fbpx

CONTACT US

โฟโต้บุ๊กบอกเล่าการเดินทาง 25 ปี ของ ‘Supreme’ ไม่ว่าสตรีทเเวร์จะตายจริงหรือไม่ ยังไงตำนานก็ยังคงเป็นตำนาน
date : 7.กุมภาพันธ์.2020 tag :

กว่า 25 ปีที่ Supreme ดำเนินธุรกิจจากร้านสเก็ตสู่การเป็นแบรนด์ทรงอิทธิพลที่สุดแบรนด์หนึ่งในโลกแฟชั่น จนเรียกได้ว่า Supreme เป็นหนึ่งในตำนานสำคัญที่ไม่น่าจะมีใครล้มได้

ตอนยุค 90s สเก็ตบอร์ดยังเป็นคัลเจอร์กระแสรองของคนกลุ่มย่อยจำนวนไม่มาก เหมือนกราฟิตี้ ดนตรีฮิปฮอป หรือปาร์ตี้ใต้ดิน จนกระทั่งเมื่อปี 1994

James Jebbia ผู้ก่อตั้ง Supreme ร้านขายอุปกรณ์สเก็ตคูหาเล็กๆ บนถนนลาฟาแยตต์ ในมหานครนิวยอร์ก ก่อนที่ทุกวันนี้มันจะกลายมาเป็นหนึ่งใน World’s top Luxury Brand ที่เป็นผู้กำหนดทิศทางไลฟ์สไตล์ให้กับคนทั่วโลกไม่ว่าจะอยู่ในภูมิภาคไหน ลอนดอน, ลอส แอนเจลิส, ปารีส หรือโตเกียว ร้านสเก็ตบอร์ดร้านนั้นได้เปลี่ยนหน้าประวัติศาตร์แฟชั่นไปตลอดกาล

หนังสือภาพถ่ายชื่อตรงตัวแบบไม่อ้อมค้อมว่า ‘Supreme’ ตีพิมพ์โดย Phaidon เล่มนี้ รวบรวมกว่า 800 ภาพถ่าย จากช่างภาพมืออาชีพแถวหน้า อาทิ Larry Clark, Ari Marcopoulos และ David Sims บอกเล่าการเดินทางของ Supreme ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ในอีกแง่มุมหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยจิตวิญญาณของผู้คนมากมายอยู่ในนั้น นอกเหนือจากภาพเบื้องหน้าที่เราเห็นๆ กันซึ่งมักจะโฟกัสไปที่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของแบรนด์ในปัจจุบัน นอกจากนั้น ยังมีภาพไอเท็มในตำนานต่างๆ ของ Supreme ตั้งแต่เสื้อยืด สเก็ตบอร์ด ยันจักรยานที่คอลเเลบฯ กับศิลปิน ช่างภาพชั้นครูอย่าง Nan Goldin หรือโปรดักซ์ประเมินค่าไม่ได้ที่ Supreme ร่วมกับแบรนด์ระดับโลกทั้ง Louis Vuitton, Comme de Garçons, Nike และอีกมากมาย

Carlo McCormick นักวิจารณ์วัฒนธรรมป๊อปชาวอเมริกันผู้ซึ่งเป็นเเฟนตัวยงของ Supreme กล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ตอนหนึ่งว่า Supreme นอกจากการเข้าใจกลยุทธ์ เข้าใจตลาด และปรับตัวกับยุคโซเชียลฯ ได้ก่อนที่โซเชียลจะมาถึงจุดพีค อย่างที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน อย่างเช่นการทำลายกฎเกณฑ์ของปฏิทินแฟชั่นลงอย่างสิ้นเชิงด้วยการปล่อยสินค้าใหม่ออกมาในแต่ละสัปดาห์บนไทม์ไลน์ของตัวเองที่เรียกว่าการ ‘Drop’ แล้ว

คนขับเคลื่อนแบรนด์ Supreme โดยแท้จริงก็คือคนหนุ่มสาว ‘Youth Generation’ ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพราะคนหนุ่มสาวพวกนั้นคือคนขับเคลื่อนคัลเจอร์ และ Supreme ก็อยู่ข้างคนหนุ่มสาวเหล่านั้นเสมอมา

Source

RECOMMENDED CONTENT

22.มกราคม.2020

เบื้อหลัง The Fast and the Furious: Tokyo Drift ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2006 กำกับโดย Justin Lin เป็นหนึ่งภาคที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำรายได้ถึง 5,300 ล้านบาท