ท่ามกลางบรรยายกาศส่งท้ายก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ หลังเวลาเลิกงานกับการท่องราตรีในคืนวันศุกร์ ภายใต้แสงสีของชาวเมืองกรุงฯ ณ WTF gallery สุขุมวิท 51 ทั้งเสียงเพลงและแสงไฟ งาน Fuck me! Fuck me! : Dudesweet x Urface collections launch party ครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การรื่นเริงสังสรรค์ธรรมดา แต่เป็นการนำงานศิลปะมารวมเข้ากับ product คือกระเป๋าดีไซน์สัญชาติไทยแท้ยี่ห้อ URFACE และ เจ้าแห่งวงการปาร์ตี้อย่าง Dudesweet ทั้งสองได้จับมือกันสร้างงานครั้งนี้ขึ้น
ติดตามบรรยากาศและการพูดคุยกับ 2 ศิลปินเจ้าของงานได้ด้านล่างนี้
เป็นครั้งแรกที่พี่ตั้ม (Pharuephon Mukdasant หรือที่รู้จักกันในนาม MAMAFAKA) หนึ่งในเจ้าของแบรนด์กระเป๋า URFACE จัดโปรเจค Artist series ขึ้น และได้รับความร่วมมือจากพี่โน้ต (Busypartyboy) Dudesweet ซึ่งเป็นศิลปินท่านแรกให้กับโปรเจคนี้ หลังจากที่ dooddot ได้สัมภาษณ์ พี่ทั้งสอง ถึงไอเดียและคอนเซปของงานในคืนนี้ ใจความจริงๆก็เพียงแค่อยากจะให้หลายๆคนได้รู้จักกับการนำงานศิลปะมาประยุกต์ใช้ บางงานอาจมีคุณค่าทางจิตใจเสียมากกว่าตีค่าออกมาเป็นราคา
อีกทั้งยังเป็นการสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆในวงการงานดีไซน์และศิลปะ ผสมกับการเพิ่มความสนุกให้กับหมู่เพื่อนฝูงด้วยเช่นกัน และความสนุกก็ยังคงมากันอย่างต่อเนื่องพร้อมเพื่อนๆมากหน้าหลายตา ที่เป็นเกียรติมาร่วมงานของทั้งสองท่าน ด้วยการสนับสนุนของ Tiger Beer และ Superzaaap DJ. ซึ่งคอยบรรเลงเปิดเพลงกระแทกอารมณ์ตลอดงาน แต่ที่พลาดไม่ได้เลยกับเซอร์ไพร์พิเศษที่ไม่เสียชื่อ

Dudesweet จึงเป็นผู้ประสานความสนุกของค่ำคืนนี้ต่อโดยการพาพวกเราทุกคนขึ้นไปเหวี่ยงเพิ่มดีกรีความมันส์กันบนรถเมล์ ครีม-แดง อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ Dudesweet ได้เนรมิตรถเมล์คันนี้เป็น Party bus ได้อย่างแหวกแนวกันไปเลยเปิดลูกทุ่งเข้ากับบรรยายกาศ แล้วไปส่งกันถึงที่หมายปลายทางที่ Fish (Cosmic Cafe)
ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถไปรวมงานจนจบได้ แต่ก็ต้องขอบคุณพี่ๆทั้งสองคนมากค่ะที่ได้สละเวลาเล็กน้อยมาให้สัมภาษณ์กับเรา และขอบคุณสำหรับงานศิลปะดีๆดนตรีมันส์ๆ อีกทั้งภาพสวยด้วยนะคะ สำหรับ Artist series ครั้งต่อไปจะเป็นใคร คงต้องติดตามกันดูค่ะ ©
*รูปภาพมันส์ๆ จากตากล้องของเรา https://www.facebook.com/piyaroat.onkaew
*และขอบคุณรูปภาพบางส่วนจาก http://www.facebook.com/busypartyboy
RECOMMENDED CONTENT
เป็นครั้งแรกที่บริษัทผู้สร้างตัวอักษรที่เก่าแก่ที่สุดอย่าง Monotype ได้ทำการออกแบบตกแต่งตัวชุดอักษรที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลกอย่าง Helvetica หลังจากที่พยายามปลุกปล้ำกันอยู่นานกว่าสองปีเพื่อที่จะปรับปรุงชุดตัวอักษรที่เป็นเอกลักษณ์ตามแบบ swizz font



















