fbpx

CONTACT US

#MovieGuilde : 10 สุดยอดภาพยนตร์แฟชั่น ที่คนรักแฟชั่นทุกคนควรดู
date : 19.มีนาคม.2015 tag :

Best-Fashion-Films-Everyone-Should-Watch-Dooddot-970x647

ภาพยนตร์แฟชั่นนั้นดูกี่ทีก็สนุกคุณว่าไหม? เพราะโลกของแฟชั่นนั้นเต็มไปด้วยสีสัน และดราม่าที่ได้ชมเมื่อไหร่เป็นต้องติดกันงอมแงม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเบื้องหลังวงการแฟชั่น เรื่องราวชีวิตจริง และแง่มุมที่น่าสนใจของดีไซเนอร์อัจฉริยะระดับโลก (Coco Chanel, Yves Saint Laurent) หรือจะเรื่องราวของพวกแฟชั่นนิสต้า ที่มีไลฟ์สไตล์สุดแสนจะ fabulous เห็นแล้วสาวๆเป็นต้องอิจฉา (ต้องนึกถึง Carrie Bradshaw จาก Sex and the City เป็นคนแรก) และที่สำคัญเสื้อผ้า หน้า ผม รองเท้า เครื่องแต่งกายของตัวละครในแต่ละเรื่องก็เรียกได้ว่าจัดเต็ม ดูแล้วช่างบันเทิงสายตา และบันเทิงใจจริงๆ  ถ้าคุณเป็นคนที่สนใจในเรื่องของแฟชั่น และกำลังหา fashion inspiration เพื่อเติมไฟให้แก่ตัวเอง วันนี้เรามี 10 ภาพยนตร์แฟชั่นที่คนรักและสนใจแฟชั่นทุกคนควรดูมาแนะนำกัน บางเรื่องก็เหมาะแก่การดูเพื่อความบันเทิงล้วนๆ ในขณะที่บางเรื่องก็ควรค่าแก่การดูเพื่อการศึกษา จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่ละเรื่องนั้นการันตีเลยว่าหยิบมาดูกี่ทีก็ไม่เบื่อ

 null

1. The Devil Wears Prada (2006)

เรื่องแรกนี่ต่อให้คุณไม่อินกับแฟชั่น ยังไง๊ยังไงคุณก็ต้องเคยได้ยินชื่อ เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ดังมากกกก โดยดัดแปลงมาจากหนังสือ “The Devil Wears Prada” ของ Lauren Weisberger ในปี 2003 ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้อ่านทั่วโลก จากเนื้อหาที่เปิดเผยเรื่องราวการทำงานในวงการแฟชั่น ชีวิตและปัญหาของคนหนุ่มสาวที่อยู่ในวงการนั้นๆ ตลอดจนมุมมองและแนวคิดอย่างคนใน ซึ่งคนทั่วๆไปอาจไม่เคยได้สัมผัส โดยเฉพาะเรื่องราวเชิงคล้ายๆซินเดอร์เรลล่าของ Andrea (Anne Hathaway) นักศึกษาจบใหม่ผู้ไม่มีความรู้อะไรเลยเกี่ยวกับแฟชั่น แต่ดันจับพลัดจับผลูได้มาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยของ Miranda Priestly (Meryl Streep) บรรณาธิการบริหารจอมเฮี้ยบของนิตยสารแฟชั่นอันดับ 1 อย่าง “Runway” ซึ่งว่ากันว่าตัวละครของ Miranda Priestly นั้นได้แรงบันดาลใจมาจาก Anna Wintour บก. บริหารนิตยสาร Vogue ฉบับอเมริกา เจ้าแม่วงการแฟชั่นที่ได้ชื่อว่าเป็น Ice Queen ที่แม้แต่ดีไซเนอร์ระดับโลกหลายๆคนยังต้องกลัว นอกจากนี้ จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ก็คือบรรดาเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับที่ได้รับการสนับสนุนจากเหล่าดีไซน์เนอร์จากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก รวมถึงการปรากฏตัวเป็นนักแสดงรับเชิญในหลายๆส่วนของภาพยนตร์ของผู้มีชื่อเสียงในวงการแฟชั่น เช่น Valentino, Gisele Bundchen, Heidi Klum หรือแม้แต่เจ้าของบทประพันธ์เองอย่าง Lauren Weisberger

