#ลิปขยี้แล้วสีเปลี่ยน นวัตกรรมใหม่ จาก RAD Cosmetics ลิปสติกตัวนี้ เป็นเนื้อ Rich Matte Ink ที่มีลูกเล่นที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เนื่องจากเราได้พัฒนาและคิดค้นต่อเนื่องมาอย่างยาวนานกว่า 2 ปี โดยใช้ Natural mineral pigment แล้วผ่านกระบวนการเทคโนโลยีที่ทันสมัย “ Color reverse technology” ที่เป็นเอกสิทธิ์หนึ่งเดียวจาก RAD (แร้ด) ที่ทำให้เนื้อลิปสติกตัวนี้มีลูกเล่นที่โดดเด่นและแตกต่างจากลิปสติกทั่วไป ที่สามารถใช้ได้ทั้งบริเวณริมฝีปาก,แก้มและเปลือกตา เนื้อสัมผัสแรกเมื่อลองทาจะสัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้นจากบำรุง แล้วเมื่อบำรุงในตัวลิปสติกนี้ได้ซึมซาบลงสู่ผิวหรือริมฝีปากแล้ว เนื้อลิปสติกนี้จะมีการเซ็ตตัวกลายเป็นเนื้อแมทท์ที่บางเบา เกลี่ยง่าย เราสามารถสนุกสนานไปกับการปรับเฉดสีได้ด้วยการถูหรือขยี้ที่บริเวณริมฝีปาก เนื้อลิปสติกจะมีการปรับเฉดสีเปลี่ยนเฉดให้แดงขึ้น ทำให้ได้เฉดสีใหม่สร้างลุคใหม่ได้โดยใช้ลิปสติกเพียงแท่งเดียว
นอกเหนือจากลูกเล่นที่ขยี้แล้วสีเปลี่ยนเฉดแล้ว ลิปสติก RAD(แร้ด) Smash Up collection ตัวนี้ ยังให้การบำรุงและถนอมริมฝีปากไปในตัว ด้วยสารบำรุงจาก Organic 3 ชนิด คือ Shea butter , Argan oil และ Raspberry seed oil ให้ริมฝีปากเนียนนุ่ม ชุ่มชื่นและลดความหมองคล้ำ นอกจากนี้ยังปลอดภัย ไม่เป็นอันตราย เนื่องจากปราศจากสารกันเสีย(Paraben Free), น้ำหอม(Non-Perfume) และส่วนประกอบที่สกัดจากสัตว์(Vegan Product)
RAD Smash Up collection มีสีสันให้เลือกทั้งหมด 4 เฉดสี คลีเอตลุคสวยๆได้มากกว่า 8 ลุค ทำให้สาวๆสามารถสร้างสรรค์สไตล์ที่แตกต่างในแต่ละวันได้อย่างสนุกสนาน และสนุกไปกับการแต่งหน้าอย่างมีนวัตกรรม
ลิปแมทท์เบาบาง ( Rich Matte Ink ) ทั้งหมด 4 สี
- S01 Devil or Demon – สีน้ำตาล เมื่อขยี้สีจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลแดงอิฐ
- S02 Whiskey or Wine – สีน้ำตาลแดงอมส้ม เมื่อขยี้สีแดงสว่างขึ้นกว่าเดิมอีก เป็นสีแดงอมส้ม
- S03 Dare or Dream – สีชมพูอมส้มนู้ด เมื่อขยี้สีจะเปลี่ยนเป็น สีชมพูอมแดง
- S04 Naked or Nude – สีส้มเหลืองนู้ด เมื่อขยี้สีจะเปลี่ยนเป็น สีส้มอมชมพู
RECOMMENDED CONTENT
‘School Town King’ แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน เป็นหนังสารคดีที่สร้างจากเรื่องจริงของ ‘บุ๊ค’ เด็กหนุ่มวัย 18 และ ‘นนท์’ วัย 13 ผู้เติบโตมาในชุมชนคลองเตย หรือที่ใครๆ ต่างรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘สลัมคลองเตย’ นอกจากความยากจนที่มาพร้อมกับสถานะทางสังคมที่เลือกไม่ได้แล้ว ทั้งบุ๊คและนนท์ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบการศึกษา รวมทั้ง หลักสูตรการเรียนการสอนที่เน้นแต่ความสำเร็จเชิงวิชาการก็ยิ่งทำให้เด็กเรียนไม่เก่งอย่างพวกเขาขาดความสนใจในชั้นเรียนลงไปเรื่อยๆ ระบบการศึกษาที่น่าจะเป็นความหวังและเท่าเทียมกันของเด็กทุกคน กลับยิ่งบีบบังคับและผลักไสให้พวกเขาเป็นแค่ ‘คนนอก’ ของสังคมไปโดยปริยาย









