fbpx

CONTACT US

DOODDOT VIDEOS

Lomo’Instant Milano Edition กล้องตัวใหม่ล่าสุดในตระกูล Lomo’Instant ที่มีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเมืองมิลาน ศูนย์กลางแห่งแฟชั่น
date : 3.สิงหาคม.2016 tag :

NM3W7RZ

Buon giorno , กล่าวคำทักทายตามแบบชาวอิตาเลียนกันซักหน่อย! สำหรับใครที่รักการถ่ายภาพแบบ Instant นี่เป็นข่าวดีสำหรับคุณ! ขอแนะนำให้รู้จักกับกล้อง Lomo’Instant Milano Edition กล้องตัวใหม่ล่าสุดในตระกูล Lomo’Instant ที่มีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเมืองมิลาน ศูนย์กลางแห่งแฟชั่นโดยกล้องตัวนี้ออกแบบมาให้มีฟังก์ชั่นที่เหมาะกับการถ่ายภาพหลากหลายสไตล์ภายในตัวเดียว

กล้อง Lomo’Instant Milano ตัวนี้มีสีสันและลวดลายกราฟฟิคที่เตะตา โดยเราได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก เมืองต้นแบบของงานดีไซน์และสถาปัตยกรรมในยุค 80 เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี และนี่คือที่มาของกล้อง Lomo’Instant Milano ตัวล่าสุดนี้ !

Mv9qgkI

คุณสมบัติของกล้อง

– กล้อง Lomo’Instant เป็นกล้องที่มีเลนส์มุมกว้าง และมีเลนส์เพิ่มเติมให้เปลี่ยนได้อีก 3 แบบ ได้แก่ เลนส์ Fisheye, เลนส์ Close Up และ เลนส์ Portrait
– สามารถถ่ายได้ทั้งเปิดและปิดแฟลช
– ถ่ายภาพซ้อนได้แบบ Unlimited
– ถ่ายภาพกลางคืนและถ่ายแสงเป็นเส้นๆได้
– มีคัลเลอร์เจลให้ในชุด 4 สี
– โฟกัสได้ 2 สเต็ป
– ขนาดเหมาะสำหรับการพกพา

ไม่ว่าคุณจะเป็น Beginer หรือ Expert การใช้กล้องตัวนี้ไม่ยากอย่างที่คิด โชว์ความสร้างสรรค์ของคุณออกมาผ่านกล้องตัวนี้ ราคา $129

O1xcy2b

และอย่างที่เราบอกว่ากล้อง Lomo’Instant Milano Edition เป็นกล้องอิดิชั่นใหม่ล่าสุดที่เราออกมาในขณะนี้ แต่ก่อนหน้านั้นเราก็มีกล้อง Lomo’Instant ที่มีแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเมืองต่างๆทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น กล้อง Lomo’ Instant San Sebastían,กล้อง Lomo’Instant Honolulu, กล้อง Lomo’Instant Marrakesh, กล้อง Lomo’Instant Montenegro, กล้อง Lomo’Instant Reykjavik, กล้อง Lomo’Instant Sanremo, และกล้อง Lomo’Instant Kyoto แด่นักเดินทางทั้งหลายที่ใจร้อนอยากได้รูปถ่ายเร็วๆแถมสามารถจับต้องได้ และมีภาพเดียวในโลก เราขอแนะนำกล้อง Lomo’Instant ใน edition ต่างๆนี่เลย

i8Jvmqw

.

RECOMMENDED CONTENT

14.ธันวาคม.2020

‘School Town King’ แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน เป็นหนังสารคดีที่สร้างจากเรื่องจริงของ ‘บุ๊ค’ เด็กหนุ่มวัย 18 และ ‘นนท์’ วัย 13 ผู้เติบโตมาในชุมชนคลองเตย หรือที่ใครๆ ต่างรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘สลัมคลองเตย’ นอกจากความยากจนที่มาพร้อมกับสถานะทางสังคมที่เลือกไม่ได้แล้ว ทั้งบุ๊คและนนท์ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบการศึกษา รวมทั้ง หลักสูตรการเรียนการสอนที่เน้นแต่ความสำเร็จเชิงวิชาการก็ยิ่งทำให้เด็กเรียนไม่เก่งอย่างพวกเขาขาดความสนใจในชั้นเรียนลงไปเรื่อยๆ  ระบบการศึกษาที่น่าจะเป็นความหวังและเท่าเทียมกันของเด็กทุกคน กลับยิ่งบีบบังคับและผลักไสให้พวกเขาเป็นแค่ ‘คนนอก’ ของสังคมไปโดยปริยาย