 null

2. Sex and the City (2008)

จริงๆแล้วสำหรับเรื่องนี้ เราขอแนะนำให้คุณไปดูฉบับที่เป็นซีรี่ส์ก่อนที่จะมาดูแบบที่เป็นภาพยนตร์ เพราะเรื่องนี้โด่งดังถึงขีดสุดสมัยที่ยังเป็นซีรี่ส์ทางช่อง HBO ออกฉายระหว่างปี 1998-2004 เรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มเพื่อนซี้สี่สาววัย 30 กว่าๆในนิวยอร์ก ที่มีคาแร็คเตอร์แตกต่างกัน แต่กลับมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นลึกซึ้ง เริ่มด้วย “Carrie Bradshaw” (Sarah Jessica Parker) สาวคอลัมนิสต์แฟชั่นนิสต้าสุดเปรี้ยว เจ้าของคอลัมม์ยอดฮิต “Sex and the City” ในหนังสือพิมพ์ The New York Star ผู้หลงไหลแฟชั่น โดยเฉพาะรองเท้าเป็นชีวิตจิตใจ เธอมีความเป็นผู้หญิงอย่างเต็มรูปแบบ และมองความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม โดยเธอต้องการมีความรักที่สมบูรณ์แบบ และคิดถึงแต่ความรักตลอดเวลา ต่อด้วยสาวคนที่สอง “Samantha Jones” (Kim Cattral) สาวไฮโซสุดมั่นที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม เธอเป็นเจ้าของบริษัทพีอาร์ชื่อดัง ที่มีกิ๊กกับหนุ่มๆไปทั่ว และมองเรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมดา “Charlotte York” (Kristin Davis) สาวสวยอ่อนหวาน เจ้าของอาร์ตแกลเลอร์รี่ ที่ค่อนข้างหัวโบราณมากที่สุดในกลุ่ม เธอต้องการมีความรักที่สมบูรณ์แบบเช่นกัน โดยเธอแต่งงานกับชายหนุ่มสุดเพอร์เฟ็คต์เป็นคนแรกในกลุ่มเพื่อน แต่ชีวิตหลังแต่งงานกลับไม่สวยงามราบรื่นเหมือนที่เธอวาดฝันไว้ และท้ายสุด “Miranda Hobbes” (Cynthia Nixon) ทนายความสาวผู้มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เธอชอบมองความรักในแง่ร้ายอยู่เสมอ และเกลียดผู้ชายเข้าไส้ เพราะว่าเคยโดนหักอกมาก่อน สำหรับเรื่องนี้เราเพิ่งจะมาไล่ดูแบบจริงๆจังๆเมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะอยากรู้เหลือเกินว่าทำไมผู้หญิงทั่วโลกถึงบ้าซีรี่ส์เรื่องนี้กันขนาดนั้น พอดูเข้าจริงๆเราก็ติดเรื่องนี้อย่างงอมแงม เพราะดูสนุกและเพลินมากๆ ซึ่งเราก็มาได้ค้นพบว่าสิ่งที่เป็นเสน่ห์ของซีรี่ส์เรื่องนี้ก็คือ ไดอะล็อกระหว่างตัวละคร ทั้งคำแนะนำเรื่องความรักแบบเฉียบคมเจ็บๆคันๆ และความคิด ความรู้สึกที่ผู้หญิงมีต่อความสัมพันธ์ ทั้งในเรื่องของการออกเดท และการหาคู่ที่แบบว่าโคตรใช่ และแน่นอนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือแฟชั่นการแต่งตัวของแต่ละสี่สาว โดยเฉพาะสาว  Carrie ที่มีรสนิยมการแต่งตัวแบบฉบับสาวทันสมัย ซึ่งเราขอยกให้เธอเป็นเจ้าแม่แห่งการมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าตัวจริง บอกเลยว่าดูเรื่องนี้แล้วคุณจะได้แรงบันดาลใจใหม่ๆในการแต่งตัวไม่รู้จบ

