fbpx

CONTACT US

#CULTURE – Art or Sin : คุยกับดีไซเนอร์ถึงกรณี Louis Vuitton กับ Michael Jackson F/W 19 คอลเล็กชั่นที่ช่างเปราะบางเหลือเกิน
date : 5.เมษายน.2019 tag :

การเปิดเผยชีวิตอีกด้านของ ไมเคิล แจ็คสัน (Mochael Jackson) ในหนังสารดีเรื่อง Leaving Neverland ที่ฉายทางช่อง HBO เมื่อเร็วๆ นี้ ไม่เพียงทำให้หลายคนเกิดความสั่นคลอนทางศรัทธาต่อตัวศิลปินไอคอนของพวกเขา เมื่อหนังขุดคุ้ยมุมมืดของราชาเพลงป๊อปดังที่ปรากฏเป็นข่าวพาดหัวเมื่อนานมาแล้วว่าเขาเคยล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย 2 คน ซึ่งโตเป็นหนุ่มแล้วและได้เปิดเผยถึงความเจ็บปวดในอดีตของพวกเขาในหนังสารดีความยาวกว่า 2 ตอน 4 ชั่วโมงเรื่องนี้

ย้อนกลับไปก่อนหน้าที่หนังเรื่อง Leaving Neverland จะฉายเพียง 1 สัปดาห์ Louis Vuitton ออกคอลเล็กชั่นเมนส์แวร์ F/ W 2019 โดยปั้นคอลเล็กชั่นนี้ให้เป็นการทริบิวต์แด่ราชาไมเคิล แจ็คสัน ด้วยเสื้อผ้าและสารพัดสิ่งที่บันดาลใจมาจากชุดซึ่งแจ็คสันเคยใส่ปรากฏตัวในมิวสิควีดีโอยุคเฟื่องฟูของเขา พร้อมกับเนรมิตโชว์ให้ออกมาราวกับบรรยากาศเหมือนในเอ็มวีเพลง Billie Jean ของไมเคิล แจ็คสันด้วย

แต่ท่ามกลางความไฮป์และเสียงชื่มชมของความคิดสร้างสรรค์ไม่มีใครเกินของทั้งโชว์และคอลเล็กชั่นนี้ กระแสวิจารณ์ในด้านลบก็เกิดขึ้นหลังจากหนังออกฉาย บ้างก็บอกว่าไมเคิล แจ็คสันไม่สมควรเป็นไอคอนของใครอีกต่อไป บ้างก็บอกว่าประเด็นนี้มันเปราะบางเกินไป แบรนด์ควรกลับไปคิดใหม่อีกรอบ

ในฐานะครีเอทีฟ ดีไซเนอร์ Virgil Abloh ออกมายอมรับว่าฟีดแบ็กของหนังสารคดีเรื่องนี้จะส่งผลต่อคอลเล็กชั่นของเขาไม่น้อย เขาตระหนักดีว่าความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชนเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แต่ความตั้งใจของการทำคอลเล็กชั่นและโชว์นี้ขึ้นมาก็เพียงเพื่อทริบิวต์ไมเคิล แจ็คสันในมุมที่เขาเป็นป๊อปคัลเจอร์ ในมุมมองเดียวกันกับที่คนทั่วโลกรู้จักเขาจากผลงานดนตรีอันยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งก็เท่านั้นเอง และสิ่งนั้นมันก็ยังมีอิทธิพลต่องานของทั้งศิลปินและดีไซเนอร์รุ่นหลังต่อมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ไม่ใช่หรือ

นี่อาจไม่ต่างกับตอนกรณีล่วงละเมิดทางเพศที่เคยเกิดขึ้นกับคนดัง Hollywood มากมายหลายคน จนเดือดไปทั่วทั้งวงการเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้เราเกิดคำถามไม่ต่างจากตอนนั้นที่ว่า การผลิตงานซึ่งอินสไปร์มาจากศิลปินผู้มีความผิดติดตัวจะสามารถทำได้มั้ย แล้วมันจะกลายเป็นศิลปะบนความผิดบาปหรือไม่

