fbpx

CONTACT US

ศิลปะของการหยุดพัก ยืมปรัชญาความพอดี ‘Lagom’ (ลา-กอม) ของสวีเดน มาใช้กับการ Work from Home 
date : 3.เมษายน.2020 tag :

สแกนดิเนเวียนอาจเป็นเจ้าปรัชญาแห่งความสุข เพราะประชากรเขามีความสุขโดยเฉลี่ยสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทำให้เป็นกลุ่มประเทศที่กำเนิดแนวคิดในการใช้ชีวิตอะไรออกมามากมาย อย่างเช่น Hygge (ฮุกกะ) ปรัชญาความสุขเล็กๆ ง่ายๆ อบอุ่นของชาวเดนมาร์กที่ฮิตและฮิปไปทั่วโลกเมื่อไม่กี่ปีก่อน 

แม้ระดับความสุขเราไม่ได้สูงเท่าบ้านเขา และถึงไลฟ์สไตล์เราจะไม่ฮิปเท่าชาวสวีเดน แต่เราอยากขอยืมปรัชญาของเขามาใช้หน่อย กับคำว่า ‘Lagom’ (ลา-กอม) เป็นภาษาสวีดิชที่หมายถึงความพอดี เดินสายกลาง เหมือนกับสุภาษิตเก่าแก่ของสวีดิชที่ว่า ‘Lagom är bäst’ แปลว่า ‘ความพอดี ดีที่สุด’ ความหมายของมันยังครอบคลุมถึงการไม่ทำเรื่องไม่จำเป็น ไม่ฟุ่มเฟือย โฟกัสที่สาระแท้จริง และ การรู้ว่าเมื่อถึงจุดใดควรหยุดหรือพอ ซึ่งทั้งหมดนี้เราว่ามันสามารถนำมาปรับใช้ในช่วงเวลาที่หลายคนต้องเปลี่ยนตัวเองจากทำงานในออฟฟิศมา Work from Home ที่บ้านแบบนี้ได้ เพราะบางครั้งก็อาจรู้สึก Productive เกินไป บางทีก็เนือยเกินไป ยังหาสมดุลไม่ได้ แม้เราจะยังต้องทำงานหนักกันเหมือนเดิม (เพิ่มเติมคือเงินที่น้อยลง) หากงานยังเป็นสิ่งที่เราต้องทำ ก็ควรต้องรู้จักคำว่า ‘ความพอดี’ ด้วยเหมือนกัน

You are the clock of your own.

การทำงานที่บ้าน ข้อดีคือการที่ไม่ต้องเหนื่อยเดินทางเป็นชั่วโมงๆ เพื่อไปออฟฟิศ เพราะฉะนั้นคุณมีเวลาตอนเช้าเหลือเฟือให้ทำสิ่งต่างๆ ได้อีกเพียบ เล่นโยคะ ปั่นจักรยาน วิ่ง มีเวลาดริปกาแฟ ทำอาหารเช้าให้ตัวเอง หรือแค่นั่งมองต้นไม้เงียบๆ อย่างที่ไม่เคยมีเวลาทำมาก่อนด้วย คีย์ของมันไม่ใช่การบังคับตัวเองให้นั่งหน้าคอมฯ ตรงเวลาเป๊ะๆ เหมือนอยู่ที่ออฟฟิศ แต่คุณสามารถเลือกเวลาที่คุณรู้สึกพร้อมมากที่สุด แล้วเริ่มทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โฟกัสเรื่องที่จะทำจริงๆ ไม่เสียเวลาไปเปล่าๆ ซึ่งน่าจะดีกว่าการบังคับให้ตัวเองรู้สึกว่าฉันต้องทำ! ต้องเช้าเข้าไว้ถึงจะดี! บลาๆ ด้วยการเปิดคอมฯ ส่งเมล์แบบเนือยๆ ไร้วิญญาณเหมือนงานรูทีน  

Rediscover lunch

ตอนอยู่ที่ออฟฟิศหลายคนมักจะนั่งกินข้าวหน้าคอมฯ เป็นประจำอยู่แล้ว อย่างดีหน่อยก็รีบออกไปหาอะไรกินให้ง่ายที่สุด เร็วที่สุด แม้จะเป็นโทษต่อสุขภาพ แต่ขอให้ทันภายในเวลา 30-60 นาทีของเวลาพักเที่ยงไว้ก่อน สุดท้ายก็หิ้วชาไข่มุกกลับมาออฟฟิศเหมือนเดิม เมื่อ Work from Home ถึงเวลาต้องพักกินข้าวกลางวัน ลองพับหน้าจอ กลับมาหาอาหารที่มีประโยชน์และไม่เป็นโทษให้ตัวเอง ลองมีเวลาได้ใส่ใจอาหารที่เรากินตรงหน้าจริงๆ บ้าง และการนั่งกินข้าวหน้าคอมฯ พร้อมทำงานไปด้วยอันนั้นไม่นับว่าเป็นการพักกลางวันโดยเด็ดขาด! 

