คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ Luxury Car ในตำนานที่ชื่อ Ferrari ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานมากว่า 70 ปี นับตั้งแต่ที่ Enzo Ferrari และทีมงานสัญชาติอิตาเลียนตั้งใจผลิตสุดยอดเครื่องยนต์สำหรับการแข่งขันขึ้นมาในปี 1940 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โลกก็ได้รู้จักกับสุดยอดนวัตกรรมรถแข่งที่แค่พูดชื่อ ก็ไม่มีใครไม่รู้จัก แถมยังกลายเป็นวัฒนธรรมที่มากกว่าแค่เรื่องรถแข่ง หากยังแทรกแซมอยู่ในหลากหลายสังคม ทั้งแฟชั่น เทคโนโลยี หรือแม้แต่การเป็น icon ของประเทศอิตาลี เฟอร์รารี่ก็ทำมาแล้ว


นิทรรศการ Ferrari : Under the Skin พูดถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเฟอร์รารี่ผ่านหลากหลายหัวข้อ เริ่มต้นจากประวัติความเป็นมา ชีวิตส่วนตัวและมุมมองของผู้ก่อตั้งที่ชื่อ Enzo Ferrari เรื่อยมาจนถึงบุคลิกและอัตลักษณ์ของแบรนด์ที่ไม่ได้อยู่แค่รถ แต่ยังส่งผ่านมาถึงตัวบุคคลที่ขับอยู่ การออกแบบ รวมไปถึงขั้นตอนการผลิตนวัตกรรมรุ่นต่างๆ ซึ่งความพิเศษของนิทรรศการนี้คือการที่เราจะได้พบกับวัตถุจัดแสดงของจริง และไม่มีทางชมได้จากที่ไหนอีกด้วย


มากกว่านั้นคือ อาร์ตไดเร็กชั่นของนิทรรศการชุดนี้ เป็นการร่วมมือระหว่าง Marina Willer และทีมออกแบบจาก Pentagram สตูดิโอออกแบบชื่อดังของอังกฤษ ที่ดึงเอาอัตลักษณ์ที่น่าสนใจและมีอยู่เดิมของ Ferrari มาใช้ได้อย่างชาญฉลาด อาทิ ชุดสีของนิทรรศการที่เลือกจากชุดสีที่ทางแบรนด์ใช้ในยุค 1960s ซึ่งเป็นยุคที่ Ferrari กลายเป็นวัฒนธรรมหลักของผู้ชายยุโรป รวมถึงชุดตัวอักษณ Typeface ที่ดึงเอกลักษณ์มาจากโปสเตอร์ในยุคเดียวกัน ซึ่งยังคงความเป็น Ferrari มาจนถึงทุกวันนี้


นิทรรศการชุดนี้แบ่งเรื่องราวออกเป็น 6 หัวข้อ ได้แก่
• Enzo Ferrari – พบกับเรื่องราวส่วนตัวของชายผู้ให้กำเนิดแบรนด์ Ferrari กับคำพูดสุดคมของเขาที่ว่า “If you can dream it, you can do it” พร้อมด้วยสิ่งของจัดแสดงที่แสดงถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้ผู้ชายคนนี้ตั้งทีมขึ้นมา ทั้งจดหมายลายมือ พิมพ์เขียว โมเดลรถทดสอบคันแรก หรือแม้แต่กระทั่ง ใบขับขี่ของเขาเอง
• The Car – พบกับรถรุ่นสำคัญๆ ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาของ Ferrari พร้อมแนวคิดการออกแบบ ซึ่งรถยนต์บางคัน คือคอลเล็กชั่นพิเศษที่ถูกเก็บไว้เป็นอย่างดี และจัดแสดงต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ทางมิวเซียมให้ข้อมูลว่า มูลค่าของรถยนต์ทั้งหมดที่จัดแสดง อยู่ที่ราวๆ 140 ล้านปอนด์ (หรือประมาณ 6 พันล้านบาท!!!)
• The Clients – ส่วนนี้จะพาไปดูว่ามีบุคคลสำคัญของโลกคนไหนบ้างที่เป็นเจ้าของเฟอร์รารี่ และพวกเขาขับเคลื่อนเฟอร์รารี่ไปสู่วัฒนธรรมและสังคมของพวกเขาอย่างไร ซึ่งรวมไปถึงการที่เฟอร์รารี่เคยเป็นแบรนด์รถยนต์แบรนด์เดียว ที่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์เสมือนบุคคล ให้กับ Christian Dior อีกด้วย


