงความ exclusive พิเศษเล็กๆโดยแอบมีแท็กยี่ห้อ A.P.C. Kanye ติดอยู่ในเสื้อผ้าแต่ละชิ้น ถือเป็นคอลเล็คชั่นสุดพิเศษที่เอาใจสาวกสตรีทแวร์แบบเต็มๆ ซึ่งผลงานคอลเล็คชั่นนี้ที่ต่างประเทศ ได้ขายหมดเกลี้ยงภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่คอลเล็คชั่นนี้ถือเป็นการร่วมมือระหว่าง Kanye และ A.P.C. เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ Kanye จะไปร่วมงานกับ adidas อย่างเต็มตัว

 

null

H&M x Alexander Wang

ไม่มีครั้งไหนที่การจับมือกันระหว่าง H&M กับดีไซเนอร์ชื่อดังจะไม่เป็นที่ฮือฮา โดยเฉพาะสำหรับฤดูกาลล่าสุดที่เมื่อ H&M ได้ประกาศว่าจะจับมือร่วมกับ Alexander Wang ดีไซเนอร์ชื่อดังจากนิวยอร์ก ก็ดูเหมือนจะจุดประกายให้หนุ่มสาวหัวใจสปอร์ตทั่วโลกต่างตั้งหน้าตั้งตารอกันเป็นแถว เพราะขึ้นชื่อว่าเป็น “Alexander Wang” เสียอย่าง ใครบ้างจะไม่อยากได้? Wang ถือเป็นดีไซเนอร์ชาวอเมริกันคนแรกที่จับมือกับ H&M คอลเล็คชั่นเสื้อผ้าที่เขาออกแบบจึงอัดแน่นไปด้วยดีเอ็นเอเท่ๆของหนุ่มสาวสปอร์ตแวร์สไตล์นิวยอร์ก ที่เน้นย้ำประโยชน์ในการใช้สอยควบคู่ไปกับความสวยงามของเสื้อผ้าที่สวมใส่ คอลเล็คชั่นที่ Wang สร้างสรรค์ขึ้นจึงประกอบไปด้วยเครื่องแต่งกายที่ทำขึ้นใหม่หมดทั้งสิ้นถึง 23 ชิ้นด้วยกัน อาทิ กางเกงรัดรูปสำหรับวิ่ง โอเวอร์โค้ตแบบนักสกี หรือจัมเปอร์ปั๊มลายคำว่า “WANG” พร้อมทั้งแอกเซสเซอรี่ส์ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสร้างความแปลกใหม่และอารมณ์ขัน อาทิ กระเป๋าเป้ผ้าตาข่ายที่มีหมวกอาบน้ำไนลอนซ่อนอยู่เพื่อใส่กันฝน หรือนวมชกมวยหนังขนาดเท่าของจริง และยังมีขนาดจิ๋วแบบพวงกุญแจไว้ห้อยกระเป๋าเป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าคอลเล็คชั่นดังกล่าวได้ขายจนหมดเกลี้ยงภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง ใครที่คิดจะมาซื้ออีก 2-3 วันถัดไปแบบชิลล์ๆนี่เรียกได้ว่าคิดผิดถนัด

 