 null

3. Confessions of a Shopaholic (2009)

สร้างจากซีรี่ส์หนังสือ “Shopaholic” ชื่อดังของ Sophie Kinsella ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับ Rebecca Bloomwood (Isla Fisher) คอลัมน์นิสต์สาวหวานทรงเสน่ห์แห่งนิวยอร์ก ผู้เสพติดการช้อปปิ้งถึงขนาดหนักจนถอนตัวไม่ขึ้น และกำลงจมลงสู่ก้นบึ้งของหนี้สินจำนวนมหาศาล เธอมีความฝันอยากที่จะทำงานกับนิตยสารแฟชั่นชื่อดัง แต่เมื่อนิตยสารการเงินเล่มใหม่ในเครือเดียวกันเปิดรับสมัครนักเขียนคอลัมน์คนใหม่ เธอก็คว้าโอกาสนี้ไว้ก่อน เพื่อหวังว่านี่จะเป็นช่องทางให้เธอได้เลื่อนไปเป็นนักเขียนให้กับนิตยสารแฟชั่นในฝันภายหลัง ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นภาพยนตร์แฟชั่น-คอมเมดี้ที่เบาสมองมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นแนะนำว่าให้ดูแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ได้ชมพวกเสื้อผ้า รองเท้าของดีไซเนอร์ชื่อดังมากมายก็เพลินสุดๆแล้ว ส่วนพฤติกรรมบ้าช้อปปิ้ง และเสพติดแฟชั่นคั่นโคม่าของตัวนางเอก ก็น่าจะเป็นอะไรที่สาวๆผู้หลงไหลแฟชั่นเข้าใจ และรีเลทได้เป็นอย่างดี

 null

4. Coco Before Chanel (2009)

นำแสดงโดยนักแสดงสาวตากลมโตทรงเสน่ห์ Audrey Tautou ภาพยนตร์ฝรั่งเศสเรื่องนี้เต็มไปด้วยความชิคและความสไตลิชอย่างเหลือเชื่อ ก็จะไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้ยังไงล่ะ ในเมื่อนี่คือภาพยนตร์เกี่ยวกับดีไซเนอร์ Gabrielle ‘Coco’ Chanel ในตำนานเชียวนะ โดยหนังได้เล่าเรื่องราวชีวิตของเธอในสมัยที่ยังเป็นช่างเย็บผ้า ก่อนที่เธอจะมีชื่อเสียงเป็นดีไซเนอร์หญิงที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดที่ทุกคนทั่วโลกรู้จัก ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็น a must see สำหรับคอแฟชั่นทุกคนที่สนใจในเรื่องราวชีวิตของดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสคนนี้ ที่ฉีกกฎการแต่งกายของผู้หญิงทั่วโลกให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 null

5. Breakfast at Tiffany’s (1961)

เราเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะเป็นภาพยนตร์แฟชั่นสุดคลาสสิคขึ้นหิ้งสำหรับคนรักแฟชั่นหลายๆคน โดยเฉพาะสาวๆคนไหนที่ชื่นชอบการแต่งตัว บอกเลยว่าควรดูเรื่องนี้ เพราะนี่คือภาพยนตร์ที่ให้กำเนิดแก่ ‘The Little Black Dress’ หรือเดรสสั้นไปงานเลี้ยงสีดำสุดคลาสสิค ที่สาวน้อยสาวใหญ่ทุกคนควรมีติดตู้ นอกจากนี้  Audrey Hepburn ในบทบาทของ Holly Golightly สาวสังคมทรงเสน่ห์ ก็ยังถือเป็นการแสดงที่โดดเด่น และน่าจดจำมากที่สุดของเธออีกด้วย ลุคที่เธอใส่เดรสสั้นสีดำ แมทช์กับสร้อยมุข และแว่นกันแดดนั้นช่างเป็นลุคที่สวย คลาสสิค ไร้กาลเวลา และยังคงอยู่ในใจของแฟชั่นนิสต้าทุกคนมาจนถึงทุกวันนี้ ถือเป็นภาพยนตร์ที่เทรนดี้สุดๆในสมัยนั้น และถึงแม้จะผ่านไปกว่า 50 ปี หยิบมาดูตอนนี้ก็ยังไม่เอาท์