เราถาม คุณโม่ – ภูมิศักดิ์ เฑียรฆประสิทธิ์ ในฐานะดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ Painkiller ถึงความเห็นของคนผลิตงานอย่างเขาต่อประเด็นนี้

ภูมิศักดิ์ เฑียรฆประสิทธิ์

คุณมองเรื่องนี้ยังไง | คิดว่าเจตนาของดีไซเนอร์เพียงต้องการทริบิวต์ให้กับศิลปินผ่านงานออกแบบเสื้อผ้า ให้คนจดจำไมเคิลด้านความความสามารถและความเป็นสไตล์ไอคอนของเขา

เราสามารถนำแรงบัลดาลใจจากคนที่มีความผิดมาใช้ผลิตงานได้มั้ย | สามารถทำได้ แต่ควรทำเพื่อยกระดับจิตใจหรือส่งเสริมให้เกิดความดีงาม เตือนใจ หรือเป็นบทเรียน แต่ขึ้นอยู่กับวิธีการสื่อสารและการตีความมาเป็นงานออกแบบ ต้องคิดให้ละเอียดรอบคอบ เรื่องแบบนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน คนทำงานแฟชั่นต้องรู้ว่าผลงานของคุณเป็นสื่ออย่างหนึ่งที่สวมใส่ได้

เราจะแยกแยะศิลปะออกจากตัวบุคคลได้มั้ย | ต้องเรียกว่าควรแยกเรื่องผลงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันจะดีกว่า เพราะเหรียญมีสองด้านเสมอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความใจกว้างของผู้มองด้วยครับ

ถ้าเกิดกรณีนี้ขึ้นกับ Painkiller บ้าง จะมีวิธีการรับมือยังไง |  แล้วคุณเห็นด้วยมั้ยกับการที่ LV ตัดสินใจถอดบางชิ้นที่อินไปร์จากไมเคิลออก งดการโปรโมตแคมเปญ หรืออย่างบางสถานีวิทยุก็แบนเพลงไปเลย |

ก็คงทำแบบเดียวกันครับ ยกเลิกการขายสินค้า แต่คงจะนำสินค้าทั้งหมดมาปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมดีไซน์ใหม่เข้าไปให้สื่อความหมายไปในทางบวก เพราะไม่อยากให้สินค้าทั้งหมดกลายเป็นขยะที่ต้องทิ้งหรือทำลายไป เพราะกว่าจะผลิตสินค้าออกมาได้ต้องใช้เวลาและกำลังคนผลิตไปพอสมควร

โดยส่วนตัว เห็นด้วยกับ LV ที่ยกเลิกการขาย แต่ไม่เห็นด้วยกับการแบนเพลงของไมเคิล เพราะจุดประสงค์เดิมของเพลงที่ผ่านมาคือการสร้างความสุขให้กับผู้ฟังครับ

RECOMMENDED CONTENT

21.ตุลาคม.2022

เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนชาวไทย ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค จึงนำ “เสียง” หรือความคิดเห็นจากประชาชนภาคธุรกิจ มีส่วนร่วมในการส่งเสียงผ่านการสำรวจของ ‘Business of the People Poll’ ร่วมออกแบบและขับเคลื่อนโดย สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในจัดทำการสำรวจผ่านตัวแทนผู้ประกอบการไทยจำนวน 451 ตัวอย่าง โดยมุ่งเน้นหัวข้อไปที่ ‘ปัจจัย, ความท้าทาย, โอกาส และคำแนะนำ ในการเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต’ เพื่อที่จะทราบถึงความเข้าใจ ข้อเท็จจริง และแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากผู้ที่มีบทบาทจริงในภาคธุรกิจของประเทศไทย