null

Converse x Maison Martin Margiela

เป็นอีกครั้งที่รองเท้าผ้าใบ street wear สุดคลาสสิคอย่าง Converse จับมือร่วมกับแบรนด์แฟชั่นสุดล้ำ Maison Martin Margiela จากฝรั่งเศส หลังจากที่เมื่อปลายปีที่แล้วทั้งสองแบรนด์ได้เปิดตัวคอลเล็คชั่นรองเท้า “Converse x Maison Martin Margiela”  โดยเนรมิตรองเท้ารุ่นคลาสสิคสองรุ่นอย่าง Chuck Taylor All Star และ Jack Purcell ให้ออกมาเป็นซิกเนเจอร์ลุคของ Maison Martin Margiela สุดๆ กับการทำให้ตัวรองเท้าทั้งหมดเป็นสีขาว ซึ่งความพิเศษอยู่ตรงที่เทคนิค ที่ทั้งรองเท้าถูกจุ่มลงไปในเพ้นท์สีขาว ดังนั้นทั้งตัวเชือก ลิ้นรองเท้า และส้นรองเท้าถูกอาบด้วยสีขาวทั้งหมด และเมื่อรองเท้าคอลเลคชั่นนี้ถูกสวมใส่ พื้นผิวสีขาวด้านนอกจะค่อยๆแตกออกมาทีละนิดๆจนเห็นสีของพื้นผิวผ้าใบแท้ๆของรองเท้า Converse ซึ่งถือเป็นไอเดียที่ล้ำและไม่เหมือนใครเลยจริงๆ โดยทาง Maison Martin Margiela ได้อธิบายถึงไอเดียนี้ว่า “ทางแบรนด์ของเราหลงไหลในสีขาวมาโดยตลอด และคราวนี้เราใช้สีขาวเป็นเลเยอร์เพื่อซ่อนเร้นอะไรบางอย่างข้างใต้ เราทรีทมันเหมือนเป็นบทกวี ที่พอผ่านไปตามการเวลา รองเท้าจะเปิดเผยตัวมันเองในที่สุด” เพราะอย่างนี้เอง จึงไม่แปลกใจแม้แต่นิดเดียวว่าทำไมรองเท้าคอลเล็คชั่นนี้ถึงโด่งดังและเป็นที่นิยมของนักสะสม Converse กันนัก ส่วนคอลเล็คชั่นที่สองที่ปล่อยออกมาในปีนี้ คือรุ่นที่ถูกพัฒนามาจากรุ่นแรก ดูภายนอกอาจจะไม่มีอะไรต่างกันมากนัก แต่อันที่จริงแล้วรองเท้า Converse สำหรับคอลเล็คชั่นนี้ ตัวรองเท้าทำจากหนังทั้งหมด เนื่องจากสีขาวที่เคลือบส่วนที่เป็นผ้าใบของรองเท้าในคอลเล็คชั่นแรกนั้นไม่ค่อยแตกออกดีเท่าที่ควร เพราะตัวสีขาวได้ซึมซับเข้าไปในส่วนที่เป็นผ้าใบ ดังนั้นสำหรับคอลเล็คชั่นที่สองนี้ ทาง Margiela เลยใช้รองเท้า Converse ที่เป็นหนังแทน แต่จะยังไงก็แล้วแต่ เทคนิคการจุ่มสีดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานที่ลงตัวรวมถึงความเป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังฉีกกฎการออกแบบรองเท้าผ้าใบเดิมๆอย่างสิ้นเชิง เชื่อว่าครั้งนี้ถือเป็นการ collaborate ที่น่าจะเป็นที่จดจำของทุกคนไปอีกนาน

 

null

Louis Vuitton Iconoclasts Series

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยาวนานกว่า 160 ปี ของ Louis Vuitton ทั้งชื่อเสียง ความนิยม รวมไปถึงการเป็นที่ยอมรับในฐานะแบรนด์เนมระดับตำนานแถวหน้าของโลก ทางแบรนด์จึงจัดทำโปรเจ็คท์พิเศษ “Iconoclast Project” โดยการดึงเอาสุดยอดดีไซเนอร์ชั้นนำของโลก 6 คนอย่าง “Karl Lagerfeld” หัวเรือใหญ่แห่ง Chanel, “Rei Kawakubo” ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ Comme des Garcons, “Christian Louboutin” ดีไซเนอร์ชื่อดังผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์รองเท้าพื้นแดงที่ผู้หญิงทั่วโลกหลงใหล “Mark Newman” นักออกแบบจากออสเตรเลีย “Cindy Sherman” ช่างภาพชื่อดัง และ “Frank Gehry” สถาปนิกมากรางวัลระดับโลกจากแคนาดา เพื่อให้แต่ละดีไซเนอร์ได้ออกแบบและตีความโลโก้  “LV” สุด iconic ในแบบฉบับของตัวเองในคอลเล็คชั่น “Celebrating Monogram” ที่มีทั้งกระเป๋าถือ กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าคลัทช์ และเป้สะพายหลังเป็นต้น ถือเป็นการเพิ่มเติมกลิ่นอายทันสมัยที่ทั้งสดและใหม่ให้แก่แบรนด์ที่มีอายุยาวนานถึง 160 ปี ได้อย่างลงตัวมากๆ

