ในวงการศิลปะโลกทุกวันนี้ ตลาดงานศิลปะในเอเซียนั้นเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ดีอย่างจีน ฮ่องกง และญี่ปุ่น เหล่าคนชั้นกลางเรื่อยไปจนถึงชั้นสูงในประเทศเหล่านี้เริ่มมีความนิยม เข้าใจ รวมถึงความต้องการที่จะเป็นเจ้าของผลงานศิลปะกันมากขึ้น
และคงไม่มีใครเถียงว่า Art Basel คือหนึ่งมหกรรมอาร์ตแฟร์ที่ยิ่งใหญ่และอลังการที่สุดในเวลานี้ โดยเฉพาะทวีปเอเซีย กับการรวบรวมผลงานของศิลปินร่วมสมัย Contemporary ทั้งใหม่และเก่า ไล่ไปตั้งแต่ศิลปินที่กำลังน่าจับตามองจนไปถึงชั้นครูระดับ Master จากทั่วทุกมุมโลก
งานแฟร์ศิลปะ Art Basel นี้แบ่งการจัดออกเป็น 3 ครั้งต่อปีใน 3 เมือง ได้แก่ Basel ประเทศ Switzerland ในช่วงเดือนมิถุนายน (ครั้งล่าสุดคือช่วงระหว่างวันที่ 15-18 มิถุนายนที่ผ่านมา) Miami Beach รัฐ Florida สหรัฐอเมริกา ในช่วงเดือนธันวาคม และที่ Hongkong ในช่วงเดือนมีนาคม
โดยภายในงานแฟร์นี้ จะเป็นการเชิญแกลลอรี่ชั้นนำของแต่ละประเทศ คัดเลือกผลงานของศิลปินในประเทศของตนที่น่าสนใจไปจัดแสดง และเปิดให้มีการซื้อขาย รวมถึงสามารถติดต่อพูดคุยเพื่อนำเอาผลงานศิลปะมาจัดแสดงในประเทศของผู้เข้าร่วมงาน แค่งานนี้งานเดียวเราได้พบกับผลงานศิลปะชิ้นดังระดับ World Class ที่บางชิ้นอาจจะเคยเห็นอยู่ในตำราเรียน ก็นำมาจัดแสดงที่นี่ รวมถึงบรรยากาศการซื้อขายตลาดศิลปะระดับโลกที่มี Art Dealer นานาประเทศมาพบปะและดูงานศิลปะกัน
ถึงแม้ว่า Art Basel ต้นฉบับ (เมือง Basel) จะจัดกันที่ประเทศสวิตซ์เซอร์แลนด์ แต่ Art Basel บนเกาะฮ่องกง ที่จะเน้นผลงานศิลปะจากศิลปินในแถบเอเชียและภูมิภาคใกล้เคียง ซึ่งดูจากปีล่าสุดที่ผ่านมานี้ก็ยืนยันได้เลยว่าวงการอาร์ตฝั่งเอเชียเราก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันเลยจริงๆ สำหรับใครที่ไม่ได้ไปเรามีภาพบรรยากาศเก็บมาฝากกันด้วย…
งาน Art Basel ครั้งต่อไปของฮ่องกง จะจัดขึ้นวันที่ 29-31 มีนาคม 2018 ที่ Hong Kong Convention & Exhibition Center ถ้าใครได้มีโอกาสไปฮ่องกงในช่วงเวลานั้น ก็ขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดงานแฟร์ศิลปะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกนี้ด้วยประการทั้งปวง
—
RECOMMENDED CONTENT
‘School Town King’ แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน เป็นหนังสารคดีที่สร้างจากเรื่องจริงของ ‘บุ๊ค’ เด็กหนุ่มวัย 18 และ ‘นนท์’ วัย 13 ผู้เติบโตมาในชุมชนคลองเตย หรือที่ใครๆ ต่างรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘สลัมคลองเตย’ นอกจากความยากจนที่มาพร้อมกับสถานะทางสังคมที่เลือกไม่ได้แล้ว ทั้งบุ๊คและนนท์ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบการศึกษา รวมทั้ง หลักสูตรการเรียนการสอนที่เน้นแต่ความสำเร็จเชิงวิชาการก็ยิ่งทำให้เด็กเรียนไม่เก่งอย่างพวกเขาขาดความสนใจในชั้นเรียนลงไปเรื่อยๆ ระบบการศึกษาที่น่าจะเป็นความหวังและเท่าเทียมกันของเด็กทุกคน กลับยิ่งบีบบังคับและผลักไสให้พวกเขาเป็นแค่ ‘คนนอก’ ของสังคมไปโดยปริยาย















