fbpx

CONTACT US

ทุกสิ่งที่คุณต้องการในรถยนต์ สำหรับคน “Lifestyle Active” by The City Hatchback e:HEV
date : 26.พฤศจิกายน.2021 tag :

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่เราได้รถยนต์คันใหม่มาให้ลองขับกัน โดยวันนี้เราอยู่กับ The City Hatchback e:HEV นี่คือรุ่นใหม่ในกลุ่มของ City Series ที่เปิดตัวไปเมื่อกลางปี และเป็นตัวที่ทาง Honda ทำได้โดดเด่น ทั้งระบบขับเคลื่อน e:HEV แบบฟูลไฮบริด ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ กับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ผลลัพธ์ก็คือคุณจะได้การขับขี่ที่ ‘ประหยัด’ และยัง ‘แรง’ จากเทคโนโลยีเฉพาะของ Honda

รูปทรงของรถยังมาในแบบ Hatchback ที่ทำให้พื้นที่ใช้สอยนั้นใช้งานได้หลากหลายไลฟ์สไตล์ แถมยังดูสวยแบบภูมิฐานสามารถเพิ่ม Productivity ในการทำงานและเติมเต็ม Lifestyle ให้ดียิ่งขึ้น

WORKDAY
เพิ่ม Performance ให้ ‘วันทำงาน’ นั้น MOVE ได้มากกว่าใคร 

คนทำงานอย่างเราๆ ก็ต้องการรถที่ตอบโจทย์การใช้งานหลายๆ อย่าง ต้องมาพร้อมเทคโนโลยีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทำให้ชีวิตเรานั้น ‘Move’ ไปข้างหน้าได้อย่างมีพลัง และอาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์เราได้มีโอกาสมาอยู่กับ The City Hatchback e:HEV เรามาดูกันว่ารถคันนี้จะเข้ากับ Lifestyle ของเรา ที่ต้องเจอวันยุ่งๆ อันรีบเร่ง เวลาที่ต้องหาแรงบันดาลใจ และการเดินทางในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้อย่างไร

ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่า The City Hatchback e:HEV คือรถพลังงานไฮบริด ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid i-MMD แบบ Full Hybrid  แรง…เร่งได้ดั่งใจ ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 27 กม./ลิตร แน่นอนเป็นรถปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ เหมาะกับ Market Trend ของโลกในตอนนี้ แถมยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทั้งความปลอดภัย และบันเทิงให้อย่างครบครัน ที่ทำให้วันทำงานของพวกเรานั้นเต็มไปด้วยพลังกว่าใครๆแน่นอน

ต้องบอกว่าการขับขี่ในเมืองนั้น ต้องการรถที่ขับขี่สนุก เต็มไปด้วยพลังช่วงล่าง เกาะถนน ให้รู้สึกว่าจะเป็นวันที่ยุ่งแค่ไหนก็สามารถพา The City Hatchback e:HEV ไปลุยกับเราได้ทั้งวัน

ถนนเมือง ในวันทำงาน

เมื่อเราได้ลองขับ The City Hatchback e:HEV ในถนนเมืองก็ต้องบอกว่าเราชอบห้องโดยสารมากๆ เบาะแถวหน้านั้นทำได้โออ่า มุมทัศนวิสัยดี มี Blind Spot น้อยตามสไตล์รถ Honda

โดยเจ้ารถยนต์คันนี้จะมีมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ตัวหนึ่งทำหน้าที่เป็นมอเตอร์ขับเคลื่อน อีกตัวทำหน้าที่เป็น Generator สร้างพลังไฟ เมื่อสองระบบทำงานพร้อมกัน พละกำลังสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 3,500 – 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ที่ 0-3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ e-CVT ปล่อย CO2 ที่ 85g./km.

พร้อมทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และ Honda LaneWatch ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทุกเส้นทางที่ไป


Easy Day
ให้ Lifestyle วันสบายๆ นั้นสนุก และคล่องตัวมากกว่าที่เคย

เราได้มีโอกาสออกไปใช้ชีวิตกับรถคันนี้ใน Weekend ที่ผ่านมา เราก็ขอเลยขับไปใช้ในเมืองสักหน่อย เพราะยังไงอัตราการกินน้ำมันก็ประหยัดอยู่แล้ว เราลองนำรถคันนี้ไปย่านเมืองเก่า เพื่อไปหาร้านกาแฟ นั่งชิวอ่านหนังสือกันหน่อย

หลังจากได้ลองขับในย่านเมืองเก่าซึ่งขึ้นชื่อเรื่องถนนที่คับแคบและมีรถค่อนข้างเยอะ ต้องบอกว่า The City Hatchback e:HEV เป็นรถที่คล่องตัวมากๆ (เทียบกับรถที่ผู้ขับใช้ประจำวันก็คือซีดานขนาดกลาง) ขับง่ายมากแม้ในที่แคบๆ ด้วยความคล่องตัวทำให้จอดง่ายกว่าที่คิด