 

null

“i am OTHER” Pharrell Williams x Uniqlo

ไม่ว่าหนุ่ม Pharrell Williams ศิลปิน นักดนตรี โปรดิวเซอร์ และแฟชั่นไอคอนแห่งยุค จะจับ หรือจะทำอะไร ก็เป็นเงินเป็นทองไปเสียหมด รวมถึงการจับมือกับ Uniqlo ออกคอลเล็คชั่นเสื้อผ้าสุดคูล “i am OTHER” ที่เขาร่วมออกแบบกับ NIGO เพื่อนสนิท และครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ของ UT แบรนด์เสื้อยืดของ Uniqlo ซึ่งสำหรับคอลเล็คชั่นนี้ Pharrell ได้ใส่ความคิดสร้างสรรค์และคำคมโดนๆอย่าง “Think Other” และ “The Same is Lame” ลงไปอย่างเมามัน มีทั้งเสื้อยืดผู้ชายและเสื้อยืดผู้หญิงถึง 14 สีและแพทเทิร์นด้วยกัน อีกทั้งยังมีหมวกแก๊ปเบสบอลถึง 7 สไตล์ รวมถึงเสื้อฮู้ด เสื้อสเวตเชิ้ต  และโค้ชแจ็คเก็ต ซึ่งความตั้งใจของหนุ่ม Pharrell สำหรับคอลเล็คชั่นดังกล่าวนี้ ก็เพื่อต้องการให้คอลเล็คชั่นนี้เป็นหนึ่งฟันเฟืองของการขับเคลื่อน Pop Culture ให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคตนั่นเอง

 

null

Nike x Riccardo Tisci

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อ Riccardo Tisci ครีเอทีฟหัวเรือใหญ่แห่ง Givenchy จับมือร่วมกับแบรนด์เครื่องกีฬายักษ์ใหญ่อย่าง Nike? ผลที่ออกมาก็คือคอลเล็คชั่นรองเท้าสุดเปรี้ยวและลักชัวรี่ ที่หนุ่มสาวสตรีทแวร์และไฮแฟชั่นเห็นแล้วเป็นต้องตาโต ก่อนหน้านี้ Tisci ก็ได้เคยออกแบบคอลเล็คชั่นพิเศษให้กับแบรนด์รองเท้าสรีทอย่าง Converse มาแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า กลายเป็นหนึ่งในฮ๊อตไอเท็มที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าทุกคนต้องเป็นเจ้าของ พอมาปีนี้ สำหรับคอลเล็คชั่นสุดพิเศษกับ Nike ทาง Tisci ก็ได้แปลงโฉมรองเท้ารุ่นอมตะอย่าง Air Force 1 ให้มีกลิ่นอายความเป็นแฟชั่นยิ่งกว่าเดิม โดยยังคงเอกลักษณ์ของรองเท้ารุ่นดังกล่าว ด้วยการให้ตัวรองเท้ามีพื้นเป็นสีขาวทำจากหนังวัวระดับพรีเมียม แต่ได้แต่งเติมสีสันและลวดลายให้ดูสดใสและเฉี่ยวยิ่งขึ้นเพื่อสื่อถึงความเป็นแฟชั่นแอกเซสเซอรี่ส์ของรองเท้า Nike โดยมีให้เลือกใส่ถึง 4 สไตล์ด้วยกัน ทั้งแบบ Low, Mid และ High ตามตัวโมเดลของรองเท้ารุ่น Air Force 1 และแบบ Knee-high boots ความสูงระดับเข่า เรียกได้ว่าเป็นคอลเล็คชั่นรองเท้าของ Nike ที่เปรี้ยว เฉี่ยว แรง และล้ำสมัยที่สุดคอลเล็คชั่นหนึ่งเลยทีเดียว

