fbpx

CONTACT US

#BigMoney | ซื้อรถมือสองต้องรู้! อยากได้รถดี ต้องดูอะไรบ้าง พร้อมวิธีสังเกตแบบมือโปร และเอกสารที่ต้องใช้
date : 2.มกราคม.2020 tag :
ใครๆ ก็อยากได้รถดีไม่มีปัญหากันทั้งนั้น แต่จะให้ถอยป้ายแดงจากศูนย์เลยก็ยังไม่พร้อม จะซื้อรถมือสองก็กลัวได้รถไม่ดี แต่ถ้าคุณเจอรถที่ถูกใจ ได้ราคาดี และไม่อยากพลาดโอกาสนี้ เราได้รวบรวมวิธีเช็คสภาพรถยนต์มือสองด้วยตัวเองมาไว้ที่นี่แล้ว แบบละเอียด ครอบคลุม ว่าคุณต้องเช็คอะไรบ้าง พร้อมเอกสารรถยนต์ที่จำเป็นในการซื้อ-ขาย แนะนำว่าสั่งปริ้นท์และนำติดมือไปเช็คลิสต์ด้วยตัวเองได้เลย รับรองว่ารู้เท่าทันขนาดนี้ ไม่มีพลาดท่าเสียทีโดนหลอกแน่นอน

ภายนอกรอบคัน

1. จุดกันชนหน้า – หลัง เช็คความเพี้ยนและความหนาของสีรถ
2. ฝากระโปรงหน้ารถ – ท้ายรถ เช็คความเพี้ยนและความหนาของสีรถ เช็ครอยต่อระหว่างฝากระโปรงว่าเท่ากันหรือไม่ ถ้าห่างกันมากกว่าปกติ อาจเคยถูกเปลี่ยนฝากระโปรงรถมาก่อน และเช็คน็อตใต้ฝากระโปรงรถ ว่ามีลักษณะเหมือนเคยถูกขันมาออกมาก่อนหรือไม่
3. ฐานเก็บยางอะไหล่ (ท้ายรถ) เช็ครอยอาร์ค หรือรอย Spot ที่เกิดจากการประกบโลหะ2ชิ้นเข้าด้วยกัน (ควรเช็ครอยอาร์ครอบคัน) ถ้ารถปกติไม่ผ่านการชนหรือชนหนักมาก่อน จะเป็นรอยเชื่อมที่เนียนมาจากโรงงาน (ซ้าย-ขวา เท่ากัน) แต่ถ้ามีรอยยับ อาจเป็นไปได้ว่ารถเคยถูกชนท้ายหนักมาก่อน
4. ประตูรถรอบคัน เช็คความเพี้ยนและความหนาของสีรถ เช็คการเสื่อมสภาพของขอบยางประตู เช็ครอยอาร์คใต้ขอบยางประตู
5. ตัวถัง เช็คตัวถังว่าเคยติดแก๊สมาก่อนหรือไม่
6. เลขตัวถัง เช็คเลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ ว่าตรงกับในเล่มทะเบียนหรือไม่

7. กระจกมองข้างซ้าย – ขวา เช็คความเพี้ยนและความหนาของสีรถ
8. กระจกรอบคัน เช็คว่ากระจกเคยแตกมาก่อนหรือไม่ หากเป็นกระจกเดิมๆ หรือกระจกแท้จากศูนย์ จะมี Logo ยี่ห้อรถติดอยู่ที่มุมกระจก
9. ระบบไฟ (ไฟเลี้ยวซ้าย – ขวา / ไฟฉุกเฉิน / ไฟถอยหลัง / ไฟหรี่หน้า – หลัง / ไฟเบรค / ไฟหน้าสูง-ต่ำ) เช็คว่าไฟติดทุกหลอด พร้อมใช้งานหรือไม่
10.ใต้ท้องรถ เช็ครอยตัดกลางคันใต้ท้องรถ (ถ้ามี) สันนิษฐานได้ว่า รถอาจถูกประกอบจากชิ้นส่วนรถ 2 คัน (ครึ่งหน้าจากอีกคัน ครึ่งหลังจากอีกคัน)

