fbpx

CONTACT US

ร่วงหรือรอด? เปิดผลประเมินการเงินที่เป็นธรรม ปีที่ 2
9 ธนาคารไทย รับผิดชอบมากขึ้นแค่ไหน?
date : 11.มีนาคม.2020 tag :

สิ้นสุดไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย สำหรับการประเมินคะแนนการเงินที่เป็นธรรม 9 ธนาคารไทย โดย แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) ซึ่งประเมินจากแนวนโยบายของแต่ละธนาคาร ตลอดปี .. 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นปีที่ 2 ของการดำเนินงานติดตามผลกระทบและความท้าทายของธุรกิจธนาคาร ต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค มุ่งผลักดันการธนาคารที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยใช้แนวปฏิบัติการเงินที่เป็นธรรมนานาชาติ (Fair Finance Guide International) มาเป็นเกณฑ์ประเมินนโยบายด้านต่างๆ ของธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารธนชาต, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารทิสโก้ และธนาคารเกียรตินาคิน

การประเมินนี้ แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมฯ พิจารณาคะแนนจากเนื้อหานโยบายและแนวปฏิบัติในการลงทุนและการให้บริการทางการเงินของสถาบันการเงิน เปรียบเทียบกับมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องหัวข้อประเมิน มีทั้งสิ้น 12 หัวข้อ ประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การทุจริตคอร์รัปชัน ความเท่าเทียมทางเพศ สิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน ธรรมชาติ ภาษี ความเกี่ยวข้องกับธุรกิจค้าอาวุธ การคุ้มครองผู้บริโภค การขยายบริการทางการเงิน การตอบแทน และความโปร่งใสและความรับผิดชอบ

คะแนนโดยรวมเพิ่มขึ้น TMB-KBank-SCB ขึ้นท็อปลิสต์

การประเมินในปีนี้ พบว่าธนาคารทั้ง 9 แห่ง ได้คะแนนเฉลี่ย 21.31 คะแนน จากคะแนนเต็ม 120 คะแนน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีแรก 5.1% ธนาคารที่ได้คะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ธนาคารทหารไทย (22.6%) ธนาคารกสิกรไทย (20.7%) ธนาคารไทยพาณิชย์ (20.3%) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (17.2%) และ ธนาคารกรุงเทพ (17.0%)

โดยในปีนี้ ธนาคารที่ทำอันดับได้ดีขึ้นมีสองแห่งคือ TMB ที่ไต่จากอันดับ 9 มาสู่อันดับ 1 และ BBL ที่ขยับจากอันดับ 6 มาเป็นอันดับ 5 ธนาคารสี่แห่งที่มีอันดับร่วงลงจากปีแรกได้แก่ SCB TISCO KTB และ KKP (เกียรตินาคิน) ส่วนสามแบงก์ที่เหลือคือ KBank Krungsri และ TBANK (ธนชาต) ยังคงรักษาอันดับในการประเมินได้เท่าเดิมจากปีแรก

สอบผ่านธุรกิจ แต่สอบตกสิ่งแวดล้อมและสังคม

เมื่อดูผลการประเมินรายหมวด ธนาคาร 9 แห่งโดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกหมวด หมวดที่ธนาคารได้คะแนนสูงสุด 3 หมวดแรก ยังคงเป็นหมวดเดียวกันกับผลการประเมินนโยบายปี 2561 ได้แก่ หมวดการขยายบริการทางการเงิน เพิ่ม 5.1% (คะแนนเฉลี่ยปีนี้ 54.4% จาก 49.3% ในปีก่อน) หมวดการคุ้มครองผู้บริโภค เพิ่ม 12.1% (คะแนนเฉลี่ยปีนี้ 46.8% จาก 34.7% ในปีก่อน) และหมวดการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพิ่ม 0.9% (คะแนนเฉลี่ยปีนี้ 42.6% จาก 41.7% ในปีก่อน) นอกจากนี้หมวดที่ธนาคารส่วนใหญ่ได้คะแนนรวมโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเช่นกัน ได้แก่ หมวดอาวุธ รองลงมาคือหมวด ภาษี ค่าตอบแทน สิทธิแรงงาน และ สิทธิมนุษยชน ตามลำดับ

หมวดที่ธนาคารได้คะแนนน้อยที่สุดและได้คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า 5% มี 5 หมวด ได้แก่ หมวดธรรมชาติ เพิ่มขึ้น 1.7% (จาก 0.0% ในปีก่อน เป็น 1.7% ในปีนี้) โดยมีธนาคารทหารไทยเป็นธนาคารเพียงแห่งเดียวที่เปิดเผยนโยบายในหมวดนี้ หมวดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพิ่มขึ้น 1.2% (จาก 1.2% ในปีก่อน เป็น 2.3% ในปีนี้) หมวดความเท่าเทียมทางเพศ เพิ่มขึ้น 1.3% (จาก 1.5% ในปีก่อน เป็น 2.8% ในปีนี้) หมวดสิทธิมนุษยชน เพิ่มขึ้น 0.9%  (จาก 1.7% ในปีก่อน เป็น 2.6% ในปีนี้) และหมวดค่าตอบแทน เพิ่มขึ้น 2.3% (จาก 1.8% ในปีก่อน เป็น 4.1% ในปีนี้)

