fbpx

CONTACT US

TOWER BOX ‘SNEAKERS WOODEN STOOL’ ชั้นวางรองเท้าที่เปลี่ยนเป็นเฟอร์นิเจอร์เท่ๆ ภายในบ้านคุณได้ตลอดเวลา
date : 13.มกราคม.2021 tag :
เปิดตัวครั้งแรกกับ ไลน์การผลิต Furniture ใหม่จากแบรนด์ Tower Box สำหรับใครที่มองหาเฟอร์นิเจอร์ใหม่ตกแต่งบ้าน และใช้งานได้จริง ดู๊ดดอทจะพาไปรู้จัก Tower Box Sneakers Wooden Stool เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นได้ทั้งสตูม้านั่งยาว สำหรับนั่งใส่รองเท้าก่อนที่จะออกจากบ้าน หรือจะใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ ชั้นวางไม้อเนกประสงค์ภายในบ้าน สำหรับวางทีวี หรือเครื่องใช้ต่างๆ ก็ได้ใช้งานได้หลากหลายแบบ ตัวเฟอร์นิเจอร์ถูกออกแบบมาให้ใส่กล่อง Tower Box รุ่น Original ได้จำนวน 6 กล่อง ใส่รองเท้าคู่โปรดได้ 6 คู่ หรือจะอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านก็สะดวกสบายเช่นเดียวกัน
โดย Tower Box Sneakers Wooden Stool ผลิตจากไม้จริง(พารา) คุณภาพสูง มีลวดลายและสีไม้ที่ชัดเจนและสวยงาม น้ำหนักเบา สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก
และตอนนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับการเปิดตัว Tower Box Sneakers Wooden Stool เมื่อสั่งซื้อภายในวันที่ 30 มกราคมนี้ ราคา 2,990 บาท แถมฟรี Tower Box “Black Edition” (6 Boxes) มูลค่า 1,300 บาททันที
ขนาดของตัว Furniture : กว้าง 93.5 cm / ลึก 38 cm / สูง 43.5 cm
น้ำหนัก 20 kg.
สามารถรับน้ำหนักได้มากถึง 120 กิโลกรัม
ราคา 2,990 บาท สั่งซื้อก่อนวันที่ 30 มกราคม แถมฟรี Tower Box “Black Edition” (6 Boxes) 1แพ็ค
สินค้าเป็นแบบ Pre Order จัดส่งภายใน 30 วันหลังจากทำการสั่งซื้อ
โปรดอ่านเงื่อนไขการสั่งซื้อสินค้าในแบบ Pre-order
– สั่งซื้อสินค้าและชำระเงินได้ทันที (สามารถเลือกชำระผ่านบัตรเครดิต / บัตรเดบิต และการโอนเงิน)
– สินค้า Pre-order ไม่สามารถยกเลิกได้หากทำการสั่งซื้อไปแล้ว
– สินค้าจะถูกจัดส่งให้ลูกค้าหลังจากสั่งและดำเนินการชำระเป็นระยะเวลา 30 วัน
– ค่าจัดส่งสินค้า Set ละ 250 บาท ทั่วประเทศ
สั่งซื้อได้แล้ววันนี้ที่
Line id : @towerbox (ต้องใส่สัญลักษณ์ @ ข้างหน้าด้วยนะครับ)
Hotline : 088-670-5782 (เวลาทำการ 9.00 – 18.00 น.)
กล่องรองเท้าอเนกประสงค์เจ้าแรกในไทย ตัวจริง ของจริง
ต้อง Tower Box เท่านั้น!
(โปรดระวังของลอกเลียนแบบ)

RECOMMENDED CONTENT

14.ธันวาคม.2020

‘School Town King’ แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน เป็นหนังสารคดีที่สร้างจากเรื่องจริงของ ‘บุ๊ค’ เด็กหนุ่มวัย 18 และ ‘นนท์’ วัย 13 ผู้เติบโตมาในชุมชนคลองเตย หรือที่ใครๆ ต่างรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘สลัมคลองเตย’ นอกจากความยากจนที่มาพร้อมกับสถานะทางสังคมที่เลือกไม่ได้แล้ว ทั้งบุ๊คและนนท์ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบการศึกษา รวมทั้ง หลักสูตรการเรียนการสอนที่เน้นแต่ความสำเร็จเชิงวิชาการก็ยิ่งทำให้เด็กเรียนไม่เก่งอย่างพวกเขาขาดความสนใจในชั้นเรียนลงไปเรื่อยๆ  ระบบการศึกษาที่น่าจะเป็นความหวังและเท่าเทียมกันของเด็กทุกคน กลับยิ่งบีบบังคับและผลักไสให้พวกเขาเป็นแค่ ‘คนนอก’ ของสังคมไปโดยปริยาย