 null

6. Factory Girl (2006)

ถึงแม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้รับคำวิจารณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ส่วนตัวแล้วเราดูเรื่องนี้ไปประมาณ 2-3 รอบได้ เพราะใครบ้างที่จะไม่ชอบการแต่งตัวสไตล์  mod ร็อคแอนด์โรลของยุค 1960’s โดยเฉพาะการแต่งตัวของ “Edie Sedgwick” แฟชั่นนิสต้า นางแบบ นักแสดง และสาวสังคมผู้มีสไตล์การแต่งตัวที่เปรี้ยว และมีเอกลักษณ์มากที่สุดคนหนึ่งของยุคนั้น จนใครๆต่างก็เรียกเธอว่าเป็น ‘it girl’ ถ้าฝั่งอังกฤษมี Twiggy ฝั่งอเมริกาก็ต้องยกให้ Edie แถมเธอยังเป็น muse คนสำคัญของศิลปินป๊อปอาร์ตในตำนานอย่าง Andy Warhol อีกด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Edie Sedgwick (Sienna Miller) สาวสังคมสุดเปรี้ยว และความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับ Andy Warhol รวมถึงการที่เธอก้าวขึ้นมาเป็นนางแบบชื่อดัง และด้านมืดของเธอที่ต้องเผชิญกับปัญหาส่วนตัวต่างๆ ทั้งภาวะซึมเศร้า เหล้า และยาเสพติด (ซึ่งในชีวิตจริงเธอเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 28 ปี)

 null

7. Annie Hall (1977)

ภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้สุดไอคอนิค กำกับโดย Woody Allen ที่หลายๆคนยกให้เป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของเขาเรื่องนี้ อาจจะไม่ใช่ภาพยนตร์แฟชั่นเสียทีเดียว แต่ถ้าให้นึกถึงภาพยนตร์ที่โชว์แฟชั่น การแต่งกายของคนยุค ’70s ที่โดดเด่นที่สุดเรื่องหนึ่งละก็ เรื่อง “Annie Hall” ต้องอยู่อันดับต้นๆบนลิสต์แน่ๆ เพราะสไตล์การแต่งตัวของ Diane Keaton ในบท Annie Hall นั้นคือสุดยอดแห่งความสมาร์ท และชิคสุดๆไปเลย ตั้งแต่กางเกงสแล็คขาบานเอวสูง กางเกงชิโน่ หมวกปีกกว้าง เนคไท และเสื้อกั๊ก ซึ่ง Keaton แต่งออกมาได้น่ารักและมีเสน่ห์น่ามองมากๆ เป็นอีกหนึ่ง fashion moment บนจอภาพยนตร์ที่ยังติดตรึงใจคอแฟชั่นทั่วโลกมาจนถึงทุกวันนี้ (และต้องขอบคุณภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ทำให้เราซื้อกางเกงชิโน่มาใส่ในที่สุด หลังจากที่ตัดสินใจอยู่นาน)

