fbpx

CONTACT US

วงดูโอ้พี่น้อง “Plastic Plastic” ซุ่มทำอัลบั้มเต็มชุดใหม่ เตรียมปล่อยเพลงแรก “ฮัม” เปิดอัลบั้มส่งท้ายปี
date : 7.พฤศจิกายน.2019 tag :

เพิ่งปล่อยเพลงปิดท้ายอัลบั้ม Anything Goes ไปไม่นาน สองพี่น้องวงดูโอ้ “Plastic Plastic” (พลาสติก พลาสติก) ประกอบด้วย เพลงต้องตา จิตดี (ร้องนำ, คีย์บอร์ด) และ ป้องปกป้อง จิตดี สังกัดค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) ก็แอบซุ่มทำอัลบั้มชุดใหม่ล่าสุดต่อทันที เพราะกระแสตอบรับจากแฟน ดีเกินคาด ไม่เพียงเฉพาะแค่กลุ่มคนฟังเพลงในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังไปถูกจริตคนฟังไกลถึงต่างแดน ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น, ไต้หวัน และ อินโดนีเซีย นอกจากนั้นยังโกอินเตอร์ เพราะวางขายอัลบั้ม Anything Goes ที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย งานนี้สองพี่น้องเลยไม่รอช้าเดินหน้าผลิตผลงานเพลงคุณภาพต่อทันที ขอประเดิมเพลงแรกเปิดอัลบั้มชุดใหม่ ที่มาพร้อมกับแนวเพลงคุ้นหู แต่ฟังสบายขึ้นกว่าเดิมอย่างเพลง ฮัม” (Hum)

โดยเพลง ฮัม” (Hum) เพลงป็อปฟังสบายลื่นหู ผสมผสานกลิ่นอายและบรรยากาศเพลงแบบยุค 70’S พูดถึงเรื่องราวความรักที่ไม่แน่ใจว่าจะสมหวังไหม แต่เราก็ยังคงคุยกันอยู่ทุกวัน เหมือนเพลงที่เธอชอบฟังวน อยู่เพลงเดียว ลึก ก็เลยแอบหวังว่าตอนเธอฟังเพลงนั้น จะคิดถึงฉันไปด้วย ซึ่งเพลงนี้วงได้แรงบันดาลใจมาจากเพลงที่ชอบฟังในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นเพลงของ Sunrai, Benny Sings และ Rex Orange ซึ่งเป็นเพลงแนวชิว เสมือนนอนฟังอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ นอกจากนั้นความพิเศษของเพลงนี้ได้ กอล์ฟจาก Super Baker มาร่วมแต่งอีกด้วย ในส่วนของอัลบั้มชุดใหม่ วงตั้งใจทำทุกเพลงให้มีกลิ่นอายบรรยากาศแบบยุค 70’S เพื่อสร้างความแตกต่างจากเพลงในอัลบั้มที่ผ่านมา โดยยึดไอเดีย Back to simple ด้วยการลดเครื่องดนตรีให้น้อยชิ้นลง ทำให้ทุกเพลงฟังง่าย และติดหูมากขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แฟน สามารถติดตามฟังและชมมิวสิควิดีโอเพลงฮัม” (Hum) พร้อมกันได้แล้ววันนี้ทาง Yiutube: whattheduck ตั้งแต่เวลา 19:00 . เป็นต้นไป นอกจากนั้นแฟน สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของศิลปิน “Plastic Plastic” ได้ทาง www.facebook.com/whattheduckmusic และ www.facebook.com/plasticplasticmusic 

RECOMMENDED CONTENT

30.พฤษภาคม.2019

ย้อนรอยสู่จุดกำเนิดแห่งดนตรีเทคโนกับผลงาน Black to Techno โดยผู้กำกับฯ หญิงชาวอังกฤษ - ไนจีเรียน Jenn Nkiru ผู้จะพาเราไปสัมผัสวัฒนธรรมดนตรีเทคโนจากจุดกำเนิดที่เมืองดีทรอยท์ สหรัฐอเมริกา จากดนตรีกระแสรองสู่ความนิยมสุดขีดช่วงปลายยุค 1980s นำไปสู่ดนตรีที่สะท้อนต่อสู้เพื่อบทบาทในสังคมและเสรีภาพของกลุ่มคนผิวสีในดีทรอยท์