fbpx

CONTACT US

DOODDOT VIDEOS

#MOVIEGUIDE — ‘Shirley : Vision of Reality’ ภาพยนตร์งานภาพแสงนวลงาม แรงบันดาลใจจากศิลปิน Edward Hopper โดย Gustav Deutsch
date : 24.มกราคม.2018 tag :

ในแวดวงศิลปะประเภท painting น่าจะมีคนที่รู้จักกับ Edward Hopper เป็นอย่างดี ชิ้นงานระดับตำนานของเขาก็คือ Nighthawks ซึ่งเป็นภาพวาดซีนร้านไดเนอร์ในแถบดาวน์ทาวน์ตอนกลางคืน โดดเด่นด้วยโทนสีและแสงของภาพที่เป็นเอกลักษณ์

ผลงานชิ้นอื่นๆ ของฮอปเป้อร์นั้นก็เน้นเรื่องของแสงเป็นหลัก ทั้งแสงธรรมชาติในเวลากลางวัน และแสงจากดวงไฟในเวลากลางคืน ก่อเกิดเป็นซีนภาพที่มีกลิ่นอายที่ชี้ชวนให้นึกถึงความเหงาอ้างว้างในอดีต ยุคกลางของโมเดิร์นอเมริกา

นอกจากนั้นตัวละครที่อยู่ในภาพของฮอปเป้อร์ก็ล้วนแล้วแต่น่าสนใจ พวกเขาไม่ได้แสดงอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจน แต่ความคลุมเครือนี่แหละที่ทำให้เมื่อรวมกันกับแสงสีที่ใช้ในภาพแล้ว เราก็มักจะนึกถึงอารมณ์ความรู้สึกอันเงียบงันนั้นออกมาได้อย่างคาดไม่ถึง ไล่ลามไปถึงการที่ทำให้เราอยากรู้ว่าพวกเขาเหล่านั้นพบเจออะไรกันมา ถึงได้มาอยู่ในซีนเหล่านี้ได้

จากความประทับใจในงานภาพวาดแสนประณีตงดงามของ Edward Hopper ทำให้ผู้กำกับชาวเวียนนา Gustav Deutsch ทำภาพยนตร์เรื่อง Shirley : Vision of Reality ขึ้นในปี 2013 เรื่องราวของหญิงสาวในภาพวาดของฮอปเป้อร์ชื่อ Shirley กับเรื่องราวของเธอที่ใช้ซีนภาพวาด 13 ภาพ ผ่านมุมมอง ความคิด อารมณ์ และทัศนคติ ในยุคต่างๆ ตั้งแต่ 1930s เรื่อยมาจนถึง 1960s ซึ่งช่วงนั้นจะอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงเพื่อเข้าสู่ Modern America พอดี

น่าเสียดายที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้ผลตอบรับที่ดีนัก แต่ในแง่ cinematography การเลือกใช้ซีนแสงที่ดีงามอยู่แล้วของภาพวาดของฮอปเปอร์มาทำให้กลายเป็นซีนภาพยนตร์ที่มีชีวิตขึ้นมานั้น ก็ถือว่าเติมเต็มความฝันของคนรักผลงานศิลปะหลายๆ คนแล้ว (เหมือนกับที่ในปีนี้แฟนแวนโก๊ะ ก็ได้กรี๊ดกร๊าดกับแอนิเมชั่นภาพวาดสไตล์แวนโก๊ะ ในภาพยนตร์ Loving Vincent นั่นเอง)

เสต็ปการทำงานของ Deutsch นั้นก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะเขาต้องเข้าไปชมภาพของจริงถึงในพิพิธภัณฑ์ จากนั้นก็เลือกโทนสีกันตรงหน้าภาพวาด เพื่อให้ทีมโปรดักชั่นสามารถทำงานกันต่อได้ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยพื้นฐานทางสถาปัตยกรรมของตัวผู้กำกับเอง ก็ทำให้เขาสามารถคิดมุมมองภาพอื่นๆ ในซีนจนสามารถทำออกมาเป็นภาพยนตร์ที่งดงาม

RECOMMENDED CONTENT

19.เมษายน.2019

เป็นครั้งแรกที่บริษัทผู้สร้างตัวอักษรที่เก่าแก่ที่สุดอย่าง Monotype ได้ทำการออกแบบตกแต่งตัวชุดอักษรที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลกอย่าง Helvetica หลังจากที่พยายามปลุกปล้ำกันอยู่นานกว่าสองปีเพื่อที่จะปรับปรุงชุดตัวอักษรที่เป็นเอกลักษณ์ตามแบบ swizz font