Tips
– วิธีเช็คสีรอบคัน คือแยกให้ออกระหว่างสีเพี้ยนจากการโดนแดดเลียตามธรรมชาติ หรือสีเพี้ยนจากการทำสีใหม่ และใช้มือเคาะฟังเสียงตามจุดต่างๆ ทั่วทั้งคัน ถ้าเสียงมีความหนา ทึบ อาจเป็นไปได้ว่ามีการโป๊วสีรถมาก่อน
– รถที่จอดตากแดด ตากฝน หรือเปิดไฟทุกคืน โครงไฟจะมีโอกาสเหลืองเร็วกว่าปกติ ภายใน 4-5 ปี แต่หากจอดรถในร่มตลอดจะใช้เวลา 6-8 ปี  และหากโครงไฟเหลือง การเปลี่ยนชิ้นใหม่ จะคุ้มกว่าขัดออก

ห้องเครื่อง

1. น้ำมันเครื่อง เช็คระดับน้ำมันเครื่องสูง – ต่ำ
2. น้ำมันเกียร์(เฉพาะ Auto) ดูระดับน้ำมันสูง – ต่ำ
3. ฝาสูบ เช็คว่ามีน้ำมันเครื่องซึมออกมาหรือไม่ ใต้เครื่องมีน้ำมันไหลเยิ้มออกมาหรือเปล่า ถ้ามีแสดงว่าชิ้นยางและประเก็นต่างๆ อาจหมดสภาพ เพราะมีการใช้งานหนักมาก

Tips
– ควรเช็คตอนที่เครื่องยนต์ยังเย็นอยู่ และต้องอยู่ที่ระดับปกติ หรือระดับกลางเท่านั้น

ช่วงล่าง

1. ระบบเบรค เช็คที่จานดิสเบรค ถ้ามีลักษณะเรียบไปหมด แสดงว่าสมบูรณ์ แต่ถ้าแผ่นเป็นร่อง (ลักษณะเหมือนร่องแผ่นซีดี) แสดงว่าผ้าเบรคหมดสภาพ (กรณีดิสเบรค)
2. ยางรถ ดูปียางรถ ยิ่งยางใหม่ยิ่งดี และควรเป็นปีปัจจุบันถึงจะดีที่สุด ทั้งนี้ต้องเช็คดูว่าหน้ายางโล้น กินข้าง หรือยังมีดอกยางเหลืออยู่หรือไม่

Tips
– ยางรถยนต์ควรมีอายุการใช้งานไม่เกิน 4 ปี
– เช็คสัปดาห์/ปีที่ผลิตของยางได้บริเวณแก้มยาง เป็นตัวเลข 4 หลัก เช่น 1519 คือผลิตสัปดาห์ที่ 15 ของปี 2019

ภายใน

เช็คการทำงานของระบบ Auto ต่างๆ ดังนี้
1. กระจกมองข้างไฟฟ้า
2. กระจกประตูไฟฟ้า
3. ระบบแอร์
4. จอหน้าปัดไมล์ / จอฟังก์ชั่น
5. เบาะรถ

ทดลองขับ

1. การสตาร์ท ลองสตาร์ทว่าติดง่ายหรือไม่ หากสตาร์ทติดแล้วขณะยังไม่ออกตัว รถนิ่งหรือมีการสั่นที่ผิดปกติ ถ้าสั่นมากแสดงว่ายางแท่นเครื่องอาจเสื่อมสภาพ
2. การออกตัว ดูความอืด ความหน่วง ขณะออกตัว
3. การวิ่ง ลองเช็คด้วยการขับในความเร็วคงที่ แล้วปล่อยพวงมาลัยวิ่ง หากรถวิ่งไม่ตรง เอียงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง อาจเป็นไปได้ว่าตั้งศูนย์ – ถ่วงล้อ ไม่ดีจึงทำให้เสียสมดุลในการเกาะถนน

