fbpx

CONTACT US

#EAT – พิซซ่า / พาสต้า / เนโกรนี / 3 เหตุผลดีๆ ที่ต้องมา 1919 Italian Bar & Restaurant สักครั้ง!
date : 12.พฤศจิกายน.2019 tag :

ติดกันกับร้าน Vesper ในซอยคอนแวนต์-สีลม ที่ตรงนี้เคยเป็นร้านอาหารชื่อว่า Via Maris (เวีย มาริส) มาก่อน แต่เนื่องจากความซับซ้อนของอาหารเมดิเตอร์เนเนียนที่อาจเข้าถึงคนกินส่วนใหญ่ได้ยาก ทำให้ Via Maris ต้องปิดตัวลง จึงกลายมาเป็น 1919 Italian Bar & Restaurant ร้านอาหารอิตาเลียนที่มีความคอมฟอร์ทกว่า คุ้นเคยกว่า และถูกปากคนไทยมากขึ้น เพราะอาหารทั้งหมดในร้าน มาจากฝีมือของเชฟฟรานเชสโก ดีอานา (Francesco Deiana) เชฟผู้เป็นคนเมืองซาดิเนีย (Sardinia) ประเทศอิตาลีโดยกำเนิด จึงเหมือนเป็นการ ‘Back to Basic’ กลับมาสู่การเป็นอาหารอิตาเลียนที่ปรุงโดยคนที่เข้าใจมันอย่างแท้จริง

นอกจากอาหารแล้ว ที่นี่ยังเหมือนเป็นการเปิดโลกค็อกเทลสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ ด้วย เพราะชื่อ 1919 ได้มาจากปีเกิดของเนโกรนี (Negroni) ค็อกเทลที่มีเหล้าอิตาลี คัมปารี (Campari) เป็นส่วนผสม ซึ่งร้านนี้ถือเป็นแห่งแรกในเอเชียสำหรับการเป็นแฟล็กชิพบาร์ของคัมปารี โดยมี ‘คุณปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์’ กรุ๊ปบาร์เมเนเจอร์ในเครือ Foodie Collection (ที่มีร้าน Vesper, il fumo, La Dotta, 80/20) ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน Campari Bartender Competition เป็นคนคิดค้นค็อกเทลทุกแก้วด้วยตัวเอง ค็อกเทลของที่นี่จึงเบสด้วยคัมปารีซะส่วนใหญ่ ว่ากันว่า หากอยากรู้ว่าบาร์ไหนทำค็อกเทล ‘ถึง’ หรือไม่ ก็ให้ลองสั่งเนโกรนีดู เพราะเจ้าค็อกเทลตัวนี้จะเป็นตัววัดคุณภาพและความสามารถของบาร์เทนเดอร์ได้ดีทีเดียว ใครที่ชอบดื่มเนโกรนีอยู่แล้ว หรืออยากทำความรู้จักกับเนโกรนีให้มากขึ้น ที่นี่เป็นบาร์ที่เก่งเรื่องเนโกรนีควรค่าแก่การลองเลยล่ะ

ส่วนอาหาร มีทั้งเมนูที่ปรุงสไตล์อิตาเลียนแบบรัสติกแท้ๆ และบางจานก็เป็นอิตาเลียนที่ถูกทวิสต์มาแล้วให้มีความฟิวชั่นขึ้น และที่สำคัญคือรสชาติไปในทางที่คนไทยน่าจะชอบ เสิร์ฟในรูปแบบ A la carte อย่างพิซซ่าจานแรกที่เราได้ชิมคือ Truffle slow – cook egg butter พิซซ่าจานนนี้ใช้เห็ดทรัฟเฟิลดำอิตาเลียน 2 กรัม แต่หากใครยังไม่สะใจกับทรัฟเฟิล ก็สามารถ Extra ทรัฟเฟิล 1 กรัม/ 190.- ได้อีกด้วย จานนี้เด็ดตรงให้ทรัฟเฟิลไม่อั้น เป็นพิซซ่าแป้งบางกรอบที่มีทรัฟเฟิลทั่วถึงทุกพื้นที่ มีไข่เด้งดึ๋งโปะอยู่ตรงกลาง เวลาตัดแล้วไข่เเดงเยิ้มๆ มันช่างฟินนน เป็นหนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่เลย

Clams sauteed in white wine & garlic sauce, Sweet potato bread อาจเป็นเมนูที่หลายคนคุ้นเคย สำหรับหอย Clam ตัวมันจะคล้ายๆ หอยลายบ้านเรา นำไปผัดกระเทียมและไวน์ขาว ซึ่งดูเหมือนจะง่าย แต่ไม่ง่าย เพราะที่เจอบ่อยๆ คือผัดไม่เข้าเนื้อ รู้สึกซอสกับหอยแยกจากกัน ซึ่งที่นี่ผัดได้เข้าซอสมาก และรสชาติไม่จืดชืด ความพิเศษของอีกอย่างคือเสิร์ฟมาพร้อมขนมปังมันฝรั่งหวาน วิธีกินให้อร่อยต้องบิขนมปังแล้วจิ้มซอสกระเทียมในถ้วยหอย ขนมปังจะยิ่งเหนียวนุ่มชุ่มฉ่ำน้ำซอสไปอีก