 

null

adidas Originals by NIGO

หลังจากที่ NIGO ได้ลาออกจากตำแหน่งครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ของ BAPE เมื่อปีที่แล้ว ก็ดูเหมือนว่าเขาจะหายหน้าหายตาไปจากวงการสตรีทแวร์อยู่สักพัก จนกระทั่งพอมาถึงปีนี้ที่ adidas ได้คว้าตัวเจ้าพ่อวงการสตรีทแฟชั่นญี่ปุ่นคนดังกล่าว มาจับมือร่วมกันออกแบบเสื้อผ้าคอลเล็คชั่นพิเศษ “adidas Originals by NIGO” สำหรับฤดูกาล Fall/Winter โดยนำเสื้อผ้า adidas Originals ชิ้นคลาสสิคต่างๆที่หลายคนจดจำกันดีมาออกแบบใหม่ตามแบบฉบับของ NIGO ที่มีความหลงใหลเป็นพิเศษต่อเสื้อผ้าสไตล์คลาสสิค และเสื้อผ้าวินเทจ เขาจึงบรรจงคัดสรรค์และตีความเสื้อผ้าแต่ละชิ้นจากคอลเล็คชั่นก่อนๆ ของ adidas Originals เสียใหม่ โดยนำสุนทรียะแบบสปอร์ตมาผนวกรวมเข้ากับวัฒนธรรมสตรีทที่ร่วมสมัย เกิดผลลัพธ์เป็นชิ้นงานสตรีทสุดคลาสสิค เช่นเสื้อผ้าสไตล์สปอร์ตแบบฉบับอเมริกันกลิ่นอายยุค ‘90s อย่างเสื้อแจ็คเก็ต และชุดแทรคสูท ส่วนรองเท้าในคอลเลคชั่นนี้ก็ได้หยิบรองเท้ารุ่นคลาสสิคอย่าง ZX500 และ Superstar 80 มาตีความใหม่ให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานและน่าหลงใหลของ adidas Originals ผนวกกับความคิดสร้างสรรค์ไม่เหมือนใครของ NIGO ในฐานะผู้บุกเบิกทั้งในเรื่องเสื้อผ้าและวัฒนธรรมแบบสตรีท สิ่งที่ชัดเจนที่สุดในความรู้สึกสำหรับทุกคนที่ได้สัมผัสคอลเล็คชั่นนี้ก็คือ งานทุกชิ้นนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความออริจินัลอย่างแท้จริง

 