 null

8. Yves Saint Laurent / Saint Laurent (2014)

สำหรับภาพยนตร์อัตชีวประวัติของดีไซเนอร์ผู้ล่วงลับระดับตำนานอย่าง Yves Saint Laurent เราขอยกควบมาทีเดียวสองเรื่องเลยแล้วกัน เพราะไหนๆทั้ง “Yves Saint Laurent” และ “Saint Laurent” ก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของดีไซเนอร์คนดังกล่าวทั้งสองเรื่อง แถมยังออกฉายในระยะเวลาไล่เลี่ยกันอีก แต่รายละเอียด และความรู้สึกของภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องได้มีความแตกต่างอยู่เหมือนกัน โดยเวอร์ชั่นแรก “Yves Saint Laurent”  นำแสดงโดย Pierre Niney นั้น ได้เล่าเหตุการณ์ตั้งแต่สมัยที่ Yves ยังเป็นหนุ่มน้อยโนเนม ลากมาถึงช่วงที่เขาประสบความสำเร็จสูงสุด มีการเรียงลำดับจากต้นเรื่องไปท้ายเรื่องอย่างมีขั้นตอน ดูแล้วรู้เรื่องเข้าใจง่าย ไม่สับสน  ถึงจะมีฉากเอ็กซ์เซ็กซี่ แต่โดยรวมแล้วเวอร์ชั่นนี้ไม่มีความหวือหวาเท่าไหร่ เป็นการเล่าเรื่องราวโดยรวมเป็นหลัก นำเสนอสิ่งที่ควรรู้ และควรได้รู้จักในตัวของ Yves Saint Laurent ในขณะที่เวอร์ชั่นที่สอง “Saint Laurent” แสดงโดย Gaspard Ulliel จะนำเสนอชีวิตของดีไซเนอร์คนดังในแง่ที่ดาร์ก มีอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรง และแปรปรวนมากกว่า แสดงให้เห็นถึงแรงปรารถนาทั้งทางด้านอาชีพ และเรื่องชีวิตส่วนตัว (พวกฉากเอ็กซ์ก็เรียกได้ว่าไม่มีอะไรเหลือให้จินตนาการนะฮะ) ซึ่งจะเห็นได้ว่าชีวิตที่ประสบความสำเร็จของเขาก็ไม่ได้ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ส่วนการลำดับเล่าเรื่องของเวอร์ชั่นนี้ก็อาจจะทำให้หลายๆคนงงอยู่เหมือนกัน เพราะไม่ได้ถูกเรียงจากต้นไปจบเรียบๆเหมือนเวอร์ชั่นแรก อาจจะเริ่มจาก 5 แล้วมา 1 เสร็จแล้วไปต่อที่ 7 แล้วค่อยย้อนมา 2 บางฉากก็ดูวูบวาบๆ ในขณะที่บางฉากก็แช่อืดอยู่นานหลายนาทีมากๆ จนอดคิดไม่ได้ว่า เอิ่ม…เปลี่ยนฉากได้แล้วมั้งพี่ แต่ถ้าดูไปจนจบก็จะเข้าใจว่าทำไมเขาต้องเรียงลำดับแบบนี้ และสุดท้ายแล้วเรื่องนี้ต้องการสื่ออะไร

