fbpx

CONTACT US

#Entrepreneur : สตาร์ทอัพ Checklist แบบทดสอบที่ใช้คาดการณ์ว่ากิจการของคุณจะ ‘พุ่งแรง’ หรือ ‘ดับเร็ว’
date : 31.สิงหาคม.2015 tag :

checklist Start up dooddot 1

ถ้าได้ติดตามข่าวสารวงการสตาร์ทอัพ เราจะได้เห็นพาดหัวข่าวโตตัวประกาศก้องว่าสตาร์ทอัพหน้าใหม่ระดมทุนจากนักลงทุนได้สำเร็จ และเมื่ออ่านลึกลงรายละเอียดจะพบว่าบางทีมมีแค่ไอเดียหรืออยู่ในขั้นเริ่มทดสอบไอเดียเท่านั้นเองแต่กลับระดมทุนได้จำนวนมหาศาลหลักล้านหลักสิบล้าน ข่าวต่างๆกระตุ้นความสงสัยว่าอะไรทำให้นักลงทุนกล้าทุ่มเงินกับสตาร์ทอัพกลุ่มนี้ และที่สำคัญพวกเขาใช้หลักเกณฑ์อะไรคาดการณ์ว่าสตาร์ทอัพใดจะรุ่งทำเงินมหาศาลหรือจะล่วงหายจากสารระบบ ลองมาดู CheckList ที่นักลงทุนใช้และลองเช็คดูว่าไอเดียสตาร์ทอัพของเรากำลังจะพุ่งแรงหรือดับเร็วกันแน่

1. Market สตาร์ทอัพจะมีกำไรได้จากลูกค้า เพราะฉะนั้นคำถามแรกที่ต้องตอบตัวเองให้ได้คือ ลูกค้าของเราคือใคร? ใครจะยอมเสียเงินให้กับเรา? ใครจะใช้สินค้าหรือบริการของเรา? เมื่อเราเจอคำตอบแล้วว่ากลุ่มลูกค้าของเราคือใคร เราต้องวิเคราะห์ต่อไปอีกขั้นหนึ่งว่าลูกค้ากลุ่มนี้มีจำนวนมากพอหรือไม่? เพราะบางครั้งหากเลือกตลาดที่เฉพาะกลุ่มจนเกินไปจะทำให้สตาร์อัพเติบโตยาก เมื่อวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเสร็จเราก็ต้องวิเคราะห์คู่แข่งในตลาดโดยมองให้รอบด้านทั้งคู่แข่งทางตรงและคู่แข่งทางอ้อม หากสตาร์ทอัพหาคู่แข่งไม่เจออย่างหลงดีใจ แต่ให้ถามตัวเองด้วยคำถาม 2 ข้อ ได้แก่วิเคราะห์คู่แข่งทางอ้อมแล้วหรือยัง? และตลาดอาจไม่คุ้มค่าพอสำหรับการลงทุนหรือเปล่า? ต่อจากนั้นเมื่อวิเคราะห์คู่แข่งจนลึกซึ้งก็ถึงขั้นตอนสุดท้ายซึ่งทุกสตาร์ทอัพต้องตั้งเป้าหมายว่าอยากได้ส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) เท่าไหร่? โดยตัวส่วนแบ่งการตลาดอาจตั้งเป้าหมายเป็นจำนวนเงินหรือจำนวนคนก็ได้

checklist Start up dooddot 2

2. Idea สตาร์ทอัพที่มีไอเดียแปลกใหม่เป็นเรื่องดี แต่ความแปลกไม่ได้การันตีว่าสตาร์ทอัพจะประสบความสำเร็จ เพราะไอเดียที่แปลกจะไม่มีความหมายถ้าช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าไม่ได้ เพราะฉะนั้นสตาร์อัพที่มีแนวโน้มประสบความสำเร็จสูงคือสตาร์ทอัพที่มีไอเดียแปลกใหม่และไอเดียนั้นแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้ได้

3. Business Model เงินคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้สตาร์ทอัพอยู่รอดและเติบโต ดังนั้นหัวใจสำคัญของการทำสตาร์ทอัพคือแผนการหาเงิน ในโลกของสตาร์ทอัพสินค้าและบริการชนิดเดียวกันอาจใช้วิธีหาเงินไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น สตาร์ทอัพที่ทำคอมมูนิตี้เว็บไซต์นั้นมีโมเดลการหาเงินหลายแบบ ทั้งจากการขายโฆษณา การขายคอร์สอบรม การจัดแคมเปญ หรือการขายข้อมูลสมาชิก การจะฟันธงเลือกใช้โมเดลไหนก็ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละสตาร์ทอัพ หรือในบางครั้งตอนเริ่มแรกอาจเลือกหาเงินด้วยโมเดลหนึ่งแต่เมื่อดำเนินธุรกิจไปเรื่อยๆก็เริ่มมองเห็นช่องทางหาเงินมากขึ้นก็อาจเกิดโมเดลการหาเงินใหม่เพิ่มขึ้นก็เป็นได้

