fbpx

CONTACT US

Nissan จะมีโปรแกรม Restoration สำหรับ Skyline และตระกูล  GT-R โดยเฉพาะ ให้รถคุณใหม่เหมือนเพิ่งออกจากโรงงาน แถมได้ ID ที่ยืนยัน NISMO ในทุกชิ้นส่วน
date : 15.ธันวาคม.2020 tag :

Nissan จะมีโปรแกรม Restoration สำหรับ Skyline และตระกูล  GT-R โดยเฉพาะให้รถคุณใหม่เหมือนเพิ่งออกจากโรงงาน

จะดีแค่ไหน ถ้าเหล่านักขับ และ GT-R owner นั้นสามารถทำให้ รถคลาสสิกอายุ 30 ปีของคุณกลับมามีชีวิตใหม่ ได้เหมือนเพิ่งออกจากโรงงาน และนี่คือข่าวดีของนักขับทุกคนโครงการฟื้นฟู Skyline’  โดยที่โครงการนี้นั้นเป็นโปรเจคจากทาง NISMO แผนกมอเตอร์สปอร์ตของ Nissan และอยู่ใน Heritage Program  และจะทำการ Restoration Nissan Skyline GT-R ของคุณโดยไม่คำนึงถึงอายุระยะทางหรือเงื่อนไขใดๆ

เริ่มตั่งแต่การซ่อมแซมและปรับโครงสร้าง เพื่อให้ใกล้เคียงกับ  Skyline โรงงานมากที่สุด รวมไปถึงขั้นตอนการฟื้นฟูความเสียหายจากสนิม วิเคราะห์เชสซีผ่านอุปกรณ์ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของ Nissan  และจบด้วยการทำสีใหม่ และเคลือบสีรถทั้งคันตามที่เจ้าของเลือกจากโรงงาน

โปรแกรมการบูรณะยังรวมไปถึงเครื่องยนต์ โดยเฉพาะเครื่อง RB26DETT จะถูกถอดประกอบ และสร้างใหม่ ทั้งกระบอกสูบ และน๊อตทุกตัว ชิ้นส่วนทุกอย่างจะถูกทำให้แน่นตามข้อกำหนดของโรงงาน NISMO

สุดท้ายก็คือการตกแต่งภายใน ที่จะเปลี่ยนให้เหมือนต้นฉบับ และยังคงมาตรฐานการทนไฟในปัจจุบัน  โดยทาง NISMO จะมีพาร์ทเก่าทำใหม่ให้กับรถของคุณโดยให้พาร์ทจากรถรุ่น R35 GT-R

โปรแกรมนี้นั้นสวยงามเหมือนความฝันของนักขับ แต่อาจเป็นฝันร้ายที่สุดของบัญชีธนาคารค่าใช้จ่ายของโปรแกรม NISMO Restoration อยู่ที่ประมาณ 45 ล้านเยน (ประมาณ $ 430,000 USD หรือ 12,000,000 บาท) แต่คุณจะได้ ID ที่ยืนยันการบูรณะ NISMO ในทุกชิ้นส่วน และการรับประกันหนึ่งปี หรือ 20,000 กม.

อย่างไรก็ตามโปรแกรมนี้นั้นถูกให้บริการในประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ต้องคอยลุ้นว่า Nissan บ้านเราจะมีโครงการอะไรให้เราตื่นเต้นกันบ้าง

 

RECOMMENDED CONTENT

14.ธันวาคม.2020

‘School Town King’ แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน เป็นหนังสารคดีที่สร้างจากเรื่องจริงของ ‘บุ๊ค’ เด็กหนุ่มวัย 18 และ ‘นนท์’ วัย 13 ผู้เติบโตมาในชุมชนคลองเตย หรือที่ใครๆ ต่างรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘สลัมคลองเตย’ นอกจากความยากจนที่มาพร้อมกับสถานะทางสังคมที่เลือกไม่ได้แล้ว ทั้งบุ๊คและนนท์ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบการศึกษา รวมทั้ง หลักสูตรการเรียนการสอนที่เน้นแต่ความสำเร็จเชิงวิชาการก็ยิ่งทำให้เด็กเรียนไม่เก่งอย่างพวกเขาขาดความสนใจในชั้นเรียนลงไปเรื่อยๆ  ระบบการศึกษาที่น่าจะเป็นความหวังและเท่าเทียมกันของเด็กทุกคน กลับยิ่งบีบบังคับและผลักไสให้พวกเขาเป็นแค่ ‘คนนอก’ ของสังคมไปโดยปริยาย