หน้าจอ Advanced Touch 8 นิ้ว 

The City Hatchback e:HEV มาพร้อมกับระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับระบบปฏิบัติการ iOS อย่าง Apple CarPlay, Google Map และรองรับระบบปฏิบัติการของ Android Auto ด้วย เป็น Option ที่คุ้มมากๆ สมัยก่อนจะมีแค่รถหรูบางรุ่นที่จะให้มาเต็มระบบอย่างนี้ ทำให้เราสามารถเดินทางสนุกได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน อยากฟังเพลงอะไร อยากกินอะไร เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วสำผัสเราก็สามารถใช้ชีวิตได้ดั่งใจ ต้องขอบคุณ The City Hatchback e:HEV ที่ทำให้เราสามารถใช้เวลาในรถคันนี้ได้ทั้งวัน

RS สัญลักษณ์ของความแรง

หน้าตาของ The City Hatchback e:HEV ยังมาพร้อมความสปอร์ตโดดเด่นรอบคัน ด้วยชุดแต่ง RS รวมถึงรูปทรงแบบ Hatchback ที่ได้แต้มต่อของความ ‘หล่อ’ รวมถึงCharacter แบบสปอร์ตสร้างความเร้าใจให้กับผู้ใช้งาน และคนที่พบเห็น

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ออกแบบพื้นที่ภายในให้สอดคล้องกับสรีระและท่านั่งที่สบาย เบาะส่วนหน้ากว้างขวางมาก มุมเบาะทำให้ท่านั่งสบาย เบาะแถวหลังสูง ทำให้ท่านั่งที่สบาย leg room กว้างไม่ต้องงอเข่า สามารถนั่งได้นานๆ ไม่อึดอัด และมีช่องแอร์ของโซนหลัง ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดีมาก และส่งความเย็นได้ทั่วห้องโดยสาร ทำให้การเดินทางไกลเป็นเรื่องสบายยิ่งขึ้น

Honda LaneWatch : กล้องข้าง Signature ของ Honda

นอกจากนี้ยังมี Honda LaneWatch ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ช่วยลดจุดบอดในการมองเห็นของกระจกมองข้างด้านซ้าย โดยจะใช้กล้องในการจับภาพ และแสดงผลผ่านหน้าจอขนาด 8 นิ้ว ทำให้การขับขี่ในที่จราจรแน่นหนา ไม่ต้องกังวลเรื่องมุมอับสายตา ถือเป็น option ที่เราคิดว่าคุ้มมากๆ ในรถกลุ่มนี้ ให้เราเคลื่อนที่ในเมือง หรือการหาที่จอดรถ นั้นทำได้ง่ายดาย

TRAVEL
WEEKEND ใช้ให้คุ้ม เติมพลังอย่างได้เต็มที่

วันรุ่งขึ้นเราก็ลองขับเจ้า The City Hatchback e:HEV ไปเที่ยวนอกเมืองกันสักหน่อย อย่างแรกที่เรารู้สึกก็คือพื้นที่เก็บของที่มากมายตั้งแต่ยังไม่ได้พับเบาะ ความจุ 288 ลิตร นั้นเพียงพอในชีวิตประจำวัน เรียกว่าใส่สัมภาระไปกันได้ทั้งแก๊งในทริปต่างจังหวัด 2 – 3 วัน ได้สบายๆ

แต่ถัาคุณต้องการบรรทุกของ ก็สามารถพับเบาะได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ ที่เรียกได้ว่าสามารถพับได้สุดเป็นแนวราบ ทำให้เกิดพื้นที่ขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าคนเข้าไปนอนได้เหมือนรถบ้านเลยทีเดียว นี่คือพื้นที่อเนกประสงค์ด้านหลัง สามารถปรับเปลี่ยนได้ 4 โหมด ตามการใช้งานที่ Honda ออกแบบไว้

รวมถึงการพับเบาะตอนหน้าฝั่งผู้โดยสารที่ถูกออกแบบมาให้เอนยาวต่อเป็นพื้นที่มาด้านหน้าได้สำหรับการใช้สอยต่างๆ ซึ่งเราคิดว่าเป็นฟังก์ชั่นที่ออกแบบมาได้คุ้มค่ามากๆ สำหรับรถใน Segment นี้ รับรองว่าใครได้เป็นเจ้าของต้องได้ใช้อย่างคุ้มค่าแน่นอน

Utility เบาะนั่งด้านหลังแบบ อัลตราซีท แยกพับแบบ 60:40 ปรับได้ 4 โหมด
– Utility Mode เบาะหลังทั้ง 2 ด้าน ปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง
– Long Mode เบาะด้านหน้าและด้านหลัง ปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว
– Tall Mode เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง
– Refresh Mode เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลาย สะดวกสบายสูงสุด

Utility Mode เบาะหลังทั้ง 2 ด้าน ปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง

อัตราเร่งบน HIGH WAY

เราได้ลองทำความเร็วกับ The City Hatchback e:HEV ในระหว่างทางสักหน่อย อัตราเร่งทำได้ดี เรียกได้ว่าแรงตามสไตล์ City โดยเฉพาะช่วง 0-80 km/hr. ทำความเร็วโดยไม่แผ่ว เรียกได้ว่าทำความเร็วได้อย่างไม่เคอะเขินรถรุ่นพี่บนท้องถนน อีกหนึ่งสิ่งที่น่าประทับใจสำหรับรถไฮบริดคันนี้คือมีแบตเตอร์รี่ไม่ใหญ่ ซึ่งมาจากระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid i-MMD ที่เป็น Full Hybrid ให้แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร 109 แรงม้า ซึ่งถือว่าเร็วแรงเกินราคามาก

The City Hatchback e:HEV เป็นรถที่ขับนอกเมืองได้สบาย ไม่เหนื่อย และค่อนข้างสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ได้ และยังมีดิสเบรก 4 ล้อ และระบบเบรก ABS/EBD ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) และสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) มาช่วยในเรื่องการขับขี่

พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่จัดมาเต็ม ได้แก่

– CMBS ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก
– ACC ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน
– LKAS ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ
– RDM with LDW ระบบเตือน และช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ
– AHB ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ

A Week with Honda City Hatchback e:HEV

หนึ่งสัปดาห์กับ The City Hatchback e:HEV ที่พาเราออกไปลุยกันทั้งวัน ตั้งแต่วันวุ่นๆ ในเวลาทำงาน วันสบายๆ และการไปเที่ยวนอกเมือง อย่างแรกที่ต้องยอมรับเลยว่านี่คือรถภายใต้ซีรี่ย์ของ ‘City’ ที่ให้ทั้งระบบส่งกำลัง เทคโนโลยีของเครื่อง และความปลอดภัย รวมถึงอุปกรณ์ Entertainment ต่างๆ เราคิดว่านี่คือหนึ่งในรถที่ตอบโจทย์ให้ทุกๆ การใช้งาน ทั้งคนโสด ครอบครัวเล็ก และครอบครัวใหญ่ ขับสนุก ขับสบาย รวมไปถึงพื้นที่ภายในรถที่ใช้งานได้หลากหลาย

อย่างที่บอกตลอดหนึ่งสัปดาห์ เราได้เห็นถึงความคล่องตัวบนท้องถนน ได้ขับขี่ไปที่ต่างๆ ทั้งในเมืองและนอกเมือง เราได้ลองใช้ทุกซอกทุกมุมของรถคันนี้ เห็นได้ชัดถึงความหลากหลายในการใช้งาน ซึ่งเหมาะกับ Lifestyle ของคนยุคนี้เป็นอย่างมาก ที่มักใช้ชีวิตกับรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ เพราะต้องเดินทางตลอดเวลา แถมยังตอบโจทย์เรื่องการซัพพอร์ตอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันด้วยช่อง USB ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ให้อุปกรณ์ของเราไม่หมดพลังระหว่างทาง และถึงแม้ว่าจะเป็นรถเมืองแต่ก็ตอบโจทย์การเดินทางไกลได้ดีทีเดียว

 

ดู๊ดดอทรับรองได้เลยว่า The City Hatchback e:HEV ถูกใจคนชอบรถ 5 ประตูแบบ Hatchback และไฮบริดแน่นอน เรียกว่าก่อนที่ Honda จะออกรุ่นนี้มานี่เช็คผ่านทุก Check List ความต้องการแล้ว เราคิดว่ารถคันนี้เป็นตัวเลือกที่มั่นใจได้ว่าจะตอบโจทย์ทุกคน ทุก Lifestyle แน่นอน

The City Hatchback e:HEV ราคา 849,000 บาท

มีให้เลือก 6 สี ได้แก่

  • สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) สีใหม่
  • สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก)
  • สีขาวแพลทินัม (มุก)
  • สีดำคริสตัล (มุก)
  • สีเทาโซนิค (มุก)
  • สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)

Honda Thailand
Facebook : https://www.facebook.com/hondathailand/
Website: https://bit.ly/3HxUxuu

หากใครสนใจสามารถไปสัมผัสคันจริงได้ที่โชว์รูม Honda ทั่วประเทศ

RECOMMENDED CONTENT

21.กันยายน.2020

หากผู้บริโภคต้องการเห็นการตลาดแบบเดิม ๆ นิสสันเอเชีย และโอเชียเนีย ขอเตือนว่า อย่าเปิดดูแบรนด์แคมเปญล่าสุด หรือเข้าไปดูเว็บไซต์ใหม่ของนิสสัน ซึ่งเริ่มเปิดตัวในประเทศออสเตรเลีย ประเทศไทย และประเทศฟิลิปปินส์ เร็วๆ นี้ นิสสันนำเสนอกลยุทธ์ทางการตลาดล่าสุด