เอกสารเกี่ยวกับรถยนต์ 

1. พรบ.และภาษี เป็นปีปัจจุบันหรือยัง ใกล้หมดอายุ หรือมีการเสียภาษีอย่างต่อเนื่องทุกปีหรือไม่
2. เล่มทะเบียน เน้นดูวัน เดือน ปี ที่จดทะเบียนกับส่วนประกอบของรถว่าตรงกันหรือไม่ มีการแจ้งชำรุดหรือสูญหายหรือไม่ กรณีซื้อกับเจ้าของโดยตรง หากมีการสูญหาย ต้องถามด้วยว่าหายเพราะอะไร เพราะมีสำคัญต่อราคาการซื้อขาย

เอกสารจำเป็นในการซื้อ-ขายรถยนต์มือสอง

เอกสารโอนรถ (สำหรับเจ้าของรถ)

1. สำเนาบัตรประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน(มีหรือไม่มีก็ได้)
3. แบบคำขอโอน
4. ใบมอบอำนาจ (กรณีโอนลอย)
5. เล่มทะเบียน
หมายเหตุ : เอกสารควรมีขั้นต่ำอย่างละ 2 ชุด

เอกสารสำหรับคนซื้อสด

1. สัญญาซื้อขาย
2. สำเนาบัตรประชาชน (เป็นหลักฐาน)
3. ทำเรื่องโอน(ค่าโอนขึ้นอยู่กับ CC รถ)
หมายเหตุ : ถ้าเป็นไฟแนนซ์จะขึ้นอยู่ข้อเสนอหรือโปรโมชั่นของแต่ละธนาคาร รวมถึงดอกเบี้ย เงินดาวน์ เท่าไหร่ ผ่อนกี่ปีขึ้นอยู่กับธนาคาร และเต็นท์รถ)

เปรียบเทียบระหว่างซื้อรถบ้าน กับซื้อที่เต็นท์รถ

– ซื้อรถบ้าน
ข้อดี ถ้าเป็นคนรู้จักจะได้เห็นการใช้งานจริง หรือซื้อง่ายกับเจ้าของโดยตรง
ข้อเสีย หลังจากที่เราซื้ออาจไม่มีการรับประกันให้
– ซื้อกับเต็นท์รถ
ข้อดี มีการรับประกันให้ เช่น มีรับประกัน 3 เดือน
ข้อเสีย ไม่ทราบประวัติของตัวรถมาก่อน
ทั้งนี้ ราคาซื้อ – ขาย และสภาพรถขึ้นอยู่กับการเจรจาของทั้งสองฝ่าย (ผู้ซื้อ-ผู้ขาย) ว่ายอมรับสภาพได้มากแค่ไหน คุ้มราคาหรือไม่ โดยจำเป็นต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัวในการตัดสินใจด้วย แม้ว่ารถยนต์มือสองจะราคาถูกกว่ารถใหม่ป้ายแดงจริง แต่อย่าลืมว่าต้องแลกมาด้วยรถรุ่นปีที่เก่ากว่า อาจตามมาด้วยปัญหาในการใช้งานอีกมาก ตามสภาพการใช้งานนาน ยิ่งหากซื้อผ่านไฟแนนซ์รถยนต์ ยังต้องแลกกับดอกเบี้ยอันสูงลิบ สุดท้ายแล้วอาจต้องจ่ายค่างวดพอๆ กับรถใหม่ป้ายแดง
ขอบคุณข้อมูลจาก : CNC Bodypart

RECOMMENDED CONTENT

10.เมษายน.2019

ถ้าใครมาญี่ปุ่นแล้วอยากพักใจกลางเมือง ราคาไม่แพง เทปนี้เราพานอนโรงแรมแคปซูลสุดเท่ ว่านอนอย่างไร อยู่กันอย่างไร ห้องน้ำเข้าแบบไหน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ Tokyo Marathon ในวันรุ่งขึ้น Dooddot x Running Insider x Runner's journey