4. Unfair Advantage คือจุดแข็งที่ธุรกิจเรามีแต่ธุรกิจอื่นไม่มี Unfair Advantage ของเราอาจเป็นรู้ข้อมูลเชิงลึกโดยข้อมูลนี้คู่แข่งไม่มีทางรู้ หรือมีพาร์ทเนอร์ที่ควบคุมช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นต้น ซึ่งการมีจุดแข็งที่ได้เปรียบคู่แข่งจะทำให้เราเติบโตเร็วและเป็นที่หนึ่งของตลาดได้ง่ายรวมถึงกีดกันให้คู่แข่งรายอื่นเข้าตลาดได้ยาก เช่น Agoda มีจุดได้เปรียบคือ โรงแรมทุกแห่งที่ลงขายที่ Agoda จะต้องเซ็นต์สัญญากับ Agoda ว่าจะขายให้ Agoda ในราคาตำ่ที่สุด หรือ Grabtaxi จะไม่ให้แท๊กซี่ในเครือข่ายเข้าร่วมกับสตาร์ทอัพที่อื่น

checklist Start up dooddot 3

5. Team จากการเปิดเผยข้อมูลจาก First Round Capital บริษัทที่ลงทุนได้สตาร์ทอัพพบว่า สตาร์ทอัพที่มีผู้ก่อตั้ง 2 คนขึ้นไปมีแนวโน้มประสบความสำเร็จมากกว่าสตาร์ทอัพที่ก่อตั้งคนเดียวถึง 163 เปอร์เซนต์ และนอกจากจำนวนผู้ก่อตั้งจะมีผลต่อความสำเร็จแล้ว คุณสมบัติของคนในทีมก็ส่งผลต่อการเติบโตของสตาร์อัพเช่นกัน โดยสตาร์ทอัพที่ประกอบด้วยทีมงานหลากหลายความถนัดและมีความเชื่อเป็นแรงขับเคลื่อนจะส่งแรงให้สตาร์อัพเติบโตเร็ว

6. Time หากใครเคยฟัง Ted Talk ชื่อ the single biggest reason why startups succeed. ที่ Bill Gross พูด จะเข้าใจความสำคัญของคำว่าเวลาอย่างกระจ่าง โดย Bill Gross ได้ทำงานวิจัยหาเหตุผลว่าทำไมสตาร์ทอัพถึงประสบความสำเร็จ โดยเขาพบว่ามี 5 ปัจจัยด้วยกันที่ส่งผลต่อความสำเร็จของสตาร์อัพได้แก่ ไอเดีย, ทีม, โมเดลธุรกิจ, เงินตั้งต้น และเวลา แต่เมื่อเขาเปรียบเทียบสตาร์ทอัพ 100 แห่งที่รุ่งและสตาร์ทอัพ 100 แห่งที่ร่วง เขาพบว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดนั้นคือเวลา หากจะยกตัวอย่างของ Z.com กับ Youtube จะเห็นภาพความสำคัญของเวลามากขึ้น Z.com เป็นพื้นที่ให้คนอัพโหลดและดูคลิปวีดีโอออนไลน์ โดย Z.com ไอเดียธุรกิจดี มีทีมงานคุณภาพ ระดมทุนได้ แต่ช่วงนั้นอินเตอร์เน็ตยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศสหรัฐอเมริกา Z.com จึงล่วงดับไป อีก  2 ปีถัดมา Youtube ได้ก่อตั้งขึ้นในช่วงเวลาที่ครอบครัวอเมริกันส่วนมากมีอินเตอร์เน็ตบ้านใช้ และอย่างที่เรารู้กันดีว่า Youtube ประสบความสำเร็จระดับโลก

Checklist 6 ข้อเปรียบเสมือนการเช็คพื้นฐานความแข็งแรงของสตาร์ทอัพแรกเริ่ม เพราะหากพื้นฐานมั่นคงแล้วย่อมมีโอกาสจะรุ่งเรืองและเติบโต ในทางกลับกันหากพื้นฐานไม่แข็งแรงเมื่อต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆก็ย่อมล้มลงเป็นธรรมดา

Writer: methawee thatsanasateankit
ขอบคุณรูปภาพจาก www.theocmx.com และ https://.linkedin.com

RECOMMENDED CONTENT

21.ตุลาคม.2022

เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนชาวไทย ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค จึงนำ “เสียง” หรือความคิดเห็นจากประชาชนภาคธุรกิจ มีส่วนร่วมในการส่งเสียงผ่านการสำรวจของ ‘Business of the People Poll’ ร่วมออกแบบและขับเคลื่อนโดย สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในจัดทำการสำรวจผ่านตัวแทนผู้ประกอบการไทยจำนวน 451 ตัวอย่าง โดยมุ่งเน้นหัวข้อไปที่ ‘ปัจจัย, ความท้าทาย, โอกาส และคำแนะนำ ในการเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต’ เพื่อที่จะทราบถึงความเข้าใจ ข้อเท็จจริง และแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากผู้ที่มีบทบาทจริงในภาคธุรกิจของประเทศไทย