คาโบนารา (Carbonara) อาจจะฟังดูเป็นเมนูเบสิก แต่บอกเลยว่าความเบสิกนี้แหละที่เป็นตัววัดว่าร้านไหนทำอร่อยหรือไม่อร่อย สำหรับที่นี่ Carbonara Roman – style with cured pork cheek with pecorino, egg yolk คาโบนาราของเขาปรุงสไตล์กรุงโรมดั้งเดิม คือใส่ชีสเพโคริโน (Pecorino) โดยเส้นพาสต้า (Pasta) มีให้เลือกเส้นได้ว่าจะเป็นบูคาตินี (Bucatini) เส้นออกกลมๆ หนาๆ มีรูตรงกลาง หรือจะเป็นเส้นริกาโตนี (Rigatoni) ที่ออกปล้องๆ คล้ายเส้นเพนน่ (Penne) แต่จะปล้องใหญ่กว่าและตัดแบบตรงๆ ไม่ตัดเฉียงเหมือนเพนน่ นำมาปรุงกับไข่แดง และใส่แก้มหมูทอดกรอบเค็มๆ รสชาติจานนี้ถือว่าอร่อย เพราะซอสกับเส้นพาสต้าเข้ากัน ไม่แยกส่วน รสชาติกลมกล่อมกำลังดี

ส่วน Braised Wagyu beef cheek Roman Style Alla Vaccinara หรือตุ๋นหางวัวก็เป็นอาหารที่ชาวกรุงโรมนิยมทำกินกันอีกเหมือนกัน แต่จานนี้ใช้ส่วนแก้มวัวแทน นำไปตุ๋นจนนุ่ม มีมันติดหน่อยๆ ปรุงมาร้อนๆ นี่แทบละลายในปากเลย นำไปปรุงกับชีสพาเมซาน (Parmigiano Reggiano) เสิร์ฟพร้อมกับโพเลนต้า (Polenta) ข้าวโพดบด อาหารของทางตอนเหนือของอิตาลี (รสชาติกับหน้าตาและเนื้อสัมผัสคล้ายๆ มันฝรั่งบด – Mash Potato) สัมผัสที่รวมกันทั้งเนื้อนุ่มละลายและตัวข้าวโพดแบบครีมมี่คือดีงามมากก

อย่างที่บอกข้างต้นว่า ที่นี่เชี่ยวชาญเรื่องค็อกเทลที่มีเหล้าคัมปารีเป็นพระเอก วันนี้เราจึงลอง Spatial Concept ซึ่งมีส่วนผสมได้แก่ Campari / Bulldog Gin / Cinzano 1757 Rosso / Espresso milk punch เเก้วนี้เป็นค็อกเทลที่คุณปาล์ม-ศุภวิชญ์ กรุ๊ปบาร์เมเนเจอร์ คิดค้นขึ้นสำหรับแข่งขัน Campari Competition 2019 แล้วคุณปาล์มก็ชนะการแข่งขันด้วยค็อกเทลแก้วนี้นี่แหละ โดยเขาตั้งใจให้เครื่องดื่มมีรสชาติของกาแฟ แต่ยังคงสีแดงของเหล้าคัมปารีอยู่ จึงทำ Espresso Milk Punch เป็นน้ำรสกาแฟแต่มีสีใสผสมเข้าไปด้วย อาจฟังดูแปลกสำหรับนม กาแฟ และค็อกเทลในแก้วเดียวกัน แต่พอนำมารวมกันแล้ว มันได้เท็กซ์เจอร์ของเหล้าที่ไม่กระด้างคอจนเกินไป เพราะตัดด้วยความนุ่มละมุนของนม ซึ่งแม้จะไม่มีรสชาติของนมแล้ว แต่เป็นการรวมกันที่โอเคมาก

แก้วต่อมาเป็น GIN + TONIC + ESPRESSO มีส่วนผสมของ Bulldog Gin / Grand Marnier / Tonic water / Espresso ทวิสต์จาก จิน + โทนิค ให้แปลกขึ้นอีกนิดด้วยการเติมส่วนผสมอย่างกาแฟ Espresso ลงไปในเหล้าจิน แล้วท็อปด้วยโทนิค เป็นแก้วที่ให้ความรู้สึกสดชื่น บางเบา ไม่หนักจนเกินไปเหมือนดื่มจิน + โทนิค แต่ให้รสชาติของกาแฟด้วย เเก้วนี้เป็น Coffee Cocktail ที่ลงตัวเลย

ปิดท้ายด้วย AMALFI GIN FIZZ ส่วนผสมหลักๆ คือ Bulldog Gin / Basil / Lemon / Sugar / Soda / Egg white ค็อกเทลแก้วนี้ได้ไอเดียมาจากคลาสสิกค็อกเทลที่ชื่อ Gin Fizz แต่ทำให้พิเศษขึ้นโดยเพิ่มความเปรี้ยวจากมะนาว และใส่ใบ Basil (โหระพาฝรั่ง) เพื่อกลิ่นที่หอมสมุนไพรมากขึ้น และรสชาติเบาๆ เป็นแก้วที่รีเฟรชได้ดีเยี่ยม

ค่ำคืนแห่งพิซซ่า พาสต้า และจิบค็อกเทลดีๆ ในบรรยากาศเเบบยุโรปกลิ่นอายวินเทจ มันช่างกลมกล่อมซะเหลือเกิน!

1919 Italian Bar & Restaurant 

อยู่ในซอยคอนแวนต์ ถนนสีลม (BTS ศาลาแดง, MRT สีลม)
เปิดบริการ วันจันทร์-ศุกร์ 11.00-0.00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์ 17.30-0.00 น.
โทร.02-236-5558

Facebook : 1919 at Vesper

RECOMMENDED CONTENT

9.กันยายน.2019

เนื่องจากคุณฟูจิตระหนักถึงปัญหาการผลิตสินค้าด้วยพลาสติกจำนวนมากที่เติบโตขึ้นในชีวิตประจำวันของเราเหมือนดอกเห็ดตั้งแต่ยุค 70 ในปีค.ศ. 1997 เขาจึงได้เริ่มเก็บสะสมของเล่นพลาสติกที่ไม่เล่นแล้วตามบ้านเรือน