fbpx

CONTACT US

DOODDOT VIDEOS

#DESIGN — ครั้งแรกของโลกกับปกนิตยสาร TIME ที่เกิดขึ้นได้เพราะแสงจากโดรนเกือบพันตัว!
date : 4.มิถุนายน.2018 tag :

นี่คือปกนิตยสาร TIME ฉบับวันที่ 11 มิถุนายน 2018 ซึ่งถือได้ว่าสร้างความฮือฮาตั้งแต่โพสเปิดเผยปกครั้งแรกในออฟฟิเชี่ยลอินสตาแกรม

และถือเป็นครั้งแรกเช่นกันของนิตยสาร TIME ที่ใช้ภาพแบบเต็มปก (จากที่ปกติทุกปกนั้นจะต้องมีขอบสีแดง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ TIME ที่คนจดจำได้มากที่สุดไม่แพ้กรอบสีเหลืองของ National Geographic) และมีการใช้กราฟิกน้อยมาก เพียงแค่พาดและข้อมูลฉบับเท่านั้น

โดยพาดนิตยสาร TIME นี้ใช้คำว่า ‘THE DRONE AGE’ เพื่อกำลังพูดถึงยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปในอีกมุมหนึ่ง เมื่อโดรนไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีหรือของเล่นสำหรับสาย geek อีกต่อไป โดรนเป็นได้ทั้งเครื่องมือสำรวจ เครื่องมือโฆษณา หรือแม้แต่เครื่องมือโจรกรรม

โดย TIME ได้ร่วมมือกับทีมของ Intel’s Drone Live Show (ผู้เคยวางระบบกลุ่มโดรนให้เปล่งแสงเป็นภาพธงชาติสหรัฐอเมริกา ในโชว์ของ Lady Gaga ในช่วง Super Bowl Halftime Show มาแล้ว) และทีม Astraeus Aerial Cinema Systems มาร่วมด้วยช่วยถ่ายภาพทางอากาศ เพื่อให้มุมมองของปก TIME ฉบับพิเศษนี้อย่างสมบูรณ์ที่สุด

การถ่ายทำปกนิตยสาร TIME ในครั้งนี้ ใช้โดรนทั้งสิ้น 958 ตัว วางแผนและระบบกันเป็นแรมเดือน และถ่ายทำจริงในค่ำคืนวันที่ 3 พฤษภาคม ที่เมือง Folson มลรัฐแคลิฟอร์เนีย

D.W. Pine ซึ่งเป็นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของนิตยสาร TIME ขอขยายข้อสงสัยว่าทำไมถึงต้องระบบให้โดรนทั้งหมดบินเป็นภาพปกในมุมทะแยง คำตอบก็คือ เพื่อป้องกันไม่ให้โดรนบินเหนือกันและอาจทำให้เกิดความผิดพลาดในการถ่ายทำปกได้ ซึ่งถ้าจับระยะใกล้ๆ เราจะพบว่าโดรนแต่ละตัวนั้นมีระยะห่างกันมากพอสมควร คือราวๆ 1.5 เมตร นั่นก็เลยทำให้ขนาดปกจริงๆ นั้นอยู่ที่ความสูงราว 100 เมตรเลยทีเดียว

นับว่าเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไeหวแสนสนุกในวงการนิตยสารที่เราอยากให้ทุกคนได้ตื่นเต้นกัน เพราะมันทั้งสร้างสรรค์ และสนุกไปในเวลาเดียวกัน ขณะเดียวกันก็ยิ่งทำให้สกู๊ปข่าวที่ทางนิตยสาร TIME ตั้งใจเน้นเป็นพิเศษฉบับนี้ น่าอ่านขึ้นเป็นกอง

RECOMMENDED CONTENT

17.มกราคม.2020

“People on Sunday” (2562) เป็นการตีความ บทสนทนาโต้ตอบ และสาส์นแสดงความนับถือต่อภาพยนตร์บุกเบิกจากประเทศเยอรมันเรื่อง “Menshen Am Sonntag” (2473) หรือ “ผู้คนในวันอาทิตย์” ผลงาน “People on Sunday” (2562) ได้นำภาพยนตร์ต้นฉบับดังกล่าวกลับมาตีความใหม่ผ่านบริบทที่แตกต่างจากเดิม ทั้งยุคสมัย ภูมิประเทศ ตลอดจนสภาพในการทำงาน