Pause is no crime.

ยามบ่ายๆ หลังจากทำงานมาครึ่งวัน ท้องตึง หนังตาเริ่มหย่อน ร่างกายเริ่มง่วงเป็นธรรมดา พักดูยูทูปต๊องๆ พักอ่านหนังสือ พักเล่นเกม พักเล่นหมาแมว พักกินขนม-กินกาแฟ พักไปปลูกต้นไม้ หรือแม้แต่พักงีบสัก 20 นาที ทุกอย่างล้วนเป็นการพัก และการหยุดพักไม่ใช่อาชญากรรม ไม่มีใครเอาไม้เรียวมาฟาด แค่เลือกกิจกรรมที่คุณรู้สึกพักเบรคจากการทำงานจริงๆ ให้สมองได้ผ่อนคลายก็พอ เพื่อจะได้กลับมาทำงานด้วยความรู้สึกเฟรซขึ้น 

Don’t forget to move

คอและบ่าที่ตึง มือที่เมื่อยจากการคลิก ในวัฒนธรรมการทำงานแบบบ้านเรา การลุกขึ้นมายืดเส้นสายที่โต๊ะทำงานอาจเป็นเรื่องที่ถูกมองว่าแปลก ไม่เหมาะสม หรืออะไรก็ตาม หลายคนอาจต้องหลบไปยืดเส้นยืดสายในห้องน้ำหรือที่ไหนไกลๆ สายตาเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านาย แต่อยู่บ้าน ขยับตรงไหน ยืดตรงไหนก็ยืดได้ จริงมั้ย  อย่าลืมว่าโรคออฟฟิศซินโดรมยังตามหาเราเจอเสมอ แม้จะทำงานที่บ้านนะ 

Turn everything off

สิ่งที่ยากที่สุดของการทำงานที่บ้าน เราเชื่อว่าไม่ใช่การทำงาน แต่เป็นการ ‘หยุดทำงาน’ เรารู้ว่าคุณยังมีเอเนอร์จี้อยู่เต็มเปี่ยม แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องหยุด คุณควรปิดคอมฯ นั่นหมายความว่าต้องปิดจริงๆ แบบ Shut Down ปิดโซเชียลมีเดีย ปิดเสียงไลน์กลุ่ม ปิดอีเมล์ ปิดเพลง ปิดการรับรู้ความวุ่นวายทั้งปวง 

เราต่างต้องเคารพเวลาของผู้อื่น เวลาของตัวเองก็ต้องเคารพเช่นกัน ลองลุกออกไปสูดอากาศข้างนอก ถึงตอนนี้เราจะทำได้แค่การเดินไปรอบๆ บ้าน หรือจะมีพื้นที่แค่ระเบียงเล็กๆ แต่อย่างน้อยลองนั่งเงียบๆ หลับตา ให้ตัวเองรู้สึก Distancing จากคนอื่นและสิ่งอื่นภายนอกอย่างแท้จริงบ้าง

Be kind to yourself 

เมื่อคุณมีเวลาเป็นของตัวเอง ก็อย่าโหดร้ายกับตัวเองมากนัก ผ่อนปรนบ้าง ให้เวลากับมันบ้าง ถ้าวันนี้งานไม่เสร็จ งานไม่ดีพอ หรือรู้สึกแย่ ไม่เป็นไร หากโลกยังไม่แตก พรุ่งนี้ยังมีให้พยามใหม่ได้เสมอ

 

 

RECOMMENDED CONTENT

29.พฤษภาคม.2020

ในช่วงเวลาที่การแข่งขันกีฬาอาชีพหลายรายการกำลังเริ่มกลับมาแข่งขันตามปกติ ไนกี้ตระหนักดีถึงความรู้สึกของแฟนกีฬา ความตื่นเต้นจากเกมการแข่งขันที่พลิกผันในเสี้ยววินาที พลังของแฟนกีฬาที่กำลังค่อยๆ ตื่นขึ้นอีกครั้ง และแน่นอนที่สุดคือความรู้สึกสนุกสนานที่แฟนๆ กีฬามีร่วมกัน