null

Opening Ceremony x Magritte

ในขณะที่แบรนด์อื่นๆแย่งกันจับมือกับเหล่าดาราศิลปิน และแฟชั่นดีไซเนอร์ระดับโลก ดูเหมือนว่า Opening Ceremony แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังสุดฮิปจากอเมริกานั้นจะยุ่งอยู่กับการหาครีเอทีฟพาร์ตเนอร์อยู่แถวๆอาร์ตแกลเลอรี่เสียมากกว่า ถึงแม้จะดูเป็นทางเลือกที่ออกจะแปลกแหวกแนวไปหน่อย แต่คอลเล็คชั่นเสื้อผ้าประจำฤดูร้อนที่ทางแบรนด์ได้ร่วมงานกับ René Magritte ศิลปินแนวเซอร์เรียลผู้โด่งดังจากเบลเยี่ยม ก็กลับกลายเป็นหนึ่งในคอลเล็คชั่นที่น่าสนใจมากที่สุดประจำปีนี้เลยก็ว่าได้  และถึงแม้ว่าการที่แบรนด์จะนำผลงานภาพเพ้นท์ติ้งต่างๆของ Magritte มาพิมพ์ลายบนสเวตเตอร์ หรือชุดกระโปรงต่างๆ จะเป็นอะไรที่ดู obvious ไปบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสื้อผ้าแต่ละชิ้นในคอลเล็คชั่นนี้ช่างดูสวยงาม และดูล้ำมากๆ ยิ่งมีคอลเล็คชั่นรองเท้ารุ่น Authentic จาก Vans ที่มีด้วยกันถึง 5 แบบรวมอยู่ในคอลเล็คชั่นดังกล่าวด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ตัวคอลเล็คชั่นดูคอมพลีทและโดดเด่น โดยที่ไม่ทิ้งเอกลักษณ์ของ Magritte ไปแม้แต่น้อย เชื่อว่าถ้า Magritte ได้มาเห็นกับตา เขาก็คงจะภูมิใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

 

null

Topshop x Kate Moss

เชื่อว่าตอนที่สาวๆทุกคนรู้ข่าวว่า Kate Moss จะกลับมาจับมือกับแบรนด์ Topshop อีกครั้ง หลายคนคงกรี๊ดสลบกันไปข้างนึงเลยใช่ไหมล่ะ เพราะถามหน่อยว่ามีสาวๆคนไหนบ้างที่ไม่อยากจะแต่งตัวเหมือน Kate Moss? หรือถ้าไม่สามารถแต่งให้เหมือนเป๊ะ อย่างน้อยก็ขอให้มีกลิ่นอายความเป็นซุปเปอร์โมเดลคนนี้หน่อยก็ยังดี และในเมื่อโอกาสครั้งสำคัญได้กลับมาอีกครั้ง แน่นอนว่าไม่มีสาวๆคนไหนจะพลาด! หลังจากที่ปล่อยคอลเล็คชั่นล่าสุดของเธอกับ Topshop เมื่อ 3 ปีที่แล้ว แฟชั่นไอคอนของสาวๆทั่วโลกอย่าง Kate Moss ก็ได้กลับมาอีกครั้ง กับคอลเล็คชั่นเสื้อผ้าสำหรับฤดูกาล Spring/Summer 2014 ที่มีตั้งแต่เสื้อผ้าที่ใส่ได้ในตอนกลางวันและกลางคืนกว่า 50 ชิ้น ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเสื้อผ้าในตู้ของเธอเอง ตั้งแต่ชุดนอน ชุดเดรสค็อกเทล ชุดสไตล์โบโฮ ชุดเดรสยาว ไปจนถึงแจ็คเก็ต โดย Moss ได้เน้นไปที่เนื้อผ้า อย่างผ้าชิฟฟอนจากลอนดอน ผ้าไหมสีทองจากอิตาลี ผ้าลูกไม้จากอินเดีย และยังเน้นไปที่ดีเทลของชุดด้วยการปักลูกปัดเป็นจำนวนมากลงไป นับว่าเป็นคอลเล็คชั่นเสื้อผ้าที่ Moss เธอตั้งใจส่งมอบความสุขให้กับสาวๆทั่วโลกอย่างแท้จริง

Writer: Thip S. Selley

RECOMMENDED CONTENT

30.สิงหาคม.2019

หลังจากที่เริ่มเดินบนเส้นทางสายนักดนตรีอย่างจริงจังได้ไม่นาน ก็กลายเป็นอีกหนึ่งศิลปินหญิงที่น่าจับตามองมากที่สุดในช่วงเวลานี้ไปแล้ว สำหรับศิลปินหญิงมากความสามารถอย่าง “Valentina Ploy” (วาเลนติน่า พลอย) สังกัดค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) เพราะด้วยความสามารถทางด้านดนตรี ทั้งแต่งเนื้อร้องทำนองเองทั้งหมด