ทั้งนี้ธนาคารไทยโดยรวมยังไม่มีการประกาศนโยบายสินเชื่อ (Credit Policy) ซึ่งรวมถึงแนวทางป้องกันความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนต่อสาธารณะ อันเป็นเสมือนคำมั่นสัญญาที่มีต่อผู้บริโภคว่าธนาคารจะไม่ปล่อยกู้ให้กับธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อสังคมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยกเว้นธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ โดยธนาคารกสิกรไทยเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของนโยบายสินเชื่อของธนาคาร แต่ยังไม่เปิดเผยนโยบายสินเชื่อรายอุตสาหกรรม ส่วนธนาคารทหารไทยเปิดเผยนโยบายที่ชัดเจนมากกว่า

ดิจิทัลดันบริการการเงินพุ่ง แต่ความเท่าเทียมทางเพศยังต่ำอยู่

การขยายบริการทางการเงิน เป็นหัวข้อที่ธนาคารไทยโดยรวมได้คะแนนค่อนข้างดี ไม่มีธนาคารใดได้คะแนนต่ำกว่า 20% ในหมวดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความตื่นตัวของธนาคารไทยทุกแห่งต่อกระแสธนาคารดิจิทัล (Digital Banking) ซึ่งขยับขยายพรมแดนของการให้บริการทางการเงินออกไปจากเดิม

ในบรรดาหมวดที่ธนาคาร 9 แห่ง ยังคงได้คะแนนน้อย คือ หมวดความเท่าเทียมทางเพศ ได้คะแนนเฉลี่ยเพียง 2.8% และหมวดค่าตอบแทนได้คะแนนเฉลี่ย 4.1% สะท้อนถึงภาวะที่ธนาคารไทยโดยส่วนใหญ่ยังไม่เปิดเผยนโยบายที่ชัดเจนด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในองค์กร และมีมาตรการป้องกันและบรรเทาการเลือกปฏิบัติทางเพศต่อลูกค้าอย่างไร รวมทั้งยังไม่มีหลักเกณฑ์อื่นนอกเหนือจากการพิจารณาด้วยผลประกอบการทางธุรกิจมาใช้ในการประเมินค่าตอบแทนแก่พนักงาน เช่น การใช้เกณฑ์ความพึงพอใจของพนักงาน ความพึงพอใจของลูกค้า และการปรับปรุงผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ธนาคารไทยตื่นตัวสู่ความเป็นธรรมและยั่งยืน

แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย มีสมาชิกประกอบด้วยบริษัทวิจัย ป่าสาละ จำกัด และองค์กรภาคประชาสังคม ได้แก่ องค์กรแม่น้ำนานาชาติ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม และมูลนิธิบูรณะนิเวศ เริ่มต้นการประเมินครั้งแรกในประเทศไทย ปี .. 2561 ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของภาคการธนาคาร ในบทบาทที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยและโลกใบนี้ไปสู่ความยั่งยืน ผ่านการดำเนินธุรกิจบนแนวคิดการธนาคารที่ยั่งยืน (Sustainable Banking) ผ่านการกำหนดนโยบายที่ชัดเจน เปิดเผย และเป็นธรรมต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนชีวิตและความเป็นมนุษย์

สฤณี อาชวานันทกุล หัวหน้าคณะวิจัย กล่าวว่า การที่ธนาคารทุกแห่งมีคะแนนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีแรก สะท้อนว่าธนาคารไทยมีความตื่นตัวมากขึ้นต่อการเปิดเผยนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเงินที่เป็นธรรมและความยั่งยืนในมิติต่างๆ ทางคณะวิจัยเองก็รับรู้ได้ถึงการเปิดรับและความตื่นตัว โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีในช่วงการเข้าหารือในช่วงรับฟังความคิดเห็น รวมทั้งธนาคารหลายแห่งมีการเปิดเผยนโยบายเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ทางการของตัวเอง

แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย มีความเชื่อมั่นว่าธนาคารไทยทุกแห่งสามารถใช้เกณฑ์การประเมิน Fair Finance Guide International เป็นแนวทางพัฒนานโยบายสินเชื่อ (Credit Policy) ได้ รวมถึงสามารถนำไปสู่การพัฒนารายการอุตสาหกรรมที่ธนาคารมีนโยบายไม่สนับสนุนทางการเงินเพราะมีแนวโน้มสร้างผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมสูง (Exclusion List) ตลอดจนพัฒนานโยบายอื่นๆ ที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนตามหลักการธนาคารที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต อีกทั้งเป็นการขับเคลื่อนตามแนวปฏิบัติการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Sustainable Banking Guidelines – Responsible Lending ธนาคารพาณิชย์ไทยทุกแห่งลงนามในบันทึกข้อตกลงเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562) อย่างเป็นรูปธรรม

ดูผลคะแนนฉบับเต็ม ได้ที่ www.fairfinancethailand.org

RECOMMENDED CONTENT

10.พฤศจิกายน.2020

กุชชี่นี่มันกุชชี่จริงๆ! ล่าสุด Gucci ได้กลับมาพร้อมกับแคมเปญ Gucci Gift Giving Collection ต้อนรับบรรยากาศ Festive ช่วงปลายปีแบบนี้ โดยปีนี้ มาในธีม 'Gucci Holiday Office Party' ที่จำลองออฟฟิศยุค 80s ในช่วงก่อนเวันหยุดยาวที่เหล่าพนักงานพร้อมสำหรับปาร์ตี้แสนคึกคัก ซึ่งไอเดียเก๋ๆ ของ Gucci ยุค 4.0 อย่างนี้ ไม่บอกก็คงพอเดากันได้ว่ามาจากใคร ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ อเล็ซซานโดร มิเคเล่ (Alessandro Michele) คนดีคนเดิมนั่นเอง