 null

9. Bill Cunningham New York (2010)

“พวกเราลุกขึ้นมาแต่งตัวเพื่อ Bill กันทั้งนั้น” กล่าวโดย Anna Wintour บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Vogue ใครคือ Bill ที่ว่ากันนะเหรอ? เขาก็คือ “Bill Cunningham” ช่างภาพสตรีทแฟชั่นมือฉมังวัย 86 ปี แห่งหนังสือพิมพ์ The New York Times ผู้คอยถ่ายภาพการแต่งกายของผู้คนในนิวยอร์คมาลงในคอลัมน์ “On the Street” และ “Evening Hours” ของแกตั้งแต่ปี 1970  นู่น (ใครที่คิดว่าช่างภาพแนวสตรีทสไตล์เป็นของใหม่ นี่ให้รีบเปลี่ยนความคิดด่วน) แกถือเป็น legend ที่คนในวงการแฟชั่นต่างเคารพรัก หนังสารคดีที่ว่านี้ได้คอยตามติดชีวิตลุง Bill ซึ่งในทุกๆ วันแกจะปั่นจักรยานคู่ใจคันเก่าไปปักหลักแถวๆย่าน Fifth Avenue หน้าห้าง Bergdorf Goodman เพื่อรอถ่ายรูปคนที่เดินผ่านไปผ่านมาบนถนน เพื่อเอามาลงคอลัมน์ที่แกเขียนทุกๆวันอาทิตย์ให้กับหนังสือพิมพ์  The New York Times สำหรับใครที่อยากมีอาชีพเป็นช่างภาพสตรีทแฟชั่น หรือเป็นคนรักการถ่ายรูป บอกเลยว่าควรหาหนังเรื่องนี้มาดู เพราะเป็นหนังที่ inspiring มากๆ ดูแล้วจะทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขี้น โดยเฉพาะในเรื่องของเงินที่ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตเสมอไป เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสุขจากการได้ทำในสิ่งที่ตนเองรักต่างหากที่สำคัญกว่า

 null

10. The September Issue (2009)

สุดท้ายกับ The September Issue หนังสารคดีที่ได้ถ่ายทอด ตามติดชีวิตในระยะเวลา 8 เดือนของ Anna Wintour เจ้าแม่แห่งวงการแฟชั่น บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Vogue ฉบับอเมริกา ในช่วงที่เธอและทีมงานกำลังเตรียมขั้นตอนโปรดักชั่นของนิตยสารฉบับ September Issue ประจำปี 2007 (หน้าปก Sienna Miller) ซึ่งตอนหลังได้ทำลายสถิติของการตีพิมพ์นิตยสารที่หนาที่สุดในตอนนั้นด้วยน้ำหนักมากถึง 2.3 กิโลกรัมและมีมากถึง 840 หน้า ซึ่งความสำคัญของฉบับเดือนกันยายนก็คือการทำหน้าที่ในการกำหนดแนวทางของแฟชั่นในปีต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ของการแต่งหน้า แฟชั่นและแม้แต่เรื่องไลฟ์สไตล์สำหรับการเข้าสู่ซีซั่นใหม่อย่างเป็นทางการ จึงถือว่าเป็นฉบับที่สำคัญที่สุดของปี

สำหรับหนังสารคดีเรื่องนี้ ถือว่าได้นำเสนอเรื่องราวของวงการแฟชั่นแบบตรงไปตรงมา ทำให้คนนอกอย่างพวกเราเข้าใจได้ว่าวงการแฟชั่นเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีเม็ดเงินเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมหาศาล และดูเหมือนจะเป็นธุรกิจที่จริงจังมากกว่าที่เห็น อีกทั้งการนำเสนอเรื่องราวในหนังสือเล่มๆหนึ่งนั้น ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรก็ได้ ทุกอย่างต้องมีธีม มีเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน ส่วนตัวแล้วดูหนังเรื่องนี้ เราชอบผู้หญิงสองคนคือ Anna และ Grace Coddington บก.แฟชั่น เอามากๆ ถึงแม้ว่ามุมมองในการทำงานของทั้งคู่จะไม่เหมือนกัน มีการไม่กินเส้นกันบ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้วต่างฝ่ายต่างก็ยอมรับในผลงาน และฝีมือของกันและกัน สำหรับใครที่ใฝ่ผันอยากจะทำงานในวงการแฟชั่น หรืออยากทำงานกับนิตยสารแฟชั่นหัวใหญ่ๆ แนะนำว่าควรดูหนังสารคดีเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

Writer: Thip S. Selley

RECOMMENDED CONTENT

28.ตุลาคม.2020

khai dreams นักร้องนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ หลังจากปล่อยซิงเกิล “Sunkissed” จาก EP Now and Then จนได้รับการสตรีมไปแล้วมากกว่า 85 ล้านครั้ง และถูกนำใช้ในคลิปวิดีโอบน TikTok มากกว่า 300,000 รายการคลิป