fbpx

CONTACT US

DOODDOT VIDEOS

“The Monster” ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดจากแร็ปเปอร์ Eminem ที่ได้ Rihanna ศิลปินสาวสุดฮอตมาร่วม featuring ให้จากอัลบั้ม “The Marshall Mathers LP 2”
date : 8.พฤศจิกายน.2013 tag :

ล่าสุด Eminem ได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ออกมาชื่อว่า “The Monster” ที่ได้ศิลปิน สาวสุดฮอตอย่าง Rihanna มา featuring ด้วย หลังจากที่เคยร่วมงานกันมาถึงสี่ครั้งกับเพลงที่ดังแบบถล่มทลายอย่าง “Love The Way You Lie” รวมทั้ง “Love The Way You Lie Part 2” และ “Numb” โดยซิงเกิ้ลที่มีกลิ่นอายป๊อปจังหวะสนุกนี้ถือเป็นซิงเกิ้ลที่สี่ที่ปล่อยออกมาจากอัลบั้มใหม่ของ Eminem ที่มีชื่อว่า “The Marshall Mathers LP 2” ที่เพิ่งวางจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

เปิดเพลงมาก็จะได้ยินเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของ Rihanna กับท่อนฮุกที่กำลังบอกว่าเธอมีด้านมืด (the monster) เป็นเพื่อนของเธอ ซึ่งขอบอกว่าท่อนฮุกนี้ฟังครั้งแรกก็จะติดหูทันที (ขนาด Rihanna เองยังบอกว่าท่อนฮุกของเพลงนี้ถือเป็น “monster hook” หลังจากที่เธออัดเสียงท่อนนี้เมื่อเดือนกันยายน) ส่วน Eminem เองก็แร็ปเกี่ยวกับอาการสติแตกและปัญหาต่างๆตลอดทั้งเพลง แถมตอนหลัง Rihanna ยังเพิ่มเสียงวู้ฮูทำนองสนุกๆเข้าคู่ไปกับเสียงสังเคราะจังหวะหนักหน่วงของท่อนฮุกให้ตัวเพลงมีสีสันมากขึ้นกว่าเดิม

และดูเหมือนว่าเพลงนี้จะกลายเป็นเพลงฮิตอย่างง่ายดายในอีกไม่ช้า เพราะว่าล่าสุดหลังจากที่ซิงเกิ้ลนี้ถูกปล่อยออกมาไม่กี่วัน “The Monster” ก็ได้ทยานขึ้นเป็นอันดับหนึ่งใน UK Singles Chart โค่นเพลงฮิตอย่าง “Royals” ของนักร้องวัยรุ่นหน้าใหม่อย่าง Lorde ตกไปอยู่อันดับสอง ที่สำคัญนี่ยังทำให้ Rihanna สามารถขึ้นเทียบศิลปินระดับตำนานอย่าง The Beatles และ Elvis Presley ที่สามารถครองอันดับหนึ่งใน UK Singles Chart ถึงเจ็ดครั้งในระยะเวลาเจ็ดปีด้วยกัน และซิงเกิ้ลนี้ก็ถือเป็นซิงเกิ้ลแรกของ Eminem ที่สามารถครองอันดับหนึ่งได้นับตั้งแต่ปี 2006 อีกต่างหาก ถือว่าเคมีการทำงานของสองศิลปินคู่นี้ยอดเยี่ยมมากทีเดียว เพราะร่วมงานกันทีไรแต่ละเพลงต่างประสบความสำเร็จและฮอตฮิตไปทั่วโลก

หลังจากนี้พวกเราคงต้องมารอดูกันต่อไปว่าจะมี music video ของเพลงนี้ออกมาให้ชมกันหรือเปล่า เราคนนึงล่ะ ที่จะติดตามชม

Writer: Thip S. Selley

RECOMMENDED CONTENT

19.เมษายน.2019

เป็นครั้งแรกที่บริษัทผู้สร้างตัวอักษรที่เก่าแก่ที่สุดอย่าง Monotype ได้ทำการออกแบบตกแต่งตัวชุดอักษรที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลกอย่าง Helvetica หลังจากที่พยายามปลุกปล้ำกันอยู่นานกว่าสองปีเพื่อที่จะปรับปรุงชุดตัวอักษรที่เป็นเอกลักษณ์ตามแบบ swizz font