• Racing – จิตวิญญาณของเฟอร์รารี่ที่แท้จริงคือการแข่งขัน ในทุกสนามการแข่งขันรายการระดับโลกจึงขาดแบรนด์เฟอร์รารี่เสียไม่ได้ ถ้าเราพูดถึงไมเคิล ชูมัคเกอร์ (Michael Schumacher) สิ่งที่เราจะนึกถึงในเวลาถัดมาก็คือผู้ชายคนนี้กับรถเฟอร์รารี่สูตรหนึ่งที่เขาขับ
• Design and Engineering – น้อยคนนักที่จะรู้ขั้นตอนการออกแบบและขั้นตอนการผลิตรถยนต์และนวัตกรรมอื่นๆ ของเฟอร์รารี่ นิทรรศการส่วนนี้จึงขอปอกเปลือกเบื้องลึกเบื้องหลังทั้งหมดมาให้เราชม ทั้งพิมพ์เขียว โมเดล รถยนต์ต้นแบบ ซึ่งทุกอย่างคือของจริง จัดแสดงในสเกล 1:1 ทั้งหมด
• The Future – ส่วนสุดท้ายคือการมองไปข้างหน้าของเฟอร์รารี่ อนาคต วิสัยทัศน์ และโปรเจ็กต์อื่นๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อให้เฟอร์รารี่ไม่ใช่แค่เป็นแบรนด์ในดวงใจของผู้รักความเร็ว การออกแบบ และไลฟ์สไตล์โฉบเฉี่ยวเท่านั้น หากแต่ยังต้องสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้คน สังคม และโลกอีกด้วย


นิทรรศการ Ferrari : Under the Skin นี้จึงควรค่าแก่การไปชมเป็นอย่างยิ่ง ถ้ามีโอกาสเยือนกรุงลอนดอนทั้งที จะไม่ลองไปรับรู้ ซึมซับเรื่องราว ความคิดสร้างสรรค์ และประวัติศาสตร์ของแบรนด์ระดับตำนานนี้ได้อย่างไร เชื่อว่าเมื่อได้ชมนิทรรศการชุดนี้จบแล้ว ก็น่าจะต้องหลงรักแบรนด์ Ferrari ขึ้นอีกเป็นกองแน่นอน
—————
นิทรรศการ Ferrari : Under the Skin
the DESIGN MUSEUM London
15 พฤศจิกายน 2017–15 เมษายน 2018
เปิดทุกวัน 10.00–18.00 น.
(ทุกวันศุกร์แรกของเดือนเปิดถึง 20.00 น.)
ค่าเข้าชม £18.00 (ประมาณ 780 บาท)
RECOMMENDED CONTENT
เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนชาวไทย ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค จึงนำ “เสียง” หรือความคิดเห็นจากประชาชนภาคธุรกิจ มีส่วนร่วมในการส่งเสียงผ่านการสำรวจของ ‘Business of the People Poll’ ร่วมออกแบบและขับเคลื่อนโดย สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในจัดทำการสำรวจผ่านตัวแทนผู้ประกอบการไทยจำนวน 451 ตัวอย่าง โดยมุ่งเน้นหัวข้อไปที่ ‘ปัจจัย, ความท้าทาย, โอกาส และคำแนะนำ ในการเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต’ เพื่อที่จะทราบถึงความเข้าใจ ข้อเท็จจริง และแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากผู้ที่มีบทบาทจริงในภาคธุรกิจของประเทศไทย








